ตอนที่ 11
บทที่ 11
September 18, 2026
ในวังหลวงยามวิกาล
“ตรวจสอบได้ความหรือยัง”
จักรพรรดิเหวินเงยประพักตร์ขึ้นจ้องถามองค์รักษ์เงา
“กราบทูลฝ่าบาท ตรวจสอบได้ความแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รักษ์เงาค้อมกาย ค่อยๆ รายงานความจริงตามที่ได้สืบได้จากองครักษ์ที่จับตัวมาจากเรือนปี้ปัว
“จับเข้าคุกสวรรค์?”
จักรพรรดิเหวินตบไปที่กองฎีกา พูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “กำเริบเสิบสานยิ่งนัก ไม่มีคำอนุญาตจากข้า แต่เจ้าสามกลับกล้าจับเจ้าหกเข้าคุกสวรรค์? มิน่าเล่า เจ้าหกจึงได้ตกใจกลัวจนมาขอความตายกับข้า!”
จักรพรรดิเหวินกริ้วเป็นอย่างมาก หายใจหอบแรง
“ฝ่าบาทได้โปรดคลายโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ซุ่นที่รับใช้อยู่ข้างกายรีรบกล่าวเตือนอย่างเป็นห่วง “องค์ชายสามอาจจะแค่อยากหยอกล้อองค์ชายหกก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสีย คนสนิทขององครัชทายาทได้ไปหาองค์ชายหกก่อนตาย…”
จักรพรรดิเหวินยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย หันสายตาไปมองมู่ซุ่น “เจ้าคิดว่าเจ้าหกมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีขององค์รัชทยาท?”
“เรื่องนี้…”
มู่ซุ่นตัวกระตุกอย่างแรงแล้วรีบตอบว่า “บ่าวไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่รู้? เช่นนั้นก็แปลว่าเป็นไปไม่ได้ล่ะสิ?”
จักรพรรดิเหวินส่งเสียงเหอะเบาๆ “หากเจ้าเป็นองค์รัชทายาท เจ้าจะคนไร้ประโยชน์มาเป็นพรรคพวกเดียวกับเจ้าหรือไม่? เขาสามารถยกพลทหารมาให้องค์รัชทายาทได้งั้นหรือ? หรือสามารถวางแผนออกกลอุบายให้องค์รัชทายาทได้ล่ะ?”
ถ้าจะหาเจ้าหกมาเป็นพรรคพวกในการก่อกบฏ ก็เป็นการแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ!
ขอแค่คนที่มีสมองสักนิด ก็ไม่มีทางทำเรื่องโง่ๆ เช่นนี้แน่นอน!
มู่ซุ่นตกใจกลัว ไม่กล้ารับคำต่อ
จักรพรรดิเหวินหายใจเข้าลึกแล้วจ้องไปทึ่องค์รักษ์เงาถามขึ้นว่า “หลังจากที่เจ้าหกกลับไปแล้ว เขาจัดการบ่าวรับใช้สารเลวพวกนั้นอย่างไรบ้าง?”
องค์รักษ์เงาตอบว่า “ให้คนพวกนั้นคุกเข่าตบปากตนเองพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ได้จัดการอย่างอื่นอีก?”
จักรพรรดิเหวินขมวดพระขนงแล้วถาม
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รักษ์เงาส่ายศีรษะเบาๆ
“เจ้าคนไร้ประโยชน์!”
จักรพรรดิเหวินเผยความผิดหวังเต็มพระพักตร์ กล่าวขึ้นอย่างโกรธเคือง “โดนสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้แว้งกัด แม้กระทั่งองครักษ์ข้าก็เปลี่ยนให้เขาแล้ว เขายังไม่กล้าส่งบ่าวพวกนั้นไปถึงแดนตาย! สวะ เศษสวะจริงๆ! เหตุใดข้าจึงมีบุตรที่ไร้ความสามารถเช่นนี้ออกมาได้…”