ตอนที่ 52
ตอนที่52 อยู่ด้วยกันอีกนาน
October 28, 2026
C h a p t e r 52
"คุณมาทำอะไรที่นี่" สายตาดุดันและประโยคคำถามของเขา เฉพาะเจาะจงไปที่เธอ...
"นี่คือคุณจันทร์เจ้า เป็นผู้จัดการคนใหม่ของเจค" จันทร์เจ้าไม่ทันได้พูด นาเดียร์ก็ชิงตอบคำถามไปก่อน
"ฉันจะเปลี่ยนคน!! " เจคตะโกนโวยวาย
"ออกมาคุยกับผมหน่อย" พอร์ชกลับหันหลังแล้วเดินออกไปนอกห้องทั้งโดยใช้ไม้เท้าค้ำยัน จันทร์เจ้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ได้แต่เดินตามไปอย่างว่าง่าย
"คุณ เป็นอะไรมาคะ" จันทร์เจ้าจับแขนเพื่อช่วยพยุงเขาให้หันมา
"ขาแพลง ไม่มีอะไรหรอกครับ...คุณจันทร์เจ้า ทำไมคุณไม่บอกผมว่าอยากหางานทำ"
“…” จันทร์เจ้าเริ่มหายใจติดขัดเพราะสายตาและใบหน้าของเขาที่อยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่โชยมา ลมหายใจรินรดข้างแก้ม ทำให้เธอค่อยๆ ปล่อยมือออกและขยับตัวออกมาเพื่อเว้นระยะห่าง
เดิมทีก็ชอบเขาอยู่แล้ว ยิ่งมายืนใกล้กันแบบนี้ยิ่งหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
“คุณบอกผมก็ได้”
"ทำไม...ทำไมต้องบอกคุณด้วย"
"ก็เราสองคนเป็นแฟนกัน ในเมื่อคุณอยากทำงาน บอกผมก็ได้ ผมจะพาคุณไปทำงานตำแหน่งที่ดีกว่านี้"
"คือ...ฉัน...ฉันไม่เคยตอบตกลงคุณเลยนะคะ อีกอย่างเรื่องงานฉันส่งใบสมัครเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้คุณช่วยหรอก"
"..."
เธอพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า เขาถึงมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หรือว่าเขาไม่เข้าใจที่เธอพูด
"คือ...เราไม่จำเป็นต้องคบกันเพราะเรื่องนั้น เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ถือว่าเป็นวันไนท์ไปก็แล้วกัน"
"..."
"ฉันพูดจริงๆ นะคะ ถึงจะเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร..." น้ำเสียงประโยคสุดท้ายเริ่มเบาลงพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ "เรา...เราเป็นเพื่อนกันก็ดีแล้ว ขอบคุณนะคะที่พยายามจะรับผิดชอบ" จันทร์เจ้าพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งพอร์ชที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไว้ข้างนอก
“…” พอร์ชไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไง เขาไม่ได้เจนจัดเรื่องผู้หญิงเหมือนพี่ชาย เคยคบผู้หญิงแค่คนเดียวคือนาตาชาแล้วก็โดนเธอหลอกจนเสียศูนย์ พอมาเจอผู้หญิงอีกคนที่ปฏิเสธทุกอย่างที่เขาตั้งใจจะให้ มันเลย...ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง
17.45 น.
เควินเปิดประตูเข้ามาในห้องก็เห็นพอร์ชนั่งพิงหัวเตียงอยู่
"ผมให้คนของเรา ไปส่งคุณจีนที่บ้านแล้วครับ"
"เธอเป็นยังไงบ้าง"
"เธอต้องใช้ผ้าพยุงแขนครับ"
"บาดแผลไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงใช่ไหม"
"ครับ รอยกระสุนไม่ได้ฝังเข้าไปแค่เฉียดจนเป็นรอยถลอกเท่านั้น เพียงแต่ถลอกเยอะไปหน่อยครับ"
"ได้บอกเธอหรือเปล่าว่าพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปเยี่ยม"
"บอกแล้วครับ"
"รบกวนนายด้วยนะเควิน"
"คุณพอร์ช...จะจัดการเรื่องคุณจีนยังไงครับ"
"คงต้องคุยกันก่อน ยังไงก็ต้องตอบแทนเธออยู่แล้ว"
"ครับ"
"แล้วผู้หญิงคนนั้นรู้จักกับพี่ได้ยังไง"
เควินเหลือบสายตาขึ้นมองเพดานเพื่อครุ่นคิด จะบอกยังไงดี...
"คือ...คือเธอเคยมาขอเงินลงทุนจาก Red Blood แต่นายปฏิเสธไปครับ"
"ทำไม"
"คือ...นายยังไม่มีแพลนจะลงทุนให้โรงแรมนอกบริษัทครับ"
"อืม"
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ คุณพอร์ชจะได้พักผ่อน"
"เควิน..."
"ครับ"
"ช่วยหาตำแหน่งดีๆ ให้หน่อยสักตำแหน่ง พอดี...พอดีผมมีเพื่อนอยากจะหางานทำน่ะ"
"ได้ครับ"
21.22 น.
ปึง!
"อยากจะบ้าตาย!! " จันทร์เจ้าสบถทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะเข้าครัวไปเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อดับไฟในอก
"ไหนเล่าสิ ไปทำงานมาเป็นไงบ้าง ชอบไหม"
"ชอบอะไรล่ะ...น่าเบื่อจะตาย ฉันไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้เลยอ่ะ"
"ทำไม? คุณเจคก็ดูเฟรนด์ลี่ดีนะ"
"เฟรนด์ลี่กับผีนะสิ โคตรเอาแต่ใจ ฉันเข้าไปดูในเน็ตมาว่าต้องทำหน้าที่นี้ยังไง สรุปคือต้องเอาใจเขา ต้องพยายามหาสิ่งดีๆ ให้เขา แต่แกเชื่อป่ะ เขาเอาแต่บ่น บ่นทั้งวัน!! "
"เขาบ่นอะไร"
"เขาบ่นฉันเรื่องกาแฟ บอกว่าฉันหากาแฟที่เขาสั่งไม่ได้ ก็ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรจะต้องไปหาที่ไหน...แล้วก็ตอนอยู่ในสตูดิโอ เขาบอกให้ฉันหาขนมปังที่ใส่มายองเนสกับหมูหย็อง แล้วเอาแฮมเบอร์เกอร์เนื้อสี่ชิ้นพร้อมชีสด้วย ฉันก็เป็นห่วงกลัวว่าเขาจะกินไม่หมดแล้วอีกอย่างคอเลสเตอรอลก็เยอะ ฉันก็เลยไปซื้อผลไม้มาให้กิน เขากลับเอาไปโยนทิ้งแล้วบอกว่าจะไล่ฉันออก!! "
"...ใช่เจคคนเดียวกับที่ฉันเจอหรือเปล่า"
"มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ น่าหงุดหงิด ถ้าไม่เกรงใจ ฉันเสยคางให้ไปแล้ว!! "
"งั้นลองคุยกับคุณนาเดียร์ดูสิ"
"คุยไปแล้วตอนเย็น ฉันไม่คิดจะลาออกหรอก คอยดูเถอะ ฉันจะทำให้เขาอกแตกตายไปเลย"
เรียวได้แต่มองเพื่อนสาวที่กำลังคิ้วขมวดเพราะอารมณ์หงุดหงิด ไม่รู้ว่าจะปลอบโยนยังไงดีนอกจาก นั่งเฉยๆ ให้เพื่อนใจเย็นลงก่อน
ครืด ครืด ครืด
'ผมอยู่ข้างล่าง'
ข้อความจากชายคนรักทำให้เรียวใส่เสื้อคลุมตัวยาวที่วางพาดไว้กับเก้าอี้ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป
ลิฟต์ถูกเปิดออกมา เรียวก็วิ่งออกจากหลังคอนโดก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำลังยืนกอดอกพิงข้างรถอยู่ เธอส่งรอยยิ้มสดใสให้เขา ก่อนจะวิ่งเข้าไปใกล้และเอื้อมมือไปจับมือหนาไว้
"คุณมาทำอะไรตอนนี้คะ"
"คิดถึงแฟน มาหาแฟนก็เป็นเรื่องปกติ"
"แต่มันดึกแล้ว ยุงจะกัดเอา"
"เมื่อไหร่คุณจะกลับบ้าน"
"ทำไมคะ" พอลสันรั้งเอวเธอเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มหน้าลงจุมพิตที่หน้าผากมน
"ผมจะได้ไปนอนกอดคุณสักที เพื่อนคุณกำลังเอาเวลาของผมไป"
"จันทร์เจ้าอยู่คนเดียว ฉันเป็นห่วง"
"ผมก็อยู่คนเดียว..."
เรียวมองเขาที่กะพริบตาปริบๆ มองมาเหมือนกำลังออดอ้อน นับวันเขายิ่งมีอะไรที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเห็นมาก่อน
"เป็นเด็กเหรอ ถึงอยู่คนเดียวไม่ได้"
"อื้อ..."
"คุณ...คุณอย่ามาทำเสียงอ่อนแบบนี้สิคะ"
"ทำไม"
"ฉัน...ฉันทำตัวไม่ถูก"
"ที่รัก...คุณเคยคิดอยากจะไปอยู่กับผมบ้างไหม"
คิดจะไปอยู่กับเขา? หมายถึงไปนอนโรงแรมกับเขาหรือว่า...แต่งงาน
"คุณ...คุณ..." เรียวตาโตมองเขาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
พอลสันเห็นสายตาของหญิงสาวในอ้อมกอดก็ยกยิ้มอย่างพอใจ เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะนั่นคือสิ่งที่เขากำลังคิดจะบอกเธอเหมือนกัน
"คุณตกใจอะไร...ผมหมายถึงคิดจะไปนอนกับผมที่โรงแรมบ้างไหม...ที่รัก...คุณกำลังคิดอะไรอยู่"
"เปล่า..." สีหน้าแววตาผิดหวังของเธอทำให้พอลสันยกมือขึ้นวางบนหัวเธอก่อนจะโยกไปมาอย่างเอ็นดู ได้แกล้งเธอแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน
"คุณอยากจะแต่งงานกับผมใช่ไหม"
"ไม่ใช่!! " เรียวตอบออกมาอย่างมั่นใจชัดถ้อยชัดคำ จนพอลสันต้องหรี่ตาลงจ้องมองเธอ
"หมายความว่า...คุณไม่คิดจะแต่งงานกับผมเหรอ"
"..." เรียวกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ทันได้คิดว่าการที่รีบพูดออกไปแบบนั้นมันจะทำให้เขาคิดไปมากขนาดไหน
พอลสันเองก็มองเธอที่ไม่มีท่าทีจะตอบกลับ ได้แต่ยืนตัวเกร็ง เขาจึงโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอเบาๆ
"คุณหนีผมไม่รอดหรอก...เพราะยังไงคุณก็ต้องอยู่กับผมไปจนตาย"
"...คุณ..." เธอไม่ทันได้พูดต่อก็ถูกริมฝีปากประกบลงมา เป็นจูบอ่อนโยนที่ช่วงชิงลมหายใจจนเธอไม่สามารถต่อต้านได้
____________________________
22.00 น.
ชีตาร์นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ มือข้างหนึ่งถือกระป๋องเบียร์ มืออีกข้างกำลังหยิบขนมขึ้นมากิน ท่าทางดูเหมือนคนกำลังสบายอกสบายใจ
แต่เธียเตอร์รู้ ว่าเขากำลังข่มความรู้สึกอยู่
“อยากเมาก็กินเหล้าดีกว่า”
“มีเหรอ”
“มี จะเอาไหมล่ะ”
“อย่าให้ฉันกินคนเดียวก็แล้วกัน”
เธียเตอร์เดินไปหยิบเหล้าที่ตู้กระจก เปิดขวดเทใส่แก้วแล้วส่งให้ชีตาร์ที่นั่งอยู่บนพื้น เขาเดินไปนั่งข้างๆ และดูละครที่กำลังฉายอยู่
“เธีย”
“อืม”
“แกโสดมานานหรือยัง”