ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ไม่ต้องรีบเร่ง 1/2
September 18, 2026
เมืองอี้โจวอยู่ห่างจากเมืองหลวงหลายร้อยลี้ แต่ก็ยังนับว่าเป็นเมืองใหญ่ ถนนสายหลักปูด้วยหินสีหม่นทอดยาว ผู้คนสัญจรไปมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงเรียกขายสินค้าดังคลอเคล้าไปกับกลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่ลอยอบอวลอยู่ทั่ว
ในยามที่เดินผ่านแถวร้านรวง อันไป๋เล่อหันไปถามอาเหมยเสียงเรียบ “พวกเราเหลือเงินอยู่เท่าไร”
อาเหมยรีบตอบ “คุณหนู...มีอยู่เพียงสิบกว่าตำลึงเจ้าค่ะ”
นางเว้นไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “เช่นนั้น...คงต้องนำเครื่องประดับออกไปขายอีก...ไม่เช่นนั้นคงไม่พอใช้จ่าย”
“เช่นนั้นก็ไปขายกันเถอะ”
อันไป๋เล่อเอ่ยเสียงราบ พลางยกข้อมือขึ้น ดึงกำไลหยกสีเขียวอ่อนที่สวมอยู่ออกมา แสงแดดสะท้อนบนผิวหยกใส หญิงสาวยิ้มพอใจ ดูแล้วน่าจะได้ราคาดี
นางเหลือบไปยังป้ายเขียนด้วยอักษรสีทองว่า “หอหงส์ชิง” แล้วก็ก้าวเดินออกไป อาเหมยที่เดินเคียงอยู่ข้าง ๆ รีบเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน
“คุณหนู...ให้ข้าไปจัดการเถอะเจ้าค่ะ ท่านไม่จำเป็นต้อง...”
อันไป๋เล่อส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนก้าวเท้าไปข้างหน้า
“ไม่เป็นไร...ไปด้วยกันเถอะ”
ภายในร้ายมีลูกค้าพูดคุยกันหลายกลุ่ม เมื่ออันไป๋เล่อก้าวเข้าสู่หอหงส์ชิง ใบหน้าอันโดดเด่นของนางพลันดึงสายตาหลายคู่แอบเหลือบตามมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
เจ้าของร้าน ชายร่างท้วมในชุดผ้าไหมสีน้ำตาลหม่นเดินออกมารับตัวตนเอง “ฮูหยินท่านนี้มีสิ่งใดให้ หอหงส์ชิง รับใช้หรือขอรับ”
อันไป๋เล่อวางกำไลลงบนผ้ากำมะหยี่ที่พนักงานปูรองแล้วพูด “ท่านให้ราคาได้เท่าไร”
เขาหยิบกำไลขึ้นอย่างระมัดระวัง พลิกดูทีละมุม จนแสงจากช่องหน้าต่างกระทบผิวหยกเกิดประกายเย็นตา
เมื่อเห็นตราประทับในวังหลวง เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองนางอีกครั้ง แต่ก็ไม่เอ่ยถาม
“ของดี...ชั้นเลิศ หายากนัก...แต่ข้าให้ท่านได้แค่ร้อยตำลึงเท่านั้น”
อาเหมยที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับชะงัก กำไลหยกวงนี้มิใช่ของธรรมดาเป็นของพระราชทานจากฮ่องเต้เมื่อครั้งตระกูลเผยรุ่งโรจน์
ต่อมา นายท่านรองเผยถึงได้นำมามอบให้อี้เหนียงสี่
...อนุคนโปรดในวันวาน
ความอัดอั้นพุ่งขึ้นทันที อาเหมยจึงเอ่ยเสียงขุ่น “จะร้อยตำลึงได้อย่างไร! เถ้าแก่เองก็เห็นว่ามันเป็นของจากช่างในวัง ราคาอย่างน้อยก็น่าจะห้าร้อยตำลึงเป็นอย่างต่ำ!”
เถ้าแก่หัวเราะแห้ง ๆ พลางส่ายหน้า “แม่นางน้อย...ข้าทำการค้า ของซื้อมาก็ต้องขายไป ของชิ้นนี้ แม้จะเป็นของจากช่างในวัง แต่ที่ห่างไกลเมืองหลวงเช่นนี้ จะขายออกนับว่ายากยิ่ง”
อันไป๋เล่อเอ่ย น้ำเสียงใจเย็น “อาเหมย...อย่าเสียมารยาท”