ตอนที่ 1307
บทที่ 1307 คืนสภาพ
October 28, 2026
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ทุกอย่างก็นับว่าเกือบกลับมาเป็นปกติสักที
ส้าวส้วยหันไปมองอูหลิงที่หลับตาลงไปแล้ว หวังจะพูดอะไรบางอย่างกับเขา แต่เมื่อครุ่นคิดไปมาสุดท้ายก็ไม่ได้อ้าปากพูดออกมา
“สิ่งที่อยู่ร่างของหลี่ฝางนั้นเป็นปัญหาอย่างมาก ตอนนี้ผมทำได้เพียงสะกดเขาเอาไว้ได้สักพักเท่านั้น หากต้องการที่จะกำจัดเขาให้สิ้นซาก จำเป็นต้องเชิญให้เซียนผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าเราออกโรงช่วยเหลือ”
ส้าวส้วยที่เพิ่งล้มตัวนอนลงไป กำลังเตรียมจะหลับตานอน จู่ๆ ภายในเต็นท์ก็มีเสียงของอูหลิงดังขึ้นมา
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่อูหลิงเป็นเริ่มพูดกับส้าวส้วย ตอนแรกส้าวส้วยยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ผ่านไปสักพักเขาถึงจะตอบกลับ
“ฉันรู้ว่านายไม่ได้มีความแค้นกับพวกเรา เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ต้องขอบใจที่นายเข้ามาช่วยเหลือ ฉันว่านายก็คงจะรู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่ร่างของหลี่ฝางคืออะไร ถ้าเกิดว่าปล่อยให้เขาได้ครอบครองร่างของหลี่ฝางโดยสมบูรณ์ อย่างนั้นก็คงจะกลายเป็นหายนะต่อโลกนี้ทันที”
“ดังนั้นฉันอยากขอให้นายช่วยพวกเราอีกครั้ง รอให้ถึงดินแดนของเผ่ากู่แล้ว ยังหวังว่านายจะยังช่วยออกหน้าช่วยพวกเชิญเซียนผู้ยิ่งใหญ่ของพวกนายออกมา”
ส้าวส้วยเป็นคนที่ทั้งการพูดและการกระทำนั้นล้วนอยู่ในความเหมาะสม ไม่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความไม่สบายใจ เมื่อได้ยินอย่างนั้นอูหลิงก็แสยะเสียงเย็นชาออกมา ด้วยท่าทีที่ดีกว่าก่อนหน้านี้
“คุณวางใจเถอะ ต่อให้ผมจะไม่สนใจความเป็นความตายของพวกคุณ แต่ผมไม่สนใจคนในเผ่าของผมไม่ได้”
เมื่อมีคำพูดนี้ของ อูหลิง ใจของส้าวส้วยก็พอที่จะสงบลงมาได้เสียหน่อย อันที่จริงเขารู้แต่แรกอยู่แล้วว่าอูหลิง ยืนอยู่ข้างพวกเขา ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางมาที่โรงแรมแน่นอน
อีกอย่างเรื่องในคืนนี้ อูหลิงเอาตัวเองไปเผชิญหน้ากับเทพอ้านโดยตรงอีก ถ้าหากเขาไม่ช่วยหลี่ฝาง ในวันข้างหน้าเทพอ้านจะต้องกลับมาก็แค้นเผ่ากู่ของเขาแน่นอน
“ขอบใจนายมากนะ” ส้าวส้วยที่ไม่รู้ว่าจะแสดงความตื้นตันใจที่ตัวเองมีต่ออูหลิง ได้รวบรวมความรู้สึกทั้งหมดเป็นคำขอบคุณออกมา
“เอาเถอะๆ คุณไม่ต้องมาพูดจาเกรงใจกันแบบนี้กับผมหรอก เพราะผมเองก็ทำเพียงเพื่อรักษาชีวิตตัวเองเท่านั้น”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดขอบคุณของส้าวส้วย หน้าของอูหลิงก็รู้สึกร้อนแผ่ว ด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาโบกมือขึ้นทำทีไม่สนใจ ก่อนจะพลิกตัวไปอีกแล้วหลับตาลง
ด้านส้าวส้วยเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบตื๊อ เมื่อเห็นว่าเขานอนหลับไปแล้ว ตัวเองจึงกลับตัวไปอีกทาง ทั้งสองหันหลังใส่กันแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา
ในเช้าของวันถัดมา เพราะเสียงนกร้องทำให้หลี่ฝางสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาตบหัวตัวเองที่กำลังสะลึมสะลือเบาๆ จนผ่านไปสักพักกว่าจะตั้งสติได้
“เห้ย ตอนนี้นายคือหลี่ฝางหรือว่าเทพอ้านไอ้คนตายยากคนนั้น ?” และในตอนนั้นเอง กู่ยี่เทียนที่เปิดเต็นท์เข้ามาแล้วได้เห็นว่าหลี่ฝางได้ลุกขึ้นมานั่งแล้ว ก็แสดงสีหน้าระมัดระวังพร้อมกับโยนหินเล็กก้อนหนึ่งใส่เขา
เมื่อเห็นท่าทีระมัดระวังตัวของกู่ยี่เทียน หลี่ฝางถึงกับหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างอดไม่ได้ “นี่นายกลายเป็นคนขี้ขลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ กู่ยี่เทียนถึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างหนัก ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาหลี่ฝาง พร้อมตบลงบนหลังของเขาอย่างเสียอารมณ์
“นายจะไปรู้อะไร!เมื่อคืนนี้ฉันเกือบจะต้องตายด้วยมือนายแล้ว!นายดูสิแผลบนแขนนี่เป็นฝีมือของนาย”