ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ศาสตร์แห่งการตบตา
September 29, 2026
ขณะที่มิลลี่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์อยู่ สีหน้าใสซื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “ก็ได้ เธอพูดถูก เดี๋ยวฉันไปเลยแล้วกันแม่จะได้ไม่โกรธ”
กะอีแค่เล่นละคร ฉันเป็นนักแสดงที่เคยได้รับรางวัลมาเลยนะ ยัยเด็กน้อยนี่จะเอาอะไรมาชนะฉันได้
เมื่อได้ยินว่ามิลลี่ตอบตกลงแล้ว สเตฟานีก็ยิ้มออกมาและขอตัวไปอย่างนุ่มนวล มุ่งหน้าไปยังโถงงานเลี้ยงโดยที่ไม่ทันสังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของพี่สาวเธอ
ขณะที่สเตฟานีเดินไปพร้อมถกชายกระโปรงของตัวเองขึ้นเล็กน้อย มิลลี่ก็ยิ้มเยาะอยู่กับตัวเองได้เวลาเปิดม่านแล้ว
แทนที่จะตามสเตฟานีไป มิลลี่กลับเดินไปอีกทางหนึ่ง เพราะเธอจำได้ว่างานเลี้ยงนี้เป็นเหตุการณ์ตอนที่แอนดรูว์เกิดอาการหัวใจวายอยู่ที่สวนหลังบ้านและนำไปสู่ความตกต่ำของตระกูลเบอร์เน็ตต์
ตระกูลเทตเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง และผู้นำตระกูลที่เคยเป็นอดีตนายพลผู้ปกป้องชาติด้วยความกล้าหาญก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจอมพลในเวลาต่อมา เขาคือชายที่สั่นสะเทือนทั้งแผ่นดินได้ แต่เป็นคนสันโดษที่ชอบปลีกตัวออกมาจากสังคม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยู่คนเดียวที่สวนหลังบ้าน
ดูเวลาแล้วก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว
เป็นไปตามที่เธอคาด ขณะที่เธอกำลังไปที่สวนหลังบ้าน เธอก็เห็นชายสูงอายุผมขาวกำลังกุมหน้าอกไว้ด้วยความเจ็บปวดและส่งเสียงรองทรมานออกมา
มิลลี่รีบตบหน้าอกของชายคนนั้นด้วยมือข้างหนึ่งแล้วถามว่า "ยาอยู่ที่ไหนคะท่าน"
แอนดรูว์ที่กำลังทรมานชี้ไปที่กระเป๋าเสื้อของเขาอย่างอ่อนแรง ตอนนี้ผิวของเขาเริ่มซีดลงแล้ว
มิลลี่รีบหยิบขวดขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าอย่างรวดเร็วและป้อนยาสองเม็ดเข้าไปในปากของชายชรา แต่สติสัมปชัญญะของเขากำลังจะหายไปจึงไม่ยอมกลืนยาลงไป
เมื่อเห็นว่ามีก๊อกน้ำอยู่ใกล้ๆ มิลลี่ก็ดึงใบไม้ใบใหญ่มาโดยไม่ลังเล ก่อนกรองน้ำลงบนนั้นแล้วค่อยๆ ช่วยชายชรากลืนยาลงไป
เมื่อมีน้ำมาช่วยในการกลืน เม็ดยาก็ลงคอไปอย่างราบรื่น แล้วอาการของแอนดรูว์ก็ดูทุเลาลง
ขณะมองดูใบหน้าอันสง่างามของชายชราผู้นี้ มิลลี่ก็ประหลาดใจกับความสง่างามของเขา สมกับที่ดำรงตำแหน่งจอมพลจริงๆ
เมื่อได้สติคืนมา แทนที่จะแสดงความขอบคุณ แอนดรูว์กลับหันไปสนใจใบไม้และก๊อกน้ำ เขาขมวดคิ้วพลางต่อว่าอย่างรุนแรงว่า “กล้าดียังไงเอาน้ำแบบนั้นมาให้ฉันดื่ม”
มิลลี่ถึงกับผงะ
ในหนังสือได้กล่าวถึงนิสัยที่แปลกประหลาดของแอนดรูว์ไว้ด้วยและก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง ขนาดในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ เขายังมัวแต่สนใจเรื่องน้ำ
"ถ้าต้องเลือกระหว่างช่วยชีวิตคนกับดื่มน้ำฝนจากแอ่งน้ำ ฉันก็ต้องเลือกอย่างหลังโดยไม่ลังเลอยู่แล้วค่ะ"
เธอเงยหน้าขึ้นมาด้วยดวงตาที่ฉายแววสงบนิ่งและชาญฉลาด ในช่วงเวลานั้น แม้จะอยู่ในความมืดมิดดำดิ่ง เธอก็ยังคงเปล่งประกายเจิดจ้า
เมื่อได้ฟังคำพูดของเธอ แอนดรูว์ก็ตัวสั่นเทิ้มราวกับได้ย้อนกลับไปสมัยหนุ่มๆ ในสนามรบ
เขาอยู่บนทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และหัวหน้าหน่วยของเขาก็มองคนในหน่วยด้วยสายตาแบบเดียวกันนี้ “เราจะกินแม้แต่รองเท้าหรือเปลือกไม้ ถ้ามันจะทำให้เรามีชีวิตรอดได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ "สาวน้อย เธอชื่ออะไร"
มิลลี่ตอบอย่างใจเย็น “มิลลี่ค่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อของเธอ แอนดรูว์ก็ชะงักชั่วคราวแล้วอุทานว่า "อ้้าว เธอคือคุณหนูจากตระกูลเบอร์เน็ตต์เองเหรอ"
มิลลี่รู้สึกสับสน
ฉันเพิ่งกลับมาอยู่กับครอบครัวเอง ทำไมแอนดรูว์ถึงรู้จักฉันล่ะ
"เด็กดี เด็กดี" ความชื่นชอบของแอนดรูว์ที่มีต่อมิลลี่เพิ่มขึ้นขณะที่เขามองเธอ “ทำไมไม่ไปอยู่ในห้องโถงล่ะ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”