ตอนที่ 704
บทที่ 704 ถูกหลอก
October 28, 2026
ตามหวาชิงไปยังเนินเขาสิบลี้จากนั้นหว่าชิงถามว่า: "เฉินอวิ๋นเอ๋อร์แต่งงานกับอ๋องตวนท่านรู้หรือไม่?"
“รู้” ฉีเฟยอวิ๋นถูกถามอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย จู่ๆถามเรื่องเหล่านี้ไปทำไม
“เฉินอวิ๋นเอ๋อร์แต่งเข้าจวนอ๋องตวนแล้ว ท่านว่าข้าแต่งเข้าจวนอ๋องเย่ได้หรือไม่?” หวาชิงถามจากนั้นฉีเฟยอวิ๋นหยุดลง ในสมองคิดถึงเรื่องราวของหวาชิงอยู่กับหนานกงเย่
“แม่ทัพน้อย……”
“ท่านเรียกข้าว่าอะไรนะ?” หวาชิงหยุดมองฉีเฟยอวิ๋นจากนั้นฉีเฟยอวิ๋นจึงเปลี่ยนคำเรียกทันที
"ชิงเอ๋อร์"
ความรู้สึกที่ถูกคุกคามนั้นไม่ค่อยดี ฉีเฟยอวิ๋นนั้นรู้สึกว่าอึดอัดไปทั้วทั้งร่าง
หวาชิงมือไขว้หลังอย่างจริงจัง: “หากข้ากลายเป็นพระชายารองเย่ก็จะสามารถเจอท่านทุกวันและตามธรรมเนียมข้าต้องน้อมทักทายท่านทุกวัน แน่นอนว่าในเมืองต้าเหลียงเราก็มีภรรยาสองคนที่อยู่กับสามีด้วยกันและสามารถอยู่บนเตียงเดียวกัน
เมืองต้าเหลียงนั้นขณะที่อดีตจักรพรรดิทรงมีพระชนม์ชีพอยู่เคยมีเรื่องพี่น้องอยู่บนเตียงเดียวกัน ข้าเชื่อว่าท่านนั้นรู้ แม้ว่าท่านจะไม่รู้หนานกงเย่นั้นรู้สินะ? "
“เช่นนั้นหรือ?” ฉีเฟยอวิ๋นไม่รู้เรื่องเหล่านี้จริงๆ แต่หลังจากคิดอย่างละเอียดแล้วในใจของฉีเฟยอวิ๋นก็สับสนวุ่นวาย เป็นเวลาเนิ่นนานจึงได้ยิ้มอย่างจนปัญญาแล้วหันกลับมาเดินไปทางเนินเขาสิบลี้
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดแต่กลับสงบลงแล้ว
หวาชิงตามฉีเฟยอวิ๋นแล้วถามว่า: "ความสัมพันธ์เรื่องสามีภรรยาในห้องนอนของท่านยังดีอยู่หรือไม่?"
ฉีเฟยอวิ๋นเหลือบไปยังหวาชิงด้วยท่าทีเศร้าสร้อย: "ชิงเอ๋อร์ ท่านรู้ไหมว่าสามีภรรยาทำสิ่งใดบนเตียงเดียวกัน? ไม่ใช่แค่จับมือ ท่านดูข้า ท่านมองดูข้ายักคิ้วหลิ่วตากันไปมาเช่นนั้นท่านรู้หรือไม่?”
“ก็ต้องรู้อยู่แล้ว ทำไมหรือ?” หวาชิงทำหน้าราวกับไม่มีสิ่งใด
“หากท่านต้องการแต่งงานกับท่านอ๋องก็แล้วแต่ท่านเถอะ”
ฉีเฟยอวิ๋นเดินต่อไป หวาชิงพูดถึงเรื่องนี้อยู่ตลอดทางซึ่งฉีเฟยอวิ๋นนั้นไม่ได้สนใจ แต่หวาชิงกลับมีใจยิ่งนักและรื่นเริงบันเทิงเองอย่างพึงพอใจ
ถึงยังเนินเขาของเนินเขาสิบลี้หูของฉีเฟยอวิ๋นถึงได้เงียบสบาย หวาชิงก็ขึงขังขึ้นมา
“ท่านมา ข้าจะแบกท่าน!” หวาชิงเดินไปยังด้านหน้าของฉีเฟยอวิ๋นเตรียมพร้อมที่จะแบกฉีเฟยอวิ๋นขึ้นเขา ฉีเฟยอวิ๋นมองหวาชิงราวกับมองสัตว์ประหลาดเช่นนั้น
หวาชิงทนรอไม่ไหว: “ขึ้นมา ข้าจะแบกท่านขึ้นไป ท่านอ่อนแอเช่นนี้ขึ้นไปไม่ได้หรอก”
“ไม่จำเป็น ไม่ใช่ว่าข้าจะขึ้นไปไม่ได้ ท่านดูแคลนข้าเกินไปแล้ว ข้าขึ้นไปได้”
ฉีเฟยอวิ๋นเดินอ้อมออกแล้วเดินขึ้นด้านบน หวาชิงตามไป: "หากท่านเดินไม่ไหวก็บอกข้า ข้าแบกท่าน"
ฉีเฟยอวิ๋นนั้นไม่ได้สนใจหวาชิงแต่กลับเป็นกังวลว่าหวาชิงจะหลอกนางมา
ทั้งสองเดินขึ้นไปโดยที่ฉีเฟยอวิ๋นเดินอย่างกระฉับกระเฉงหวาชิงรู้สึกงุนงง: "ท่านเติบโตขึ้นมาในเมืองหลวง เหตุใดท่านถึงเดินขึ้นเขาได้ราวกับโบยบิน?"
“ข้าไม่มีสิ่งใดทำก็ชื่นชอบออกมาปีนเขาดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหา ตอนนี้ร่างกายของข้าไม่ค่อยดี หากเป็นเมื่อก่อนจะเดินได้เร็วกว่าเจ้า”
"ช่างโม้!"
ใบหน้าหวาชิงแดงขึ้น พอยิ้มขึ้นมานั้นราวกับเด็กคนหนึ่ง ฉีเฟยอวิ๋นเลิกคิ้วมองไปแล้วชาไปทั่วร่าง
ทั้งสองเดินไม่ช้า ฉีเฟยอวิ๋นนั้นไม่นานนักก็เดินไม่ไหวแล้ว พอเดินไปถึงครึ่งทางฉีเฟยอวิ๋นก็พิงต้นไม้ใหญ่พักผ่อน
หวาชิงยังคงผ่อนคลายนัก: "ข้าแบกท่าน?"
“ไม่ต้อง ข้าขึ้นไปได้ ท่านแน่ใจหรือว่าด้านบนมีคนอาศัยอยู่ ครั้งที่แล้วขณะที่ข้ามาข้าเดินมาถึงตรงนี้แล้วก็ลงไปแล้ว” ฉีเฟยอวิ๋นหายใจเหนื่อยหอบจึงได้นั่งลง
หวาชิงเหลือบมองไปยังแต่ละทิศทาง: “ใกล้จะถึงแล้ว หากท่านเหนื่อยพวกเราพักกันครู่หนึ่ง”
“พักครู่หนึ่งเถอะ ท่านอย่าได้เดินไปเรื่อยเปื่อย ที่นี่มีแมงป่องและตะขาบอยู่ ท่านอย่าให้ถูกกัดนะ”
"ข้าไม่กลัว!"
“……”ฉีเฟยอวิ๋นมองหวาชิงราวกับมองท่าทางอันซื่อบื้อ
หวาชิงจึงได้นั่งลงและพิงอยู่ข้างๆฉีเฟยอวิ๋น ศีรษะเอนลงมาพิงบนไหล่ของฉีเฟยอวิ๋นด้วยท่าทางอันมีความสุข
ฉีเฟยอวิ๋นเหนื่อยมากจริงๆจึงพิงต้นไม้อยู่ครู่หนึ่ง
หวาชิงก็หลับไปแล้ว ไม่เคยหลับสบายเช่นนี้มาก่อน
ฉีเฟยอวิ๋นตื่นขึ้นหวาชิงก็ไม่อยู่แล้วและท้องฟ้ามืดเล็กน้อย ฉีเฟยอวิ๋นลุกขึ้นแล้วตามหาหวาชิงไปทั่วทุกทิศ ในเวลานี้ต้นหญ้าและต้นไม้ฟื้นตัว วัชพืชบนพื้นดินเริ่มงอก ฝนตกกระหน่ำรอบหนึ่งทำให้เกิดหลายสิ่งหลายอย่างขึ้นมามากมาย ยิ่งเป็นบนเขาอันมีแสงแดดเพียงพอ
หญ้าและต้นไม้เติบโตจนถึงครึ่งหนึ่งของความสูงของคน ท้องฟ้าค่ำมืดฉีเฟยอวิ๋นมองสิ่งใดไม่เห็นเลย
“หวาชิง หวาชิง……”