ตอนที่ 13
ตอนที่13 เยี่ยหรง 2
September 18, 2026
“ท่านพ่อ ลูกกลับมาแล้วขอรับ”
เยี่ยหรงประสานมือคารวะ แต่ท่านโหวมุมปากกระตุก คิดรึว่าเขาไม่รู้ว่าลูกชายกลับมาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้ว แต่คิดไปว่าคงเหนื่อยล้าจากการปราบโจรและเดินทางกลับจึงคร้านจะใส่ใจ ทว่าผ่านมาหลายวันจนรู้ว่าเยี่ยหรงออกไปนอกจวน เขาจึงโมโหแทบควันออกหู รอให้มาหาไม่มา จึงต้องให้คนไปตามตัวเช่นนี้
เยี่ยเฟยฮุ่ยแต่งงานกับเย่าเฉิน เขามีภรรยาเดียวไม่รับอนุมีบุตรชายสามคน คือ เยี่ยเฉิงหลิงซึ่งจากไปในวัยแค่ยี่สิบ เยี่ยเฉิงอี้ และเยี่ยจิ่งอวี่ ทั้งสองเป็นทหารประจำชายแดนตะวันออกและตะวันตก แต่ทั้งสองแต่งภรรยามีทายาทตัวน้อย ทว่าเพราะประจำอยู่แดนไกล ภรรยาและลูกจึงอยู่เคียงข้างสามีที่นั้น ในเมืองหลวงนี้เยี่ยเฟยฮุ่ยกับเย่าเฉินอยู่กับสองคนปู่ย่า วาดหวังให้เยี่ยหรงบุตรชายคนเล็กแม้เป็นบุตรบุญธรรมแต่รักดุจลูกในไส้ได้แต่งงานกับสตรีที่คู่ควรเพื่อมีหลานให้ปู่ย่าได้อุ้มชู
แรกทีเดียวก็อ้างเรื่องบ้านเมืองยังไม่สงบสุข แต่ตอนนี้หัวเมืองน้อยใหญ่ต่างเงียบสงบนานๆ จึงจะมีเรื่องให้ต้องยกทัพกันสักคราว แต่บุตรชายคนเล็กกลับยังไม่แต่งภรรยา แล้วเช่นนี้เมื่อไหร่จะมีหลานให้ได้อุ้มเสียทีเล่า
เจ้าลูกคนนี้ดุด่าไปก็ยังหน้านิ่ง ตีไปก็ไม่สะเทือน เยี่ยเฟยฮุ่ยได้แต่ถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับ โบกมือให้ลูกชายไปนั่งด้านข้าง มุมปากเยี่ยหรงยกยิ้มแม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็เห็นได้ว่าเขาก็มีอารมณ์หยอกล้อบิดาเช่นกัน
ชายหนุ่มรินน้ำชาให้บิดาแล้วจึงนั่งลง นอกจากเสียงดื่มน้ำชาแล้วก็มีเพียงความเงียบ ผู้เป็นบิดายกมือขึ้นนวดขมับเล็กน้อยแล้วตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน มิเช่นนั้น เจ้าก้อนหินนี้คงนั่งนิ่งไม่พูดจาเป็นแน่ ตอนเด็กๆ ก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่าย ไม่คิดว่าเติบใหญ่จะกลายเป็นเงียบใบ้เช่นนี้ ได้ยินผู้คนเล่าลือว่า บุตรชายผู้นี้ ชักกระบี่สังหารคนมากกว่าเอ่ยวาจาเสียอีก
“พรุ่งนี้เจ้าก็เข้าวังไปถวายรายงานต่อองค์ฮองเต้เถิด”
“ขอรับ ลูกตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะไปประชุมเช้า รายงานเรื่องปราบโจร”
“แล้วไม่ต้องเสนอตัวไปที่ใดอีก”
“..........”
นั้นประไร สงสัยก็ไม่พูด
“บ้านเมืองสงบสุขดีแล้ว เจ้าไม่ได้กลับบ้านมาหลายปี ตอนนี้ได้กลับมาแล้วก็อยู่นานๆ เถิด”
“แม้ไร้ศึกสงคราม แต่ทหารต้องฝึกฝนอยู่เสมอ”
“ก็ฝึกทหารที่ด่านนอกเมือง เจ้าไม่ต้องเสนอตัวไปที่อื่นอีก”
“ท่านพ่อต้องการให้ข้าทำสิ่งใดหรือขอรับ” การรั้งตัวชัดเจนเช่นนี้แสดงว่าต้องเรื่องไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน
แววตาเป็นประกายและยังกรุ่นไอสังหารนี่ยิ่งทำให้แม่ทัพผู้เฒ่าเช่นเขาได้แต่ร้องโอดครวญในอก เหตุใดบุตรชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจในสนามรบถึงได้ดูโง่เขล่าถึงเพียงนี้