ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 เป็นอนุภรรยาของท่านอ๋อง
September 30, 2026
เมื่อสองปีก่อนเขาได้รู้จักกับซูเจี่ยวเจี่ยว นางเป็นหญิงสาวที่ฉลาดร่าเริง มักมีความคิดแปลกใหม่ อีกทั้งยังงดงามล้ำเลิศ ทำให้เขาตกหลุมรักนางอย่างรวดเร็ว
แต่ภายใต้รอยยิ้มอันอ่อนโยนของซูเจี่ยวเจี่ยว กลับซ่อนเร้นไว้ด้วยความกังวลบางอย่าง
สำหรับหลินชิงหยวนแล้ว นางเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าชอบมากแค่ไหน เพียงแค่เมื่อนำเงื่อนไขรอบด้านมาพิจารณา เขาก็คือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเป็นสามี
นางเคยเป็นผู้บริหารที่โลดแล่นอยู่ในวงการธุรกิจ จุดเด่นที่สุดก็คือความเป็นคนที่มองโลกตามจริง!
ด้วยรูปโฉมอันงดงามสะกดใจผู้คนแต่ไร้ซึ่งฐานะตระกูลที่แข็งแกร่ง ในยุคโบราณเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีนัก การแต่งงานให้เร็วที่สุดกลับเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงภัย
เมื่อกลับถึงบ้าน ซูเจี่ยวเจี่ยวปิดประตู เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในจวนอ๋องวันนี้ให้พ่อแม่ฟังคร่าว ๆ
“ถึงท่านอ๋องจะไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่ในใจข้าก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ”
นางรู้สึกว่าดวงตาของซ่งฉือเวลามองนางช่างน่าขนลุก ราวกับ...สัตว์ร้ายที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ
นางเฉินแม่ของซูเจี่ยวเจี่ยวไม่เคยมีความเห็นเป็นของตนเอง เรื่องใด ๆ ก็มักฟังตามลูกสาว พยักหน้าสนับสนุนทันที “ลูกทำถูกแล้ว ใบหน้านี้สะดุดตาเกินไป รีบแต่งกับหมอเสี่ยวหลินให้เร็วที่สุดจะดีกว่าจะได้ปลอดภัย”
พ่อของซูเจี่ยวเจี่ยวชื่อซูตงหยาง เขามีใบหน้าหล่อเหลา แต่มีนิสัยอ่อนแอ ขี้กลัว และมักจะอ่อนไหวร้องไห้เก่ง พอได้ฟังบทสนทนาของแม่ลูกก็รู้สึกไม่สบายใจเอามาก ๆ น้ำตาไหลพรากลงมาอีกครั้ง
“ถ้าท่านอ๋องมีจิตคิดร้ายขึ้นมาจริง ๆ จะทำอย่างไรดีล่ะ เจี่ยวเจี่ยวที่น่าสงสารของข้า…”
ซูเจี่ยวเจี่ยวได้แต่ปลอบอย่างจนใจ “ท่านพ่อ ท่านแม่ เรื่องมันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ท่านอ๋องก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรพิเศษนัก ข้าเพียงแค่ป้องกันไว้ก่อนเท่านั้นเอง พรุ่งนี้เมื่อหลินชิงหยวนมาสู่ขอ เรื่องทุกอย่างก็จะเป็นไปตามนั้น”
ทันใดนั้นประตูบ้านก็ถูกถีบเปิดออก เสียงดังก้องของซูเฉวียนตะโกนเข้ามา “ท่านแม่ มีอะไรกินบ้างไหม”
ซูตงหยางกับนางเฉินร้องด่าออกมาพร้อมกัน “ไสหัวไป!”
ซูเจี่ยวเจี่ยวได้แต่เกาศีรษะเงียบ ๆ ครอบครัวนี้เห็นชัดว่ารักลูกสาวมากกว่าลูกชายจริง ๆ
รุ่งเช้า ซูเจี่ยวเจี่ยวไปที่ร้านจินโหลวก่อนตามปกติ จัดการสะสางเรื่องค้าขายที่คั่งค้างให้เรียบร้อย
ไม่นานนักเข่อเล่อก็วิ่งหอบแฮกเข้ามา “คุณหนู มีคนมาหาเจ้าค่ะ!”
ซูเจี่ยวเจี่ยวคิดว่าเป็นหลินชิงหยวน และรู้สึกว่าตาทึ่มนั่นแทนที่จะไปบ้านนางเพื่อสู่ขอ แต่ทำไมถึงวิ่งมาหานางก่อนได้ จึงพูดอย่างจนใจ “ก็คุยกันแล้วไม่ใช่หรือว่า…”
แต่ถ้อยคำยังไม่ทันหลุดพ้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างขึ้นทันที
ไม่ใช่หลินชิงหยวนที่เปิดม่านเข้ามา แต่กลับเป็นแม่นมผู้ดูแลสองคนที่แต่งกายหรูหรา หนึ่งในนั้นคือแม่นมจางที่นางคุ้นเคย ส่วนอีกคนหน้าตาไม่ค่อยคุ้น ดูจากการแต่งตัวที่พิถีพิถันกว่าแม่นมจาง คงเป็นผู้มีตำแหน่งสูงกว่า
เมื่อแม่นมสื่อเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าของซูเจี่ยวเจี่ยวก็ราวกับถูกสายฟ้าฟาด หัวใจเต้นระส่ำพรั่งพรูราวกับจะทะลุออกมา ดวงตาเต็มไปด้วยประกายตื่นตะลึง
สวรรค์ ไม่นึกเลยว่าจะมีสตรีที่งดงามเช่นนี้!
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมนายท่านถึง…
ซูเจี่ยวเจี่ยววางสมุดบัญชีลง ลุกขึ้นอย่างสง่างาม “แม่นมจางนี่เอง ท่านมีเวลามาเยี่ยมถึงที่นี่เชียวหรือ เข่อเล่อ รินชาให้แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่านหน่อย”
แม่นมจางแสดงท่าทีเคารพนอบน้อมอย่างยิ่ง “แม่นางซู ท่านนี้คือแม่นมสื่อ ผู้รับใช้ใกล้ชิดของฮูหยินใหญ่แห่งจวนอ๋องเจ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่ก็คือพี่สะใภ้ใหญ่ของซ่งฉืออ๋องเจียงหนาน ผู้ที่ตอนนี้เป็นผู้ดูแลกิจการภายในจวนอ๋องทั้งหมด ถืออำนาจสูงสุดในเรือนหลัง
ซูเจี่ยวเจี่ยวชะงักไปเล็กน้อย ความรู้สึกไม่สู้ดีพลันแล่นวาบขึ้นในใจ ทว่าบนใบหน้ายังคงแต้มยิ้มจริงใจ “คารวะแม่นมสื่อ เชิญนั่งก่อน”
แม่นมสื่อพยายามระงับอารมณ์อยู่พักใหญ่ ก่อนจะนั่งลงจิบชาเล็กน้อย แล้วจึงยิ้มและเอ่ยขึ้นว่า
“แม่นางซู ข้ามาตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่ มาเพื่อมอบคำแสดงความยินดีให้กับแม่นางเจ้าค่ะ”
ริมฝีปากของซูเจี่ยวเจี่ยวกระตุกเบา ๆ นางกัดฟัน แต่ก็ยังคงฝืนยิ้มโดยไม่เอ่ยอะไรออกมา
แม่นมสื่อพูดต่อทันทีว่า “ฮูหยินใหญ่ชื่นชมว่าแม่นางจิตใจดีงาม จึงอยากเชิญแม่นางเข้าจวนไปดูแลนายท่านสาม และแต่งตั้งให้แม่นางเป็นสนมเอกของท่านอ๋องเจ้าค่ะ!”
แม่นมจางรีบปรบมือด้วยความตื่นเต้นทันที “ข้าบอกแล้วว่าแม่นางเป็นคนมีบุญนัก ขอแสดงความยินดีที่แม่นางกำลังจะได้เข้าไปเป็นนายหญิงในจวนนะเจ้าคะ!”
ริมฝีปากของซูเจี่ยวเจี่ยวกระตุกอีกครั้ง