ตอนที่ 11
ตอนที่11 ของไม่สำคัญ
September 18, 2026
“แม่นางหลิน เจ้าคิดดีแล้วรึ”
“แน่นอน ของพวกนี้ไม่มีประโยชน์กับข้าแล้ว ขอจูซินช่วยเอาเสื้อผ้าเหล่านี้เปลี่ยนเป็นข้าวและแป้งรวมทั้งเมล็ดพันธุ์ที่ข้าเขียนไว้ตามนี้”
ขันทีจูซินรับกระดาษยับๆ คลี่ออกอ่านแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าที่ยิ้มหน้าเจือนอยู่ หลินอวี่เหยาเข้าใจสายตานั้นดี แต่จะทำอย่างไรได้นางไม่ได้จับพู่กันมานานมากแล้ว เรียนและทำวิจัยมักใช้ภาษาอังกฤษ เมื่อจำเป็นต้องกลับมาใช้พู่กันจุ่มหมึกก็ไม่คล่องนัก ลายมือจึงอัปลักษณ์น่าเวทนาเช่นนี้
“ได้ ตามใจเจ้า แต่ข้าไม่รู้ว่าจะขายได้เท่าไร”
“ได้ๆ ท่านกงกงจัดการได้เลย”
“อย่าได้พูดให้ผู้ได้ยินเชียว” จูซินส่ายหน้าระอาใจ นางชอบยกยอเขาเช่นนี้เสมอเพราะเกรงจะไม่ได้สิ่งของตามที่นางขอ เขาเป็นเพียงขันทีขั้นต่ำแต่นางกลับพูดจาให้เกียรติและยังไม่เคยโวยวายอาระวาดใส่ ทั้งให้คำแนะนำเล็กๆน้อยๆ เสมอ รวมทั้งแผลในที่ร่มของเขา
“ข้าอยู่ที่นี่ไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าหรูหราเหล่านี้”
เจ้าของร่างคงมีความหวังที่จะได้พบฮ่องเต้ หรือได้กลับคืนสู่ตำแหน่งจึงยังเก็บชุดผ้าไหมไว้หลายชุด แต่สำหรับนางในเวลานี้ ของเหล่านี้ไม่จำเป็นเลย เสื้อผ้าที่ใส่แล้วอบอุ่น เตียงนอนที่มีฟูกนอนดีๆ ที่สำคัญคืออาหาร เรื่องดีที่นางค้นพบคือที่แห่งนี้มีสภาพอากาศที่ดีมาก นางได้สูดลมหายใจเต็มปอดและไม่ต้องตื่นมาทำงานแข่งกับเวลา เหมือนตอนนี้ได้ใช้ชีวิตลาพักร้อนจากการงานที่หนักหน่วง แต่นางไม่รู้ว่าจะไปจากที่นี่ได้อย่างไร
“ขันทีน้อย”
น้ำเสียงอ่อนระโหยที่ไม่ได้ยินบ่อยนักทำให้จูซินเงยหน้าจากชุดผ้าไหมล้ำค่าในมือ
“มีอะไรรึ”
“ทำอย่างไรข้าจะได้ออกไปจากที่นี่”
“เจ้าอยากออกไปพบฮ่องเต้?”
“มิใช่เช่นนั้น ข้าหมายถึงออกไปใช้ชีวิตนอกตำแหน่งเย็น เป็นคนธรรมดาสามัญผู้หนึ่งเท่านั้น”
“เรื่องนั้น...ฮ่องเต้เป็นผู้ตัดสิน หากพระองค์ต้องการให้เจ้าอยู่ที่นี่ เจ้าก็ต้องอยู่ หากต้องการให้เจ้าไป เจ้าก็ต้องไป”
“ไม่มีหนทางอื่นเลยหรือ?” เจ้าของร่างอยู่ตำหนักเย็นมาสองปียัง ไม่สิ ตั้งแต่ก้าวเข้าวังหลวงมายังไม่เคยได้ถวายการรับใช้เลยสักครั้ง ได้มีโอกาสได้เห็นพระพักตร์ก็ไกลแสนไกล แต่กระนั้นก็ยังถูกใส่ร้ายป้ายความผิดจนต้องถูกส่งมาตำหนักเย็น
“ก็มีนะ” จูซินพยักหน้า “เจ้าก็ตายกลายเป็นศพ เช่นนี้ก็ได้ออกไปแล้ว”
“ก็ข้ายังไม่อยากตายนี่” นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ช่างเถอะๆ ข้าน้อยขอรบกวนกงกงด้วยเจ้าค่ะ”
“ได้ๆ”
“จริงสิ ข้าไม่เห็นสนมจื่อหนิงเลย นางยังดีอยู่หรือไม่”
“ไม่มีผู้ใดอยากเข้าใกล้สนมเสียสติผู้นั้น” ซูจินส่ายหน้าไปมา “นางมักอาระวาดคลุ้มคลั่ง แต่ก็น่าแปลกที่อยู่ที่นี่มาได้ตั้งสิบปี”
“สิบปี!” หลินอวี่เหยาไม่อยากจะคิดเลยว่าหากน้องต้องใช้ชีวิตอุดอู้ในที่นี่นานสิบปีจะเป็นเช่นไร