ตอนที่ 1315
บทที่ 1315 มหาเซียนปรากฏตัว
October 28, 2026
เมื่อเดินทางไปได้ประมาณสิบนาที หลี่ฝางก็เริ่มเห็นยอดเขาสูงที่อยู่ในปุยเมฆไกลๆ ภูเขาลูกนี้ต้องสูงอย่างน้อยสองถึงสามพันเมตร หมอกขาวฟุ้งได้บดบังส่วนยอดเขาเอาไว้ครึ่งลูก
ภูเขาลูกนี้สูงชันมาก ความลาดชันของภูเขาลูกนี้อยู่ที่ประมาณหกสิบถึงเจ็ดสิบองศาขึ้นไป จากมุมมองที่หลี่ฝางเห็น ไม่มีถนนสำหรับขึ้นมายังเขาลูกนี้ เขาจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมไป๋เห้อถึงไม่ให้สองพี่น้องไขจี๋เออขึ้นมาที่นี่ ภูเขาลูกนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาจะขึ้นมาได้
ในตอนแรกจากที่คิดเอาไว้ว่าแค่เหาะขึ้นมาก็คงจะถึงแล้ว ทว่าเมื่อไปต่อได้ครึ่งทาง ไป๋เห้อกลับหันมาทำสัญญาณมือให้พวกหลี่ฝางหยุด เมื่อเห็นไป๋เห้อหยุดกะทันหัน หลี่ฝางก็รู้สึกแคลงใจ
เขาเห็นไป๋เห้อขยับมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ปากของเขากำลังท่องอะไรบางอย่างที่พวกเขาฟังไม่เข้าใจ
เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ไป๋เห้อก็โบกมือทั้งสองข้างแล้วตะโกนว่า “เปิด” จากนั้นหมอกขาวหนาๆ ก็แหวกทางออกสองข้างเผยให้เห็นทางเดินสายหนึ่ง
ถือเป็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจมาก พวกหลี่ฝางต่างประหลาดใจมากว่าไป๋เห้อใช้วิธีการอย่างไรถึงสามารถควบคุมหมอกที่ไร้รูปรางเลือนพวกนี้ได้
“ไปกันเถิด” ไป๋เห้อหันมาทางพวกหลี่ฝางที่กำลังตะลึงพรึงเพริด แล้วทำท่าทางให้พวกเขามุ่งหน้าขึ้นไปต่อ
เดินทางขึ้นไปได้อีกสิบกว่านาที หลี่ฝางและพวกก็ขึ้นไปถึงยอดเขา
เนื้อที่บนยอดเขาไม่มากนักประมาณหนึ่งหมื่นตารางเมตร ด้านบนมีพืชไม้ปกคลุมหนาแน่น ดอกไม้ใบหญ้าเขียวชอุ่มสดใส สรรพสัตว์ร้องสอดประสาน ถือเป็นทิวทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
กลางยอดเขามีวัดโบราณตั้งอยู่ ด้านบนสลักรูปมังกรและหงสาไว้อย่างตระการตา บริเวณด้านข้างมีสระน้ำที่มีไอน้ำลอยอบอวล น้ำในสระใสสะอาดหาใดเปรียบ สะท้อนเงาของทิวทัศน์รอบด้าน
ถือเป็นทิวทัศน์ที่งดงามอย่างแดนเซียนโดยแท้
เมื่อลดตัวลงสู่พื้น หลี่ฝางและพวกต่างรู้สึกสบายร่างกาย ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางที่สะสมมาหลายวันได้มลายหายไปสิ้น
ตามหลักแล้ว ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลทุกหนึ่งร้อยเมตร อุณหภูมิจะลดลงทุก 0.6 องศาเซลเซียส จากความสูงของเขาเซียนแห่งนี้ อุณหภูมิบนยอดเขาน่าจะอยู่ที่ราวๆ สิบองศา
แต่สิ่งที่ทำให้หลี่ฝางและพวกประหลาดใจคือ แม้ว่าพวกเขาจะสวมใส่เสื้อผ้าบางๆ แต่กลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเย็น
ดินแดนล้ำค่าที่มุ่งหน้ามาเยือนนี้ ไม่เสียแรงที่เป็นภูเขาของมหาเซียน
เมื่อเดินตรงไปข้างหน้าอีกจะเห็นประตูหลักของวัดมีป้ายๆ หนึ่งเขียนคำว่า “พ้นทุกข์” เอาไว้ ตัวอักษรให้อารมณ์ยิ่งใหญ่มีพละกำลัง ดูปราดเดียวก็รู้ว่านี่เป็นลายมือของผู้มีชื่อเสียง ความเหนือจินตนาการเหล่านี้ ทำให้หลี่ฝางรู้สึกประหลาดใจในตัวมหาเซียนผู้นี้ว่าที่แท้แล้วเป็นผู้ใดกันแน่
เมื่อไป๋เห้อเดินไปถึงด้านหน้าประตู เขากลับไม่ได้ผลักประตูเปิดออก แต่กลับคว้าที่เคาะประตูเคาะไปที่บานประตูอย่างนอบน้อม
“ท่านมหาเซียน ผมพาพวกเขามาถึงแล้ว ท่านต้องการพบเขาเวลานี้เลยหรือไม่”
เมื่อกล่าวจบ ด้านในประตูเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมีเสียงกังวานสะท้อนออกมา
“ศิษย์พี่ไป๋เห้อ ท่านมหาเซียนให้พวกเขาเข้ามาได้เลยค่ะ”
น้ำเสียงน่าฟังราวสายธารใส ไพเราะคล้ายคลึงเสียงนกป๋ายหลิงขับขาน พวกหลี่ฝางจึงเกิดความรู้สึกอัศจรรย์ใจในตัวของสตรีนางนี้ขึ้นมาในทันใด