ตอนที่ 12
ตอนที่12 เยี่ยหรง 1
September 18, 2026
“บาดแผลนี้ผู้ใดรักษาท่านแม่ทัพรึ”
ชายหนุ่มที่ถูกถามเพียงแค่ปรายตามองหมอทหารที่กำลังทำแผลที่อกซ้ายค่อนมาทางหัวไหล่ บนร่างกายกำยำมีรอยแผลนับไม่ถ้วน บาดแผลที่เคยเกือบคร่าชีวิตไปแล้วก็ทิ้งแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า ทว่าแผลนี้ไม่นับว่าใหญ่นัก แต่กลายเป็นแผลเรื้อรังมาแรมเดือน ซ้ำยังทำให้พิษไข้ขึ้นมาเสียเฉยๆ
“ทำไมรึ” หานเหยียนคือทหารข้างกายแม่ทัพใหญ่ ปีนี้เขาอายุยี่สิบแต่เพราะรูปร่างสูงใหญ่และหน้าตาดุดันจึงเหมือนคนวัยสามสิบเข้าไปแล้ว ก่อนหน้าที่จะเป็นทหารนั้นเคยเป็นโจรภูเขาที่แม่ทัพเยี่ยหรงยกทัพปราบเมื่อราวเจ็ดปีก่อน เขาเป็นเด็กกำพร้าที่เติบโตในรังโจร แม่ทัพเยี่ยหรงให้ความเมตตารับอุปการะ และเมื่อถึงวัยเขาก็เข้าสู่กองทัพ ไต่เต้าจนเป็นนายกอง แม้ตำแหน่งไม่สูงแต่ได้รับใช้ใกล้ชิดแม่ทัพใหญ่ ผู้อื่นต่างพากันริษยาในวาสนานี้
หลูจิ่งเซวียน-เป็นหมอประจำค่ายทหารและรับใช้ขึ้นตรงกับแม่ทัพใหญ่ผู้ได้ฉายาว่าแม่ทัพใบ้ ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นใบ้แต่เพราะพูดน้อยจนผู้อื่นเข้าใจคิดว่าเป็นใบ้ เขาส่งสายตาตำหนิไปทางหานเหยียนซึ่งเป็นตัวต้นเหตุให้คิดว่าแม่ทัพหนุ่มผู้องอาจเป็นใบ้ก็เพราะลูกน้องเอาแต่พูดแทรกเช่นนี้ แต่คนความรู้น้อยใช้เป็นเพียงแค่กำลังกายส่วนสมองนั้นคงเท่าแม่ไก่ ต่อให้ส่งสายตาจนลูกตาถลนออกจากเบ้า หานเหยียนก็ไม่เข้าใจ
“นี่เป็นรอยเย็บ ข้าไม่เคยเห็นรอยเย็บเรียบเนียนเช่นนี้มาก่อน”
“เย็บแผล?” หานเหยียนยื่นหน้าเข้าไปดู เขาไม่รู้เรื่องการรักษาแต่ก็เห็นชัดว่าแผลนี้แตกต่างจากบาดแผลอื่น แทบทิ้งร่องรอยน้อยมากจริงๆ
‘ฝีมือเย็บปักข้าไม่ดีนัก’
ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มมีรอยวูบไหวเล็กน้อย พลันคิดถึงใบหน้าของดรุณีน้อยที่กล่าววาจาใหญ่โตกับเขานัก
‘ข้าแซ่หลินชื่ออวี่เหยา ฝากบอกคนที่บ้านเจ้าว่าวันหน้าข้าจะไปทวงบุญคุณ’
รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏที่มุมปากแล้วยกมือขึ้นแตะบาดแผลที่ไม่ปวดแสบร้อนเช่นที่ผ่าน
“เป็นฝีมือหมอผู้ใดหรือขอรับ ข้าอยากแลกเปลี่ยนความรู้กับหมอท่านนี้”
“นางบอกว่าตนเองไม่ใช่หมอ” ‘แม้กระทั่งฟูกนอนของนางยังเย็บไม่เรียบร้อย แล้วนับประสาอะไรกับเย็บบาดแผลบนผิวหนังคน’
“นาง? ผู้ที่รักษาบาดแผลท่านแม่ทัพเป็นสตรี!”
น้อยนักที่จะมีหมอหญิงในแคว้นเหลียนอวี้แห่งนี้ เขาอยู่มาจนอายุสี่สิบยังพบแค่ไม่เกินห้าคนด้วยซ้ำไป
“คงไม่ได้พบนางง่ายนัก” แม่ทัพหนุ่มจับสาบเสื้อขึ้นปิดบาดแผลและผูกสายคาดเอวให้เข้าที่ หากไม่เพราะเข้าไปสืบเรื่องมารดา คงไม่ได้เข้าไปถึงที่นั้น และหากไม่เพราะบาดแผลกำเริบก็คงไม่พลาดท่าให้ทหารเวรยามเหล่านั้นรู้ตัว ยังไม่ทันได้เรื่องได้ราวเขาก็พบนางเข้าเสียก่อน
ดูอย่างไรนางก็อายุไม่เกินสิบหกหรือสิบเจ็ด แต่การพูดจาและวางตัวราวกับคนที่ผ่านโลกมามาก ซ้ำยังเรียกเขาว่า ‘เจ้า’ ทั้งที่รู้ว่าเขาอายุมากกว่า หรือเพราะสถานที่ที่นางอยู่เป็นเช่นนั้นจึงทำให้นางกลายเป็นสตรีเช่นนี้ได้ หากเป็นสตรีผู้อื่นถูกจู่โจมเช่นนั้นคงหวีดร้องเป็นลมไปแล้ว แต่นางกลับปัดมือเขาออกง่ายดาย
ช่างกล้านัก!
เสียงฝีเท้าคนก้าวเข้ามาใกล้ เขาจึงหยุดความคิดฟุ้งซ่านของตน บ่าวรับใช้เข้ามารายงาน