ตอนที่ 1030
บทที่ 1030 วิญญาณแตกสลาย
October 28, 2026
เพียงระยะเวลาสั้น ๆ กำลังภายในในร่างกายของพวกเขาก็ได้ถูกใช้ไปจนแทบจะหมดแล้ว
จะต้องรู้ว่า กำลังภายในของพวกเขาเองใช้เป็นแค่ตัวล่อเท่านั้น! ถ้าหากใช้กำลังภายในของพวกเขาสร้างเกาะป้องกันขึ้นมาจริง ๆ งั้นพวกเขาก็คงวิญญาณแตกสลายไปนานแล้ว
วินาทีนี้ ทั้งสองคนไม่หยุดเลยแม้แต่นิดเดียว ใช้พลังที่เหลืออยู่ทั้งหมดขับเคลื่อนกำลังภายในที่ตัวเองเหลืออยู่ออกมา ลอยตัดผ่านอากาศไปราวกับแสงสีทองสองสาย มุ่งหน้าไปยังเกาะหยกขาว!
แสงสีทองสองสายผ่านแวบไปเหมือนกับสายฟ้า การเคลื่อนไหวของทั้งสองคนนั้นเร็วเกินกว่าปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขาเสียอีก มุ่งหน้าพุ่งไปยังเกาะหยกขาวทันที
เนื่องจากได้ปะทุพลังออกมาอย่างรุนแรง ทั้งสองคนได้ตกลงไปที่เกาะหยกขาวอย่างจัง ต่างก็กระอักเลือดออกมาคำโต
เมื่อหันกลับไปดู ความสว่างไสวที่เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ในอากาศแห่งนั้นยังไม่ทันสลายไป ทำให้คนรู้สึกตื่นตระหนกตกใจยิ่งนัก
“หนีออกมาจากความตายได้ โชคดีจริง ๆ”
“เมื่อกี้เกือบนึกว่าตัวเองต้องตายแล้วไหมล่ะ”
ทั้งสองคนจ้องมองซึ่งกันและกันพลางยิ้มอย่างขมขื่น
หลังจากที่พวกเขาบุกขึ้นมายังเกาะหยกขาวได้แล้ว สิบสองคนทองนั้นก็ไม่ได้ตามมาโจมตีพวกเขา อีก
“สิบสองคนทอง......มันน่ากลัวมากจริง ๆ” หลี่ฝางถอดทอนใจหนึ่งครั้งอย่างห้ามไม่ได้
“ในระดับเดียวกันพวกเรามีเพียงต้องถูกพวกมันทารุณ”
ทั้งสองคนนั้นคาดไม่ถึงจริง ๆ ในฐานะที่อาจจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดสองคนของโลกใบนี้ ร่วมมือกันแล้วก็ยังทำได้เพียงหลบหนีเอาชีวิตรอดจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวของคนยักษ์สองตัว
การโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ถ้าหากหลบหนีช้าไป ในตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนอาจจะไม่รอดแล้วก็ได้
“ความจริงแล้ว ก็น่าจะเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของที่นี่สินะ......” ในตอนนี้เองกู่ยี่เทียนก็ได้เอ่ยขึ้น: “ถ้าอยู่ที่โลกด้านนอก ไม่มีพลังอันแปลกประหลาดพวกนี้ ไม่มีทางที่กระบวนท่านี้จะแสดงพลังที่น่าเกรงขามแบบนี้ออกมาได้”
“แต่ว่า ถ้าหากอยู่ที่โลกด้านนอก แค่เท้าสองข้างของพวกมันก็สามารถเหยียบพวกเราให้แหลกละเอียดได้” หลี่ฝางยิ้มอย่างขมขื่น
ทั้งสองคนถอนหายใจพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
แต่ทว่าในไม่ช้า พวกเขาก็ได้ทิ้งความท้อแท้นี้ออกไปจากสมอง
หันกลับมาและเงยหน้าขึ้นไป ก็เป็นขั้นบันไดหยกขาวขั้นแล้วขั้นเล่าต่อยาวขึ้นไปข้างบนยังไม่จบสิ้น จนถึงส่วนลึกของกลุ่มเมฆที่เต็มไปด้วยแสงอรุโณทัย จึงเห็นเป็นตำหนักอันกว้างใหญ่อยู่เลือนราง มองไม่ค่อยจะชัดเจนนัก
ทั้งสองคนรีบทิ้งความหงุดหงิดเมื่อสักครู่ออกไปจากสมองทันที และเริ่มปีนบันไดโดยไม่ลังเล
ถึงแม้จะมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด แต่สำหรับทั้งสองคนที่อยู่ในขึ้นแดนเต๋าแล้วไม่นับอะไร ตลอดทางก็ไม่ได้พบเจอกับความผิดปกติ เงาร่างสองสายพุ่งขึ้นสู่ด้านบนอย่างรวดเร็ว ไม่นาน เท้าของพวกเขาก็ได้เหยียบลงที่บันไดขั้นสุดท้าย
ทั้งสองคนก้าวเข้าไปพร้อม ๆ กัน
ทันใดนั้นเอง ดวงเคลื่อนดาวย้าย ฟ้าดินเปลี่ยนผัน ทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบเปลี่ยนแปลงไปราวกับพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน
ที่นี่เป็นตำหนักใหญ่โตที่งดงามตระการตาแห่งหนึ่ง ทองคำปูพื้น ใช้หยกเป็นเสาร์ แสงไฟสว่างไสว เหลืองอรามแวววาว ใช้ทุกถ้อยคำบนโลกใบนี้ ก็ไม่อาจพรรณนาความงดงามของตำหนักแห่งนี้ได้
และในเวลานี้ ภายในตำหนักแห่งนั้นกำลังจัดงานเลี้ยงอันใหญ่โต