ตอนที่ 29
ตอนที่29 ถ้าฉันไปมีอะไรกับคนอื่น...
October 28, 2026
C h a p t e r 29
"เด็ก…"
"นี่!! ..." เธอรีบปิดปากเขาไว้ก่อนที่จะโพล่งคำพูดไม่น่าฟังออกมา เธอหันหน้าไปส่งยิ้มหวานให้เด็กน้อย ก่อนจะพูดเสียงเบา “หนูรีบไปเถอะ”
"ครับ สวัสดีครับ พี่คนสวย สวัสดีครับ คุณลุง" เด็กบ้า!! ยังจะมาทิ้งระเบิดไว้อีก
"คุณ...อย่าถือสาเด็กเลยนะคะ"
“…” เขาหันสายตามาจ้องเธอแทนด้วยแววตากรุ่นโกรธ
"เด็กไม่รู้อะไร คุณอย่าไปอะไรเลยเนอะ" เธอเลื่อนมือลงอย่างระมัดระวัง
"ผมดูเหมือนลุงหรือไง!! " แล้วมาใส่อารมณ์กับเธอทำไมเล่า
"ไม่เหมือนสักนิด" ไม่เหมือนหรอก แค่มีหนวดนิดหน่อยตรงคางเท่านั้นเอง "ไม่เหมือนจริงๆ นะ คุณดูดีหล่อจะตาย"
"โกหก สีหน้าคุณมันกำลังโกหก! " เขาโกรธจริงจังมากเลยนะเนี่ย เธอเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้แน่นและยิ้มหวานให้เล็กน้อย
"คุณจะสนใจทำไมแค่เด็กคนเดียว"
"ผมไม่ได้สนใจเด็ก"
"..."
"ผมสนใจคุณ ความคิดของคุณต่างหาก"
“…” เขากลัวเธอจะคิดเหมือนเด็กงั้นเหรอ ถึงอายุของเขาจะมากกว่าแต่เธอก็ไม่เคยมีความคิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย ไม่งั้นเธอคงไม่ยอมมีอะไรกับเขาง่ายๆ หรอก "ถ้าฉันมีความคิดแบบนั้น ฉันคงไปยอมนอนกับคุณหรอก”
“…” คำพูดของหญิงสาวทำให้ไฟในอกของเขาเริ่มมอดลง มีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิม
"ตัวเบ้อเร่อ ไม่นึกว่าจะคิดเล็กคิดน้อยขนาดนี้" เรียวแสยะยิ้มส่ายหน้าไปมาก่อนจะสลัดมือเขาออก
_________________
"แกบอกว่าเป็นผู้หญิงของเขาแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมเขาถึงฟาดเงินใส่แกแค่นั้น ที่ฉันต้องการคือให้เขามาร่วมลงทุนกับเรา ไม่ใช่แค่เงินอย่างเดียว!! "
"เขาไม่มีแผนว่าจะร่วมลงทุนโรงแรมกับใคร หนูบอกพ่อไปแล้ว"
"แกก็พยายามเข้าสิ!! ใช้ร่างกายแกนั่นแหละทำให้เขาหลงให้ได้!! "
"พ่อ"
"เงินได้มามันมีวันหมด แต่ถ้าได้ตัวเขามา เราจะไม่มีวันล้ม ฉันจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้ ต้องยิ่งใหญ่กว่าพวกตระกูลภัทรนิธิโภคินให้ได้" จีนยืนมองพ่อตัวเองที่ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง ไม่มีอะไรที่อยู่ในความพอดีของพ่อ สิ่งที่เขาต้องการเธอพยายามทำให้หมดแล้ว แต่สิ่งที่เขาต้องการมันมากเกินไป
คุณพอลสันบอกว่าไม่ร่วมลงทุนเธอก็ไปบังคับเขาไม่ได้ อีกอย่าง เขาไม่เคยโทรหาหรือเรียกตัวเธอเลยสักครั้งตั้งแต่วันนั้น แล้วจะให้ทำยังไงได้นอกจากรอ...
____________________
หลังจากที่ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวกลับบริษัท ขณะที่นั่งอยู่บนรถก็มีข้อความเข้าโทรศัพท์เธอเป็นข้อความจากเลขาน้ำ
'คุณไลม์ขอเลื่อนนัดเป็นวันพรุ่งนี้ช่วงบ่ายค่ะ'
“ถ้าคุณไม่รับสายผมอีก ผมจะเอากระเป๋าไปขายให้คนอื่น”
“…ได้ยังไงคะ ไหนคุณบอกว่า…”
“คุณยังไม่ได้ทำอะไรให้ผมพอใจเลยนะ”
“…” แค่ไม่ได้รับสายเขาไม่กี่วัน ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือไง
“ก็ได้ค่ะ…เอ่อ…พรุ่งนี้ฉันจะขอลาหยุดครึ่งวันนะคะ"
"จะไปไหน"
"ไปทำธุระค่ะ"
"ธุระอะไร"
“ฉันจะไปทำธุระ”
“ผมกำลังถามคุณ ว่าธุระอะไร”
"ฉันต้องบอกคุณด้วยเหรอคะ"
"ใช่"
"ทำไมต้องบอกด้วยล่ะ"
"อย่าลืมนะว่าผมเป็นใคร เป็นอะไรกับคุณ" เธอเอียงคอมองเขา
"แล้วคุณเป็นใครคะ" เขาเอี้ยวตัวเข้ามาใกล้เธอก่อนจะกระซิบข้างหูเบาๆ
"Husband คนไทยชอบเรียกว่าเป็น 'ผัว'"
"หุบปากเลยนะ!! "
"ถ้าไม่อยากให้ผมพูดบ่อยๆ ก็บอกมาว่าจะไปไหน" เวลาทำตัวดีๆ ก็น่ารักเสียจนบางทีเธอก็ใจละลาย แต่พอทำตัวน่าเตะแล้วเธอแทบอยากจะฆ่าเขาแล้วเอาดินกลบจริงๆ
"ฉันจะไปทำธุระที่โรงแรม"
"มีเรื่องอะไร"
"แค่จะไปดูเอกสารนิดหน่อยค่ะ" ไว้รอเซ็นสัญญาเสร็จแล้วค่อยบอกเขาแล้วกัน
"อย่าให้ผมรู้ ว่าคุณไปหาใคร ผมเป็นขี้หวงและขี้หึงมาก คุณจำเอาไว้แล้วกัน"
“…” สีหน้านิ่งเฉยเหมือนคนไร้ความรู้สึกทำให้เรียวต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้ว ว่าเขาเป็นคนยังไง…
______________
อ้ายหนี่ยืนกล้าๆ กลัวๆ อยู่หน้าบริษัท Red Blood เพราะคุณปู่ให้เธอมาหาคุณพอลสันเพื่อชวนเขาไปกินข้าว แค่นึกถึงสีหน้าเขาในวันนั้นเธอก็ขนลุกไปหมดแล้ว
ขณะที่กำลังยืนครุ่นคิดอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรถบีเอ็มสีดำ 3 คัน ขับมาจอดหน้าบริษัท พร้อมกับมีชายชุดดำเดินลงจากรถไปเปิดประตูให้ใครคนหนึ่งเดินลงมา
นั่นไง คุณพอลสันมาแล้ว
"คุณพอลสันคะ" อ้ายหนี่รีบวิ่งเข้าไปหาเขาอย่างรวดเร็วแต่ก็เจอเชนยืนขวางไว้ก่อน
เรียวเดินลงจากประตูรถอีกฝั่งก่อนจะเดินอ้อมมายืนข้างเขา เห็นหญิงสาวที่เธอเคยเจอในงานกาล่าดินเนอร์ในวันนั้น
หล่อนคือคนที่พอลสันเคยจูบด้วย
"มีอะไรครับ"
"อ้ายหนี่มีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ" พอลสันใช้หางตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตัว เห็นเธอกำลังมองอ้ายหนี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยและก็ใช้หางตามองเขากลับมาเหมือนกัน
"ขอตัวนะคะ" เรียวยิ้มเป็นมารยาทให้หญิงสาวข้างหน้าก่อนจะเดินไป แต่ยังไม่ทันก้าวเท้า
หมับ!!
ก็ถูกมือหนาจับแขนไว้ โอบไหล่แน่นจนเธอขยับไปไหนไม่ได้
"จะไปไหน" เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ฉันมีงานต้องไปดูค่ะ"
"ค่อยไปพร้อมกัน" เขาหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าและปรับน้ำเสียงให้เรียบเฉย "คุณมีอะไรจะพูดก็พูดได้เลย"
น้ำเสียงแข็งกระด้างที่เขาพูดออกมา ทำให้อ้ายหนี่ได้แต่ก้มหน้ามองพื้นด้วยความน้อยใจ ทำไมเขาไม่คุยกับเธอด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแบบนั้นบ้าง
"คือ...อ้ายหนี่อยากจะชวนคุณพอลสันไปทานข้าวด้วยกัน...คุณพอลสันพอจะว่างไหมคะ" เรียวหูผึ่งรอฟังคำตอบจากเขาเหมือนกัน
"ผมมีนัดแล้วครับ ถ้าคุณต้องการติดต่อผมรบกวนติดต่อผ่านเชนด้วย" พูดจบก็กอดไหล่เธอ เดินผ่านหน้าอ้ายหนี่ไปโดยไม่สนใจใครอีก
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถเบนซ์สีดำ จอดอยู่ฝั่งตรงกันข้ามของโรงแรม
เขาตามอ้ายหนี่มา ทำให้รู้ว่าเธอมาเจอพอลสัน แต่ที่คิดไม่ถึงก็คืออิงกาญจน์จะอยู่ที่นั่นด้วย มองจากกล้องส่องทางไกล พอลสันโอบกอดเธอ มีแววตา สีหน้าอ่อนโยน ต่างจากที่แสดงออกกับอ้ายหนี่ ที่มีแต่ความเย็นชา ไร้ความรู้สึก
คงไม่ใช่ว่า พอลสันชอบอิงกาญจน์หรอกมั้ง…
"คุณมีนัดแล้วเหรอคะ" เรียวถามขณะที่ยืนอยู่ในลิฟต์พลางดันมือที่โอบกอดไหล่เธอไว้ออก แต่มันก็แกะยากแกะเย็นเหลือเกิน
"ใช่ มีนัดแล้ว"
"เกี่ยวกับธุรกิจหรือเปล่า ฉันต้องไปด้วยไหมคะ"
"ไป"
"คุณช่วยเอามือออกไปก่อนได้ไหมคะ”
"ทำไม? " เธอหันไปมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"คนอื่นมาเห็นมันจะไม่ดีนะคะ รีบปล่อยเดี๋ยวนี้"
"คนอื่นเห็นก็ช่างสิ"
"ไม่ได้!! ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้…” เธอหลุบสายตาลงก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “เรื่องความสัมพันธ์ของเรา”
“…” คำพูดของเธอทำให้เขาหรี่ตามองเธอนิ่ง
“คือ…คนที่นี่ เขาจะเข้าใจผิด คิดว่าฉันให้ท่าท่านประธานนะคะ...ฉันไม่อยากเป็นขี้ปากคนในบริษัท แค่เขาคิดว่าฉันใช้เส้นเข้ามาทำงานก็เกินพอแล้ว"
“ใครพูดแบบนั้น”
“…เปล่าหรอก ฉันแค่เปรียบเปรยเฉยๆ”
“มีใครพูดกับคุณ”
“เปล่าจริงๆ”
"หรือคุณรังเกียจกลัวคนอื่นจะรู้ ว่าเป็นผู้หญิงของผม"
"อย่ามาหาเรื่องกันนะ บอกให้ปล่อยไง!! "
“…” พอลสันมีใบหน้าหงิกงอ ไม่พอใจการแสดงออกของเธอที่เหมือนไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา
ทำไมต้องเก็บเป็นความลับ ในเมื่อมีผู้หญิงอีกกี่คนที่อยากเป็นผู้หญิงของเขา การบอกกับคนอื่นว่าคือคนของเขา มันเป็นการปกป้องตัวเองด้วยซ้ำ ใครจะได้ไม่กล้าทำอะไรเธอ
"ปล่อยค่ะ คุณพอลสัน"
“…” ลิฟต์กำลังจะถึงชั้นบนแล้วแต่ไม่มีวี่แววว่าเขาจะเอามือออกจากไหล่เธอสักนิด เรียวหัวใจเต้นแรงเพราะความกลัวว่าถ้ามีคนมาเจอเรายืนอยู่ในลิฟต์ ในสภาพกอดกันแบบนี้มีหวังได้กลายเป็นหัวข้อหลักของการสนทนาแน่
"คุณ!! "
"ไม่ปล่อย"
"ทำแบบนี้ทำไม อยากให้คนอื่นรู้หรือไง"
"อืม"
"เอาแต่ใจตัวเอง!! "
ตึ้ง! เสียงลิฟต์จอดที่ชั้นเป้าหมายแล้ว