ตอนที่ 191
บทที่191 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
October 31, 2026
"นายทราบไหมว่าเธอประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล? !" ฟางอ้ายซินวางแก้วกาแฟในมือลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่สำรวม
"ผมรู้" เยี่ยจิงเฉินลดสายตาลงพร้อมกับสีหน้าที่เรียบนิ่ง มันยากที่จะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในตอนนี้ แต่น้ำเสียงที่เย็นชาทำให้รู้สึกถึงความใจดำของเขา
"แล้วทำไมนายถึงไม่ไปเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล ในฐานะที่นายเป็นแฟนของเธอนายไม่ควรไปอยู่ดูแลเธอหรือ?" ฟางอ้ายซินถาม
เยี่ยจิงเฉินเล่นกับถ้วยกาแฟในมือของเขาแล้วพูดว่า "คุณป้าครับ เรื่องระหว่างผมกับอันหรันพวกเรารู้ดีครับว่าเป็นยังไง"
"นายรู้อยู่ในใจของนายดี นายรู้ดีว่าอันหรันชอบนายมากเลยจะรังแกยังไงก็ได้งั้นเหรอ รู้ไหมว่าอันหรันอยู่กับนายเธอรู้สึกน้อยใจมากแค่ไหน? ถ้าตอนแรกไม่ใช่เพราะเจตจำนงของอันหรัน ฉันจะไม่ยอมให้นายคบหากับอันหรันเด็ดขาด ตอนแรกตระกูลลู่ช่วยเยี่ยหวางของพวกนายผ่านช่วงยากลำบากแถมยังให้ลูกสาวอันเป็นที่รักให้แก่นาย นายกลับตอบแทนตระกูลลู่แบบนี้เหรอ " ฟางอ้ายซินตบฝ่ามือลงบนโต๊ะพูดด้วยความโกรธ
เยี่ยจิงเฉินดูเหมือนจะไม่รับรู้ความโกรธของฟางอ้ายซิน เขาพูดอย่างช้าๆว่า "ในตอนแรกเป็นเยี่ยเจวี๋ยที่ทำสัญญากับพวกคุณผมยังไม่รับปากอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้นในระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา ตอนแรกที่สิ่งตระกูลลู่ให้การสนับสนุนเยี่ยหวาง ทางเราได้คืนทุกอย่างให้ตระกูลลู่ไปนานแล้ว ส่วนเรื่องระหว่างผมกับอันหรันไม่อยากพูดมากกว่านี้ พูดได้แค่ว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ผมปฏิบัติต่อตระกูลลู่และอันหรันมันเป็นเพียงความรับผิดชอบเท่านั้น
"ความรับผิดชอบงั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะอันหรันชอบนายแล้วทำไมตระกูลลู่ของเราต้องช่วยเยี่ยหวางให้ผ่านความยากลำบาก นายคิดว่าสิ่งที่ตระกูลเยี่ยคืนให้ตระกูลลู่พวกเราขาดแคลนสิ่งนั้นเหรอ? เงื่อนไขสำหรับเราที่จะช่วยพวกนายก็คือนายสามารถแต่งงานกับอันหรันได้และทำหน้าที่ของนายในฐานะสามีได้ ตอนนี้อันหรันเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลนายก็ยังเฉยเมย พฤติกรรมแบบนี้ของนายมันช่างเลือดเย็นจริงๆ" ฟางอ้ายซินรู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่การได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีของเธอทำให้เธอระงับสติอารมณ์เอาไว้
"นี่เป็นความเข้าใจของคุณงั้นเหรอ มีเบื้องหลังหลายอย่างที่อันหรันไม่เคยบอกคุณ คุณจึงไม่รู้อย่างแน่ชัด เรื่องที่ผมรับปากอันหรันผมทำได้หมดแล้ว สำหรับเรื่องที่เยี่ยเจวี๋ยรับปากพวกคุณไว้ก็ไปตามคำสัญญากับเขาเถอะ ยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยหวางไม่ใช่ของผมใครจะไปรู้ว่าในอนาคตจะตกเป็นใคร ทำไมผมต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อบริษัทของคนอื่น คุณป้าและผมต่างก็เป็นนักธุรกิจ คุณป้ารู้ดีว่านักธุรกิจไม่เคยยอมสูญเสีย คุณป้าคิดว่าผมพูดถูกใช่ไหม?" เยี่ยจิงเฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาระหว่างการเจรจา
"พ่อของนายสอนนายมาดีจริงๆ" ฟางอ้ายซินยิ้มเย้ยหยัน
"คุณป้าก็ชมเกินไป" เยี่ยจิงเฉินทำเป็นไม่เข้าใจคำพูดเสียดสีของฟางอ้ายซิน
"ฉันไม่สนใจสิ่งที่นายและอันหรันตกลงกัน ตอนนี้นายยังเป็นแฟนของเธอนายควรดูแลเธอให้ดีก่อนจนถึงวันที่อันหรันมาบอกกับฉันว่าพวกเธอสองคนเลิกกันแล้ว" ฟางอ้ายซินลุกขึ้นแล้วขู่ว่า "ถ้านายไม่อยากเป็นศัตรูกับตระกูลลู่นายก็รู้ว่านายควรทำอย่างไร ฉันรู้ว่านายมีความก้าวหน้าอย่างมากในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมาและกลายเป็นม้ามืดที่มีแนวโน้มดีมากที่สุดในแวดวงธุรกิจของเมืองB เยี่ยเจวี๋ยแก่แล้วและไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายอีกต่อไป ฉันเชื่อว่าตราบใดที่นายต้องการครอบครองเยี่ยหวาง ในไม่ช้ามันจะเป็นของนาย แต่อย่าลืมว่านายยังมีพี่ใหญ่ที่คอยมองนายอยู่ ในตอนนั้นตระกูลลู่ของเราสามารถชุบเลี้ยงเยี่ยหวางที่ใกล้จะล้มละลายได้และเช่นเดียวกันก็สามารถทำให้พี่ใหญ่ของนายลุกขึ้นได้ ฉันคิดว่านายคงไม่อยากจะอยากเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ฉันพูดถูกใช่ไหม?”
"คุณป้าพูดถูก" ตระกูลลู่กับตระกูลฟางรวมกันย่อมแข็งแกร่งกว่าตระกูลเยี่ยในสภาพปัจจุบัน
"ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉันเจอนายฉันรู้ว่านายเป็นคนฉลาดและฉันเชื่อว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง" ฟางอ้ายซินยิ้มด้วยความพึงพอใจ เธอเป็นคนชอบคนฉลาด
"สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือการถูกใช้อำนาจข่มเหง แม้ว่าคุณจะพูดถูกแต่ก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด" เยี่ยจิงเฉินยืนขึ้นและสายตาอยู่ในระดับเดียวกับฟางอ้ายซิน ทั้งสองคนตาต่อตาฟันต่อฟัน "แต่ครั้งนี้ผมจะทำเป็นไว้หน้าผู้ใหญ่ก่อน ผมจะไปเยี่ยมอันหรันที่โรงพยาบาล แค่ครั้งนี้เท่านั้นครั้งต่อไปอาจจะไม่มีอีก
ฟางอ้ายซินชื่นชมเยี่ยจิงเฉินชายหนุ่มผู้ดื้อรั้นฉลาดและมีความสามารถ แต่น่าเสียดายที่ชายคนนี้ยากเกินกว่าลูกสาวตัวแสบของเธอจะควบคุมได้
"มันยังคงอีกนานในอนาคตแล้วรอดู" ฟางอ้ายซินยิ้มแล้วเดินจากไปอย่างพอใจ
"คุณป้าเดินอย่างระวังด้วยนะครับ"
ฟางอ้ายซินที่สวมรองเท้าส้นสูงเดินออกจากห้องทำงานของเยี่ยจิงเฉินด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง