ตอนที่ 1313
บทที่ 1313 เหนือจินตนาการ
October 28, 2026
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ หลี่ฝางไม่รู้เลยจริงๆ ว่าตัวเองนั้นโชคดีหรือว่าโชคร้ายกันแน่ เมื่อมองไปที่คางคกอัปลักษณ์ตัวนั้น คิ้วของเขาพลันขมวดแน่นจนปูดโปนออกมา แล้วถามอย่างไม่แน่ใจนักว่า “จริงหรือ”
“พลังของนายแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเราทั้งหมด ทำไมฉันต้องหลอกนายเรื่องนี้ด้วย หากนายไม่เชื่อฉันก็ได้ แต่หากถึงเวลาแล้วขาดส่วนผสมยาไปขนานหนึ่ง นายก็อย่าหาว่าฉันไม่บอกก็แล้วกัน” อูหลิงกลอกตาแล้วไม่กล่าวอะไรอีก
“หลี่ฝาง พวกเราจัดการคางคกตัวนี้ให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปเถิด พี่ดูสายตาของมันสิ มันเห็นพวกเราเป็นเหยื่อของมันตั้งแต่แรกแล้ว”
กู่ยี่เทียนปัดโคลนที่ติดตามตัวของตนออกอย่างง่ายๆ แล้วเงยหน้าหรี่ตามองไปยังคางคกที่กำลังจ้องมองมาทางพวกเขา
พิจารณาจากขนาดของคางคกตัวนี้แล้ว อายุคงจะมากกว่าพันปีแล้วและก็คงจะไม่ได้ผจญเรื่องระทึกเช่นนี้มานานแล้ว จึงไม่ง่ายนักที่วันนี้จะจับเหยื่ออย่างพวกเขามาได้ แล้วมันจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ ได้อย่างไร
การต่อสู้นองเลือดคงมิอาจหลีกเลี่ยงพ้นแล้ว
หลี่ฝางเองก็สังเกตเห็นความกระหายในสายตาของคางคกตัวนี้ จึงแอบถอนใจ แล้วเอ่ยกับคางคกด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
“ตอนแรกพวกเราก็ไม่อยากต่อสู้กับแกหรอก แต่ใครให้แกเป็นส่วนผสมทำยาของฉันเล่า ดูท่าฉันคงต้องส่งแกเดินทางครั้งสุดท้ายแล้ว”
เมื่อกล่าวจบประโยค หลี่ฝางก็ออกแรงที่เท้าแล้วพุ่งทะยานไปยังคางคกตัวนั้น กู่ยี่เทียนก็ตามหลังไปติดๆ
บนท้องฟ้าปรากฏเพียงเงาของทั้งสองร่าง การต่อสู้ทำให้คางคกส่งเสียงร้องกระหึ่ม คางคกที่มีชีวิตมากว่าพันปีย่อมมีจิตรับรู้ เมื่อเห็นว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลี่ฝางก็พ่นไอพิษออกมาแล้วรีบมุดลงไปในบึงน้ำ
“แย่แล้ว มันกำลังจะหนี! รีบจับขามันไว้เร็วเข้า!” กู่ยี่เทียนรีบตะโกนร้อง เมื่อเห็นคางคกมุดลงไปในบึงน้ำได้ครึ่งตัว
“คิดหนี? ฉันอนุญาตรึยัง!” คางคกนั้นว่องไวมาก แต่ยังคงเร็วไม่เท่าหลี่ฝางกับกู่ยี่เทียน
พวกเขาทั้งสองช่วยกันดึงขาหลังข้างหนึ่งของคางคกขึ้นมา คางคกที่มุดลงไปในบึงน้ำได้ครึ่งตัวก็ถูกดึงกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
พวกหลี่ฝางได้โยนคางคกลงกระแทกกับพื้นดังตึ้ง เสียงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้โคลนสาดกระเซ็น คางคกถูกเหวี่ยงจนขาทั้งสี่ข้างชี้ฟ้าโด่ เผยหน้าท้องสีขาวให้พวกหลี่ฝางมีโอกาสได้เห็น
เมื่อเหยื่อตกอยู่ในมือแล้วก็ไร้เหตุผลที่จะปล่อยไป หลี่ฝางแหวกท้องคางคกด้วยมือเปล่า แล้วควักเอาอวัยวะด้านในออกมาจากตัวของมัน
หลังจากคางคกถูกแหวกท้องแล้วก็ดิ้นพล่านอยู่สองสามทีก่อนจะหมดลมหายใจไป เมื่อเสี่ยวหลินตังเห็นมันตายอย่างน่าเวทนาเช่นนั้นก็คลื่นไส้อาเจียนอยู่อีกด้านหนึ่ง
ส่วนไขจี๋เออกับ ไขบู๊เกอก็กำลังถกเถียงกันอยู่ว่า เนื้อของคางคกตัวนี้จะกินได้หรือไม่
“อูหลิง นี่คืออวัยวะของมันใช่หรือไม่” หลี่ฝางมองสิ่งที่มีขนาดเท่าไข่ห่านและมีสีเขียวมรกตในมือ แล้วเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ