ตอนที่ 2
ตอนที่ 2 หลุดเข้าไปในนิยาย
September 29, 2026
เมื่อแอนโทนีเปิดกล่องออกมาก็พบกองเหรียญที่โดนหนังยางมัดไว้ด้วยกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ใต้กองเหรียญมีหมายเลขบัญชีสำหรับการโอนเงินและสมุดบันทึกที่ชำรุดเสียหายอยู่
“นี่มันเลขบัญชีที่สเตฟานีเคยใช้ส่งเงินมาให้เราไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมาอยู่กับมิลลี่ล่ะ” แอนโทนีอุทานด้วยความประหลาดใจ
ใบหน้าของจอร์แดนยังคงเย็นชาและไม่แสดงอารมณ์ แต่นิ้วของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่มือถือกล่องเอาไว้ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา
ขณะที่เขาเปิดดูสมุดบันทึกก็เห็นลายมือสวยงามปราณีตอยู่ในนั้น
วันที่ 19 พฤษภาคม ภายใต้ท้องฟ้าสดใส ผู้เขียนแสดงความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตทางการเงินของพี่ชายคนหนึ่งของเธอและหวังว่าจะหาเงินสามหมื่นมาช่วยเขาได้ไวๆ
วันที่ 30 พฤษภาคมและสภาพอากาศที่มืดมนข้างนอก ผู้เขียนกังวลเกี่ยวกับเงินทุนที่ลดน้อยลงของเหล่าพี่ชายและรอเงินเดือนพาร์ทไทม์ของเธออย่างใจจดใจจ่อในช่วงปลายเดือนมิถุนายน
วันที่ 3 กรกฎาคม ข้อความจากซาเวียร์นำพาความสุขมาให้ แม้ว่าผู้เขียนจะไม่ตอบกลับไปก็ตาม ที่พยายามติดต่อสเตฟานีที่อยู่ต่างประเทศไม่ได้รับคำตอบกลับมา ทิ้งให้ผู้เขียนโหยหาถึงพี่ชายของเธอ
…
เจ้าของไดอารี่ดูเหมือนจะประหยัดกระดาษด้วยการเขียนตัวอักษรให้มีขนาดเล็ก แต่ทุกความสุขและความเศร้าก็ได้รับการบันทึกไว้อย่างละเอียดละออ
ด้านหลังมีบันทึกค่าใช้จ่ายโดยละเอียดเต็มหลายหน้า
ในตอนแรก ผู้เขียนต้องทำงานห้างาน โดยมีเวลาพักระหว่างกะแค่ตอนอยู่บนรถไฟใต้ดินเท่านั้น
แม้จะมีรายได้มากกว่าสามพันเหรียญต่อเดือน แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมแล้วแค่เจ็ดดอลลาร์และห้าสิบเซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกโอนเข้าบัญชีของเหล่าพี่ชายของเธอ
ในช่วงที่ตระกูลเบอร์เน็ตต์กำลังจะล้มละลาย 'สเตฟานี' ส่งเงินกลับมาตอบสนองทุกคำขออย่างขยันขันแข็ง
เมื่อจอร์แดนเจอปัญหากับบริษัทใหม่ของเขา 'สเตฟานี' ก็ส่งเงินสามหมื่นเหรียญมาช่วยเหลือเขาทันที
พวกเขานึกสงสัยไม่น้อยว่าทำไมสเตฟานีที่อยู่ต่างประเทศถึงได้ข่าวไวขนาดนั้น
เหล่าพี่น้องต่างสันนิษฐานว่าสเตฟานีแค่เอาใจใส่พวกเขาอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเวลาผ่านไป พี่น้องแต่ละคนก็ไล่ตามความฝันของตัวเองด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากสเตฟานี
เหมือนสเตฟานีรู้ว่าพวกเขาต้องการเงินทันทีที่พวกเขาคิดเช่นนั้น
แต่พวกเขารู้แล้วว่าพวกเขาคิดผิด
แต่ความจริงกลับเผยให้เห็นว่าผู้มีพระคุณที่แท้จริงคือมิลลี่ที่พวกเขาดูหมิ่นกัน
เป็นไปไม่ได้ พวกเขาคิด จู่ๆ มิลลี่จะมีเงินก้อนโตขนาดนี้มาให้พวกเขาได้ยังไง
บางทีทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกลอุบายของเธอก็ได้
หน้าถัดไปเผยเรื่องสัญญาที่ถูกลงนามเพื่อการขายไต การทดลองยา และการบริจาคโลหิตภายใต้ชื่อของมิลลี่
นั่นพอจะอธิบายได้แล้วว่าทำไมสเตฟานีถึงเอาแต่บอกว่ายุ่งและไม่ยอมรับสาย
นอกจากนี้ยังอธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงรู้ว่าเวลาที่พวกเขาต้องการเงิน
และยังอธิบายด้วยว่าทำไมบัญชีที่ส่งเงินมาให้พวกเขาถึงเป็นบัญชีของธนาคารในประเทศ
ชิ้นส่วนปริศนาต่างๆ เริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว
พายุที่อยู่ด้านนอกราวกับสะท้อนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในตัวพวกเขา
…
ในกองถ่าย มิลลี่ปิดหนังสือนิยายโรแมนติกเรื่อง สุดยอดพี่ชายของฉัน อย่างแรงจนผู้ช่วยของเธอสะดุ้งโหยง
“คนเขียนเกลียดขี้หน้าฉันเหรอ ตัวละครหลักก็ชื่อเหมือนฉัน แถมยังตายทุเรศอีก”
“แล้วตัวเอกบอกว่าพี่ชายตัวเองสุดยอดงั้นเหรอ เหมือนสุดโง่มากกว่ามั้ย”
“แล้วยังมาบอกว่าตัวเอกนิสัยเสียอีก ฉันว่าสเตฟานีต่างหากที่เป็นคนนิสัยเสีย”
“แล้วมิลลี่โง่หรือไงถึงได้ส่งเงินไปให้พวกนั้น พวกพี่ๆ มันหาเงินกันเองไม่เป็นเหรอ”
ยิ่งมิลลี่พูดก็ยิ่งโกรธขึ้นเรื่อยๆ อกเธอสั่นกระเพื่อมด้วยความหงุดหงิด