ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 กระดุมกลัดข้อมือ
September 30, 2026
รินลดาถอนเงินสดจากธนาคาร จากนั้นเรียกแท็กซี่และไปถึงโรงพยาบาลในยี่สิบนาทีต่อมา
เธอเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เห็นแม่ของเธอนอนอยู่บนเตียงพร้อมเข้าเฝือกที่ขา มีหญิงสาวอายุยี่สิบต้นๆ คนหนึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ส่งเสียงดังเป็นครั้งคราวขณะเล่นเกมในมือถือ
“เกิดอะไรขึ้นคะแม่?” รินลดาถาม เธอเดินไปวางผลไม้ลงบนโต๊ะพร้อมกับขมวดคิ้วมองหญิงชรา “แม่สบายดีไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงขาหักได้?”
“แม่ตกลงมาตอนกำลังทำความสะอาด” ลัลนาตอบตะกุกตะกัก ดูจะกลัวลูกสาว “ไม่เป็นอะไรมากหรอก”
“นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้น” รสรินแทรกอย่างเย็นชา “แม่กำลังเช็ดหน้าต่าง รับจ๊อบน่ะ แล้วก็ตกลงมาอย่างแรงจนลุกไม่ขึ้น”
รินลดาขมวดคิ้ว “แม่คะ แม่ดูแลแค่ห้องสมุดไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องรับจ๊อบทำความสะอาดด้วย?”
ลัลนาก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไร
“แม่ทนเบื่อไม่ไหว แถมยังสมองกลวง” รสรินบ่นพึมขณะวางมือถือ “ตกตุ้บลงมาที่บ้านคนอื่น แต่กลับโทรหาฉันแทนที่จะให้คนบ้านนั้นจ่ายค่าเสียหาย โคตรงี่เง่าเลย”
“หุบปากนะรส!” รินลดาโยนกระเป๋าถือของเธอลงบนเตียง “ที่นอนอยู่น่ะแม่เธอนะ แล้วเธอบอกว่าโคตรงี่เง่า ถ้าแม่สมองกลวงก็คงไม่มีเธอออกมาหรอก!”
“แล้วฉันผิดหรือไง?” หญิงสาวตอบโต้แม้จะยังไม่กล้าเปิดศึกกับพี่สาว “เอาเถอะ ในเมื่อพี่มาแล้ว ฉันก็จะกลับ อ้อ ถึงกำหนดจ่ายค่าเทอมของฉันแล้วนะ”
รินลดาฉุนเฉียว “มิน่า ถึงได้บอกให้พี่เอาเงินสดมาด้วย เธอต้องจ่ายค่าเทอมสินะ?”
“ลูกจ๋า ให้น้องไปเถอะ” ลัลนาส่งเสียง “ค่าเทอมของน้องแพงเหลือเกิน แม่มีเงินมากกว่านี้เมื่อไหร่จะใช้คืนให้”
รินลดารู้สึกหมดปัญญา
เธอไม่พอใจอย่างมากที่ลัลนายืนกรานจะมีลูกอีกทั้งที่ไม่มีปัญญาเลี้ยง และตอนนี้ภาระหนักอึ้งเหล่านั้นก็ตกอยู่กับเธอซึ่งเป็นพี่คนโต
ถ้าลัลนาไม่ยอมเสียหน้าโดยไปขอยืมเงินมาส่งรินลดาเข้าเรียนในสถาบันสอนการแปลที่เมืองนอก ป่านนี้เธอคงทิ้งครอบครัวไปแล้ว
แต่โชคดีที่เธอทำงานหนักด้วยตัวเองจนได้ร่วมงานกับตระกูลปราสาททอง แม้จะต้องเจอการต่อต้านจากนลินีหลังจากที่แต่งงานกับจักรินทร์