ตอนที่ 695
บทที่ 697 ระบบถูกก่อกวนจนสับสน
October 28, 2026
“ท่านคิดว่า สงบภายในก่อนเป็นจุดสำคัญหรือ?”ฉีเฟยอวิ๋นกล่าวถาม
อวิ๋นหลัวฉวนส่ายหน้า กล่าวว่า“ข้าเป็นหญิง ต้องการสงบภายในนั่นเพราะเป็นความรับผิดชอบของตนเอง ไม่ใช่กล่าวว่า ชายเป็นหลักรับผิดชอบอยู่ด้านนอกหญิงเป็นหลักรับผิดชอบด้านในหรือ?ในเมื่อเรื่องการออกรบเป็นส่วนของชาย เช่นนั้นมิสู้กับข้ามาสู้รบศึกภายใน”
“พูดง่ายพอทำจริงมันยาก หากชายหนุ่มไม่สามารถโค่นล้มหญิงผู้นี้ลงได้ เช่นนั้นเหตุใดท่านถึงทำได้?”
“ข้าสามารถพังพินาศไปพร้อมกับนางได้ ไม่ให้นางนำความหายนะมาสู่คนมากมาย ลูกของข้าคือลูกท่านอ๋องตวน อย่างไรต้องมีชีวิตรอด หากข้าตายคนเดียวแล้ว นางก็ตายด้วย ไม่คุ้มค่าหรือ?”
อวิ๋นหลัวฉวนกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวองอาจผึ่งผายทำให้ฉีเฟยอวิ๋นแสดงออกทางสีหน้า แต่ในสายตาของฉีเฟยอวิ๋น นางยังเป็นคนโง่คนหนึ่ง
มองอวิ๋นหลัวฉวนแล้วฉีเฟยอวิ๋นได้ทอดถอนหายใจกล่าวว่า“ผู้หญิงที่นี่ล้วนโง่ ในเมื่อท่านตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นเอาตามท่านว่าเลย ท่านกลับไปเถิด สงบครรภ์อย่างผ่อนคลาย ช่วงนี้อะไรก็ไม่ต้องทำหรอกนะ”
“ได้”
อวิ๋นหลัวฉวนตอบตกลงหนานกงเย่กับฉีเฟยอวิ๋นถึงได้ออกไป โดยที่ทั้งสองไม่ได้หยุดพักเลย
ออกมาแล้วฉีเฟยอวิ๋นรู้สึกเหนื่อยจนเหงื่อตก
หนานกงเย่โอบอุ้มเธอกลับจวนอ๋องเย่
กลับมาถึงจวนอ๋องเย่นั้นมืดค่ำแล้ว ฉีเฟนอวิ๋นยังอยากจะไปจวนแม่ทัพ
“ท่านอ๋อง พวกเราไปเยี่ยมท่านพ่อกัน”
พอมาถึงหน้าประตู ฉีเฟยอวิ๋นลงมา จากนั้นหนานกงเย่ได้อุ้มเธอไปที่จวนแม่ทัพ
พอถึงด้านนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงลง แล้วไปดูประตู
เสี่ยวเฉียวกับอามู่กำลังอยู่ด้านใน พอเห็นฉีเฟยอวิ๋นจึงรีบวิ่งมาหาเธอ
“ท่านแม่”
“ท่านอาจารย์”
“อืม ท่านตาล่ะ?”ฉีเฟยอวิ๋นไม่มีเวลามาพูดอะไรมาก เธอลูบที่ศีรษะเสี่ยวเฉียว
เสี่ยวเฉียวตาแดงก่ำแล้ว ชั่วประเดี๋ยวเดียวได้โผเข้าสวมกอดฉีเฟยอวิ๋น ร้องไห้ขึ้นมาโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลย
ฉีเฟยอวิ๋นสูดหายใจเข้าลึกๆ สรุปเสี่ยวเฉียวเป็นเด็กน้อยคนหนึ่ง เธอมองว่านางโตแล้ว สิ่งนี้จึงไม่ถูกต้องเลย
ฉีเฟยอวิ๋นคุกเข่าลงปลอบนางสักครู่หนึ่ง เสี่ยวเฉียวหยุดร้อง ฉีเฟยอวิ๋นถึงได้จูงมือเสี่ยวเฉียวไปหาท่านแม่ทัพ บางทีอาจจะเคยสูญเสีย หรือกลัวจะสูญเสียอีก เสี่ยวเฉียวเลยจับมือของฉีเฟยอวิ๋นไม่ยอมปล่อย ฉีเฟยอวิ๋นเลยพาเสี่ยวเฉียวไปหาแม่ทัพฉีด้วยกัน
พอมาถึงหน้าประตูฉีเฟยอวิ๋นถามพ่อบ้านอาวุโสว่า“เป็นอะไรหรือ?”
พ่อบ้านอาวุโสก้มศีรษะลง กล่าวว่า“ท่านแม่ทัพอยู่ด้านในไม่ออกมาเลย สี่วันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“อวิ๋นจิ่นล่ะ?”
ฉีเฟยอวิ๋นแปลกใจ เธอให้อวิ๋นจิ่นอยู่นี่
“เมื่อวานอวิ๋นจิ่นยังอยู่ วันนี้เพิ่งจะไปพ่ะย่ะค่ะ”พ่อบ้านกล่าวเช่นนั้น ฉีเฟยอวิ๋นเลยแปลกใจ
“ไม่ใช่แล้ว อวิ๋นจิ่นไม่ใช่คนที่จะออกจากงานไปโดยพลการ ไม่ควรที่จะออกจากจวนแม่ทัพ และยิ่งไม่มีทางที่จะไม่อยู่ที่จวนรอข้า”
อามู่มองฉีเฟยอวิ๋น กล่าวว่า“ท่านอาจารย์ วันนั้นอาหญิงเห็นท่านแม่ทัพแล้วไม่กินไม่ดื่ม เอาอาหารไว้อีกด้านแล้วเดินไป ข้าถามท่านอาหญิงว่าจะไปไหน นางกล่าวว่าไปสถานที่ที่อยากจะไปขอรับ”
ฉีเฟยอวิ๋นชะงักงัน หมุนตัวหันกลับมองประตูของแม่ทัพฉี กล่าวขึ้นว่า “ท่านอ๋อง ท่านไปก่อน จำเป็นต้องช่วยอวิ๋นจิ่น”
“อือ”
หนานกงเย่ก็เป็นคนฉลาด แน่นอนว่ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หนานกงเย่ออกไปฉีเฟยอวิ๋นเลยชี้แจงกับพ่อบ้านว่า“เอาอามู่กับเสี่ยวเฉียวไปพัก ตรงนี้เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”
พ่อบ้านพยักหน้า แล้วพาเด็กน้อยทั้งสองไปพัก
ฉีเฟยอวิ๋นผลักประตูเข้าไป ด้านในค่อนข้างมืด ไฟไม่จุดเปิดขึ้น
ฉีเฟยอวิ๋นออกไปเรียกคนมา จุดไฟขึ้น ปิดประตูแล้วเดินไปหาแม่ทัพฉี ภายในห้องของแม่ทัพฉีอ้างว้างไร้เสียง คล้ายดั่งไม่มีคนฉีเฟยอวิ๋นจุดตะเกียงไฟ ส่องนำไปถึงได้เห็นแม่ทัพฉีนอนอยู่ด้านใน
“ท่านพ่อ”
ฉีเฟยอวิ๋นเรียกแม่ทัพฉี แม่ทัพฉีลืมตาขึ้น ฉีเฟยอวิ๋นถึงได้เอาตะเกียงวางลง แล้วเดินไปนั่ง
“ท่านพ่อ”
ท่านแม่ทัพฉีมองฉีเฟยอวิ๋นแล้วกล่าวว่า“เจ้ากลับมาแล้วหรือ?”
“ท่านพ่อ”
ฉีเฟยอวิ๋นเพียงแค่เรียกเขา แม่ทัพฉีเบนหน้าหนีไม่พูดไม่จา