ตอนที่ 92
บทที่ 98
October 28, 2026
อาศัยความสามารถอันยิ่งใหญ่ สวีเหยียนเพียงแค่รออยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่งของสวนยาวิเศษ ที่นี่เมื่อก่อนเป็นถิ่นฐานของสัตว์อสูรระดับแปดตัวหนึ่ง แต่สวีเหยียนกำจัดอีกฝ่ายทิ้ง หลังจากกินอีกฝ่ายแล้ว ที่นี่จึงกลายเป็นสถานที่ของสวีเหยียนแล้ว
ยอดสิบแห่งสำนักในล้วนอยู่ที่นี่กันทั้งหมด อาการบาดเจ็บของเจ้าสิบฟื้นตัวกลับคืนแล้ว เพียงแค่บ่นถึงจางเฮ่าเทียนมาโดยตลอดว่าจำเป็นต้องฆ่าอีกฝ่ายทิ้ง วันนั้นพ่ายแพ้อยู่ในมือจางเฮ่าเทียน สำหรับเจ้าสิบแล้ว นั่นคือความอัปยศอดสูอย่างหนึ่ง เขาจะต้องทวงคืนกลับมาแน่แท้
ลุยเดี่ยวสู้ไม่ไหว เช่นนั้นก็ยกพวกสู้
ผ่านไปหนึ่งวัน ลั่วมู่และคนกลุ่มหนึ่ง รีบร้อนเข้ามาหา
“ศิษย์พี่สวีเหยียน ศิษย์พี่สวีเหยียน!” หลายคนเริ่มร้องตะโกนออกมาจากที่ไกลๆ เลือดสดบนตัวของลั่วมู่ยังไม่ได้ล้างทำความสะอาด เห็นได้ชัดกระเซอะกระเซิงมาก และน่าเวทนามากเช่นกัน
“ใคร?” เจ้าสิบแห่งสำนักในปรากฏตัว มองทางด้านหน้าอย่างเย็นชา
“ศิษย์พี่ ข้าเองลั่วมู่ หวังว่าศิษย์พี่จะช่วยพวกข้าได้ กำจัดเจ้าขี้แพ้แห่งสำนักหลิงอู่” ลั่วมู่พูดอ้อนวอน คนอื่นๆ ต่างอ้อนวอนตามด้วย
“สรุปมันเรื่องอันใดกัน?” เจ้าสิบทนไม่ไหวอยู่บ้าง เดิมทีเขาไม่รู้จักลั่วมู่ และขี้เกียจสนใจหลายคนนี้ด้วย
“คือจื่อเฉิน พวกข้าเจอจื่อเฉินกันแล้ว ข้าวของทั้งหมดโดนเขาแย่งไป แม้แต่แต้มบริจาคล้วนโดนแย่งหมด” ลั่วมู่ร้องไห้ไปพลางพูดไปพลาง
“อะไรนะ จื่อเฉิน?” ยังไม่รอให้เจ้าสิบแห่งสำนักในพูดจา ก็มีบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมา คนผู้นี้หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีขาว ค่อยๆ เดินออกมาจากในป่า บนใบหน้าอันหล่อเหลา มีความแปลกใจ
ผู้มาเยือนคือหลินหยู่อันดับสองของสำนักในแห่งสำนักหลิงอู่ เมื่อเทียบกับสวีเหยียนยังด้อยกว่าเล็กน้อย ความนิยมในสำนักหลิงอู่สูงมาก โดยเฉพาะใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเป็นที่หมายปองอันน่าเลื่อมใสของสตรีมากมาย
ตอนแรกที่มาที่นี่ เขาได้รับการฝากฝังจากหลัวเหมิน อยากจะฆ่าจื่อเฉิน หลังจากนั้นได้ยินคำสั่งของเฉินเฟิงว่าให้ฆ่าจื่อเฉินเหมือนกัน ช่วงเวลานี้ เขากับสวีเหยียนจึงแบ่งกลุ่มกันออกไป เป็นเวลาสองเดือนเต็มๆ ล้วนหาจื่อเฉินไม่พบ
“คือจื่อเฉิน” ลั่วมู่ตอบ “ข้าเห็นมากับตาตัวเอง”
“เล่ามาให้ละเอียด” สวีเหยียนก็เดินออกจากในป่าเหมือนกัน
มองเห็นศิษย์พี่สองท่านปรากฏตัวพร้อมกัน ลั่วมู่ตื่นตะลึงที่ได้รับความเมตตาแบบคาดไม่ถึงพอสมควร แต่จากตรงนี้สามารถเห็นได้ถึง ความสำคัญที่จื่อเฉินมีต่อสองคนนี้ ลั่วมู่ที่ตื่นตะลึงที่ได้รับความเมตตาแบบคาดไม่ถึงยังคงเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดแจ้งไปรอบหนึ่ง แน่นอนว่าภายในนี้ส่วนที่ควรทำให้เสื่อมเสียเกินจริงนั้น ลั่วมู่ย่อมไม่ลืมเป็นแน่
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง จื่อเฉินในคำบอกเล่าของลั่วมู่ ก็กลายเป็นพวกชั้นล่างเลวทรามไร้ยางอายคนหนึ่ง ที่แอบลอบโจมตีศิษย์ร่วมสำนักของตนเอง โดยเฉพาะเป็นผู้ทรยศที่ไร้การอบรม
“เขายังพูดอีกว่า ถ้ายอดสิบแห่งสำนักในกล้าจริง ก็ยกกำลังเข้ามา ยังบอกว่าไม่เห็นทุกคนในสำนักหลิงอู่อยู่ในสายตา......ยังบอกว่ายอดสิบแห่งสำนักในไม่มีดีสมดังคำเลื่องลือ แม้แต่จางเฮ่าเทียนชี่แท้ชั้นแปดยังสู้ไม่ได้” ลั่วมู่ก้มหน้าแต่งเติมเรื่องราว สี่คนด้านข้างไม่พูดอันใด แต่ความรู้สึกโกรธแค้นบนหน้า ถือว่าให้ความร่วมมือแก่ลั่วมู่อย่างดีมาก
“เจ้าหมอนี่ กำเริบเสิบสานนัก” หลินหยู่กุมหมัดแน่นแล้ว ในสายตาเต็มไปด้วยจิตอาฆาตแค้น
“ข้าจะไปฆ่ามัน!” เจ้าสิบแห่งสำนักในก็เดือดดาล
สีหน้าของสวีเหยียนอึมครึมไร้ที่เปรียบ ไม่ว่าเรื่องที่ลั่วมู่เล่ามาจะจริงหรือเท็จ จื่อเฉินล้วนจำเป็นต้องตายอย่างไม่มีข้อสงสัย
“มันอยู่ที่ใด?” สวีเหยียนถามอย่างเย็นยะเยือก
“ในป่าทึบแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากนี่ไม่กี่สิบลี้ คิดว่ายังไม่ออกไปไหน” ลั่วมู่ตอบ