ตอนที่ 1319
บทที่ 1319 ฐานะที่แท้จริง
October 28, 2026
“เมื่อก่อนเราก็เคยผ่านด่านเคราะห์สวรรค์มาก่อน เมื่อได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ก็คิดว่าเมื่อได้เป็นเทพแล้ว ตัวเองจะทำเรื่องอะไรก็ได้ตามใจ แต่เมื่อเราประสบความสำเร็จ เรากลับพบว่าการเป็นเทพไม่สู้การเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
“ในยุคของเรา เทพไท่จี๋มีเทพใต้บัญชาสามคน คือ เทพหมิง เทพอ้านและเรา เมื่อนึกถึงตอนนั้นที่เทพไท่จี๋ยังอยู่ พวกเราทั้งสามคนพี่น้องต่างรักใคร่กลมเกลียว ไม่ว่าจะตอนกินหรือตอนนอนก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่หลังจากนั้นเมื่อเทพไท่จี๋ใกล้ถึงอายุขัย เทพหมิงและเทพอ้านก็ค่อยๆ ปรากฏความขัดแย้งกัน”
“แน่นอนว่าคนกลางอย่างเราย่อมไม่อยากเห็นพวกเขาทะเลาะกันเอง แต่ไม่ว่าจะกล่าวเตือนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ ต่อมาเทพไท่จี๋จึงจับตัวเทพหมิงและเทพอ้านไปยังซากปรักหักพังลึกลับ และสั่งให้พวกเขาอยู่ที่นั่นไปตลอดชีวิต ห้ามหวนกลับมา”
“ส่วนเราเองก็พาลูกศิษย์ที่เหลือมาเก็บตัวอยู่ที่ป่าลึกและไม่ข้องเกี่ยวกับเรื่องราวใดๆ ทางโลกทั้งสิ้น คิดไม่ถึงเลยว่าผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเดียวเวลาจะผ่านมาหลายพันปีแล้ว”
ฟังเรื่องเล่าของมหาเซียนไปเงียบๆ หลี่ฝางก็ตกใจจนพูดไม่ออก เขานึกไม่ถึงว่ามหาเซียนผู้นี้จะเป็นเทพ แถมยังมีความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ในตอนนี้มหาเซียนกำลังหลุดเข้าไปยังโลกของตัวเอง เขาไม่ได้สนใจว่าหลี่ฝางกำลังฟังตนพูดอยู่หรือไม่ จึงเอาแต่พูดต่อไปคนเดียวไม่หยุด
“เวลาหลายพันปีที่ผ่านมานี้ เราไม่ได้ใช้เวลาไปเปล่าๆ เรารู้ว่าเทพอ้านได้ฝึกฝนพลังกลืน จึงครุ่นคิดหาวิธีอย่างหนักเพื่อจะปราบเขาลงให้ได้ แต่เมื่อเราหาวิธีได้แล้วกลับสายเกินไป”
“เดิมทีคิดว่าหลังจากศึกระหว่างเทพหมิงกับเทพอ้านจบลง เรื่องราวจะยุติ แต่นึกไม่ถึงอีกว่าเวลาผ่านไปหลายพันปี ผู้สืบทอดของพวกเขาจะปรากฏตัวขึ้น และไม่เคยคิดว่าสุดท้ายเราจะเป็นผู้ที่ฆ่าเทพอ้านลงกับมือของตัวเอง”
ประโยคนี้หากไม่ตั้งใจฟังดีๆ จะไม่รู้สึกว่ามีความผิดปกติอะไร แต่คนที่ละเอียดลอออย่างส้าวส้วยกลับจับความผิดปกติในคำพูดของมหาเซียนได้อย่างรวดเร็ว
มหาเซียนเอ่ยว่าผู้สืบทอดของพวกเขา ไม่ใช่ผู้สืบทอดของเทพอ้าน
นี่หมายความว่าอย่างไร
หมายความว่า เทพหมิงเองก็มีทายาทเช่นกัน
“ผู้สืบทอดของเทพหมิงคือใครหรือ” ส้าวส้วยมองหน้ามหาเซียนแล้วถามออกไปด้วยความประหลาดใจ
มหาเซียนเงยหน้าขึ้นมองส้าวส้วย แววตาปรากฏแสงวับไหว จากนั้นจึงเอ่ยคำพูดที่ทำให้พวกหลี่ฝางได้ยินแล้วต้องอ้าปากค้าง
มหาเซียนค่อยๆ ชี้นิ้วมาที่ส้าวส้วยแล้วเอ่ยว่า “คือเจ้า”
สายตาของหลี่ฝางและส้าวส้วยเปลี่ยนเป็นหรี่เล็กลงอย่างกะทันหัน
“ท่านอย่าพูดล้อเล่นเลย จะเป็นส้าวส้วยไปได้อย่างไร” หลี่ฝางเอ่ยปฏิเสธก่อนในตอนแรก เพราะในความทรงจำของเขา ไม่มีเหตุการณ์ใดที่ส้าวส้วยมีความข้องเกี่ยวกับเทพหมิงเลย
“ท่านมหาเซียน เรื่องนี้จะกล่าวลอยๆ ไม่ได้” แน่นอนว่าส้าวส้วยไม่เชื่อ เพราะรู้ว่าตอนจบของเทพหมิงกับกับเทพอ้านไม่ดีนัก คนหนึ่งถูกผนึกอีกคนหนึ่งดับสลาย แถมคนทั้งสองยังมีปากเสียงกัน เขาไม่อยากมีจุดจบแบบนั้นกับหลี่ฝาง
“ท่านมหาเซียนไม่เคยพูดผิด แกเป็นผู้สืบทอดของเทพหมิงอย่างแน่นอน” เมื่อไป๋เห้อเห็นพวกเขาไม่เชื่อคำพูดของมหาเซียนก็ไม่พอใจขึ้นมาอีก
เขาติดตามอยู่ข้างกายมหาเซียนมากว่ายี่สิบปี ไม่มีครั้งใดเลยที่ท่านมหาเซียนทำนายผิดพลาด