ตอนที่ 5
ตอนที่ 4 ไม่ต้องรีบเร่ง 2/2
September 18, 2026
เมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อย อันไป๋เล่อก็หันหลังออกจากร้าน
แสงแดดยามสายส่องลงบนใบหน้าของนางอย่างพอดี ทำให้เงายิ้มบางที่มุมปากดูอบอุ่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
อันไป๋เล่อก็หันไปบอกอาเหมย
“ต่อไป...ไปซื้อข้าวสารกับไข่ไก่กัน”
ทั้งคู่เดินเลาะตามถนนหินไปทางทิศตะวันออกของตลาด ซึ่งเป็นย่านขายของสดและของแห้ง
กลิ่นหอมของข้าวสารใหม่ลอยอบอวลมาจากร้านที่ตั้งอยู่หัวมุม แม่ค้ากำลังตักข้าวจากโอ่งดินขนาดใหญ่ลงถุงผ้าด้วยท่วงท่าคล่องแคล่ว
อันไป๋เล่อเลือกข้าวสารคุณภาพดีสองถุงใหญ่ พร้อมถั่วเขียว ถั่วแดง งาขาว เกลือ น้ำผึ้ง น้ำส้มหมักและน้ำมันงาเพิ่มอย่างละถุง
จากนั้นก็เดินต่อไปยังแผงขายไข่ไก่
ไข่สีน้ำตาลอ่อนเรียงซ้อนกันในตะกร้าฟาง กลิ่นสดใหม่ของมันทำให้เธอเลือกหยิบอย่างตั้งใจ ก่อนสั่งให้แม่ค้าชั่งเต็มตะกร้า นางจ่ายเงินแล้วสั่งให้ไปส่งที่ตระกูลเผยเช่นเคย
ครู่หนึ่ง อาเหมยก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา แต่แฝงความเกรงใจ
“คุณหนู...ข้าทำกับข้าวกินได้ไม่กี่อย่างนะเจ้าคะ”
อันไป๋เล่อเหลือบมองเล็กน้อย สีหน้าไม่แปลกใจ
“อืม...ข้ารู้แล้ว”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ไม่ได้ตำหนิ
ริมฝีปากแต้มรอยยิ้มบางราวกับมีแผนอยู่แล้ว
เมื่อเสร็จจากของสด ทั้งสองก็ตรงไปยังย่านขายเมล็ดพันธุ์
แผงร้านเล็ก ๆ มีถุงผ้าขาวเล็กใหญ่แขวนเรียงเป็นแถว กลิ่นดินและกลิ่นแห้งของเมล็ดพืชแตะปลายจมูกอย่างชัดเจน
พ่อค้าชราเอ่ยแนะนำอย่างกระตือรือร้น “นี่เป็นเมล็ดผักกาดพันธุ์โตเร็ว นั่นเมล็ดฟักทองเนื้อหวาน อีกถุงนี่เป็นเมล็ดต้นหอมกับผักชี...ปลูกง่าย เก็บไว้นาน”
อันไป๋เล่อเลือกซื้อเมล็ดฟักทอง มันม่วง ต้นหอม ผักชี และผักกาด รวมทั้งถั่วลิสงสำหรับคั่วกิน และผักอีกหลายชนิดที่นางเองก็ไม่รู้จัก
แสงแดดยามสายปลายตลาดทำให้บรรยากาศอบอุ่น ไป๋เล่อเงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วพูด “พวกเราไปหาที่นั่งพักสักหน่อยเถอะ”
อันไป๋เล่อเดินเลียบทางเดินหินกรวดมายังตรอกด้านในของตลาด
ที่นั่น มีร้านชาเก่าแก่ชื่อ “เรือนหอมลึก” ตั้งอยู่เงียบ ๆ ใต้ร่มไม้ใหญ่ แม้ไม่ใช่ร้านหรูหรา แต่มักมีผู้คนแวะเวียนมานั่งพัก ดื่มชา พูดคุย หรือรอขบวนสินค้าจากต่างเมือง
พอนางก้าวเข้าไปในร้านชา ประตูไม้บานเลื่อนเปิดออก กลิ่นชาจาง ๆ ก็โชยออกมาต้อนรับ
กลิ่นอบอุ่นของชาอบใบพีชและกลิ่นจาง ๆ ของอบเชยลอยแตะปลายจมูกอย่างนุ่มนวล
หญิงสาวคลี่ยิ้มอย่างรู้สึกอบอุ่น นางเลือกมุมนั่งติดหน้าต่าง
แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านโปร่งสีน้ำตาลทองสะท้อนเงาไม้ไหวพลิ้วลงบนโต๊ะไม้เก่า
บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงช้อนกระทบถ้วยชาและบทสนทนาเบา ๆ จากมุมห่าง
“ยกชาดอกเหมยอุ่น ๆ มาให้ข้าชุดหนึ่ง” อันไป๋เล่อเอ่ยเสียงเบา พลางวางตะกร้าผักลงข้างตัว
เด็กชารับคำแล้วหายไป
อาเหมยมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะไม่คุ้นกับการที่เจ้านายจะนั่งพักในที่แบบนี้
“คุณหนู...เอ่อ ท่านไม่ร้อนหรือเจ้าคะ?”
“อากาศกำลังดี”