ตอนที่ 1301
บทที่ 1301 คนเผ่ากู่
October 28, 2026
“เสี่ยวหลินตัง? ทำไมเธอถึงมาเร็วขนาดนี้ล่ะ?มาแล้วก็ไม่บอกกันหน่อยสักคำ ฉันจะได้ไปรับเธอ”
กู่ยี่เทียนมองไปที่เสี่ยวหลินตังที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา พลางถามด้วยรอยยิ้ม
ทั้งด้านเสี่ยวหลินตังไม่ได้ถือตัวว่าเป็นคนนอกเลยแม้แต่น้อย จึงตอบกลับพร้อมกับหยิบขนมที่วางอยู่บนโต๊ะมากินไปด้วย “ต่อให้อยู่บ้านฉันก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ก็เลยมาเร็วหน่อย จะว่าไปผู้ชายอย่างพวกคุณนี่ก็ขี้เกียจใช่ย่อยเลยนะ สายขนาดนี้แล้วยังจะนอนอยู่อีก ถ้าเป็นฉันปกติเวลานี้ก็ตื่นมาฝึกวิชาตั้งนานแล้ว”
เมื่อมองดูเสี่ยวหลินตังที่ไม่มีการรักษาภาพลักษณ์ผู้หญิงของตัวเองเลย ทำเอากู่ยี่เทียนถึงกับต้องยิ้มพร้อมส่ายหน้า
ส่วนตัวของเขาและเสี่ยวหลินตังนับได้ว่าเป็นคนสนิทกัน ปู่ของเธอเป็นเจ้าของต้าเซี่ยหลงเช่วแห่งตะวันตกเฉียงใต้ ในโลกของนักบู๊ก็นับว่าเป็นคนใหญ่คนโตคนหนึ่ง เพียงแค่ว่าหลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตแบบสันโดษมาโดยตลอด จึงทำให้คนที่รู้จักชื่อเสียงของเขามีไม่มากนัก
ส่วนพ่อแม่ของเสี่ยวหลินตังเป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น ไม่ได้มีพรสวรรค์ด้านนักรบที่ได้รับมาจากคุณปู่ของเลย แต่สิ่งที่คิดไม่ถึงกลับเป็นว่าพรสวรรค์นี้กลับได้ตกทอดไปสู่รุ่นหลานแทน เพราะในตอนที่ เสี่ยวหลินตังอายุได้หกขวบเธอก็ได้กลายเป็นนักรบที่มีคุณสมบัติเหมาะสมแล้ว
ถึงแม่ว่าตอนนี้จะมีอายุเพียงสิบแปดปี แต่ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับเขตสุดกำลังภายในแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้คุณปู่ของเธอจึงประคบประหงมเธออย่างมากๆ ทั้งยังพูดมาตลอดว่าจะให้เธอเป็นคนรับการสืบทอดความสามารถทั้งหมดของเขา
“ใช่ เสี่ยวหลินตังขยันที่สุดแล้ว ดูแล้วพลังของเธอจะพัฒนาขึ้นมาไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ?”
กู่ยี่เทียนจงใจทดสอบพลังของเสี่ยวหลินตังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พบว่าเพียงระยะเวลาเพียงหนึ่งปีครึ่งสั้นๆ นี้เจ้าเด็กคนนี้สามารถพัฒนาจากเขตสุดกำลังภายนอกเข้าสู่เขตสุดกำลังภายในแล้ว แถมตอนนี้ก็ยังมีความก้าวหน้าอย่างลับๆ อีกด้วย
นักรบเขตสุดกำลังภายในวัยสิบแปดปี ความสามารถนี้ทำเอากู่ยี่เทียนรู้สึกชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียว
“หยุดอวยกันเกินไปได้แล้ว ต่อให้ฉันจะขยันแค่ไหนก็สู้คุณไม่ได้หรอก ทั้งที่คุณโตกว่าฉันแค่ไม่กี่ปีเอง แต่ตอนนี้เป็นครึ่งเทพไปแล้ว”
คำพูดประโยคนี้ของเสี่ยวหลินตังพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์และความอิจฉา
อันที่จริงเธอนั้นมีความแข็งแกร่งมากๆ เธอเป็นคนมีวินัยและขยันอย่างมากเพื่อที่จะพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเอง หลายปีมานี้เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น เธอใช้เวลานอนเพียงแค่สี่ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือก็จะใช้ในการฝึกฝนทั้งหมดเลย
แต่ถึงแม่ว่าเธอจะพยายามขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถล้ำหน้ากู่ยี่เทียนได้เลย สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกเคืองใจอย่างมาก
“อะแฮ่ม……จะพูดแบบนี้ได้ยังไง ฉันเป็นผู้ชาย เธอเป็นผู้หญิง ผู้หญิงเวลาฝึกฝนมีความยากลำบากกว่าผู้ชายตั้งเยอะ ถ้าฉันเป็นผู้หญิง ก็คงจะไม่มีความสุดยอดได้เท่าครึ่งหนึ่งของเธอด้วยซ้ำ”
เมื่อเห็นใบหน้าขมขื่นของเสี่ยวหลินตัง กู่ยี่เทียนก็ถึงกับต้องลูบท้ายทอยของตัวเองพร้อมกับพยายามพูดปลอบใจ
สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่ผิดเลย นักรบหญิงในเวลาที่ต้องฝึกฝนนั้นมีความยากลำบากกว่าผู้ชายหลายเท่าจริง สำหรับความแข้งแกร่งระดับนี้ของเสี่ยวหลินตัง สามารถบอกได้เลยว่าเป็นสิ่งที่หายากในรอบร้อยปีเลยก็ว่าได้
“ชิ คุณก็แค่แสร้งทำเป็นพูดให้มันฟังดูดีเองสิไม่ว่า” ถึงแม้คำพูดของเสี่ยวหลินตังจะยังมีความไม่พอใจ แต่ใบหน้าของเธอกลับมีความดีใจเกิดขึ้นมาไม่น้อย
เมื่อเห็นท่าทีปากไม่ตรงกับใจของเธอ กู่ยี่เทียนก็ไม่คิดที่จะไปขัดอะไร พลางหัวเราะออกมาก่อนจะเอื้อมไปลูบผมของเสี่ยวหลินตัง
“ยัยเด็กน้อยคนนี้ ไม่เจอกันปีกว่าเอง เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ อย่างที่เขาว่ากันเลยว่าผู้หญิงจะเปลี่ยนไปตอนสิบแปด เพราะเมื่อกี้นี้ฉันเกือบจะจำเธอไม่ได้”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู่ยี่เทียน หน้าของเสี่ยวหลินตังก็แดงระเรื่อขึ้นมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะเอียงหัวของตัวเองด้วยความเขินอาย ไม่ให้กู่ยี่เทียนลูบผมของตัวเอง
“ออกไปเลย!เจอกันทีไรก็ชอบมาจับหัวกันอยู่ได้ นี่คุณไม่รู้หรอว่าจับหัวทำให้ไม่สูงได้หน่ะ?อีกอย่าง ตอนนี้ฉันก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว รบกวนอย่ามาทำเหมือนฉันยังเป็นเด็กคนหนึ่งอีกได้ไหม ?”