ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 ความบาดหมางในครอบครัว
September 29, 2026
เธอยื่นกล่องให้สเตฟานีแล้วพูดว่า "เอ้านี่"
ขณะที่สเตฟานีหยิบกล่องไปก็มีรอยยิ้มจางๆ ปรากฏที่มุมปากของเธอ แม้จะมองแทบไม่เห็น แต่มิลลี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จับสังเกตสิ่งนั้นได้
การไม่ควบคุมอารมณ์ถือเป็นสิ่งต้องห้ามในการแสดง “ไม่นะ ทำไมถึงเป็นกล่องเปล่าล่ะ มิลลี่ ปิ่นปักผมแม่อยู่ไหน พี่ใส่ไว้ผิดที่หรือเปล่า”
เสียงของเธอทั้งใส่อารมณ์และแหลมเกินไปมาก ทำให้ห้องโถงที่มีชีวิตชีวาเงียบลงขณะที่ทุกสายตาหันไปมองฉากละครที่กำลังเกิดขึ้น
สเตฟานีกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า “มิลลี่ พี่เอาปิ่นปักผมแม่ไปหรือเปล่า นั่นมันมรดกตกทอดของตระกูลที่ส่งต่อจากคุณยายถึงแม่เลยนะ พี่เอาไปโดยไม่ได้ขอได้ยังไง คืนให้แม่ตอนนี้เถอะ”
ข้อกล่าวหานั้นดูเหมือนจะบ่งชี้ไปหามิลลี่ตรงๆ ดึงดูดสายตาผิดหวังจากผู้ที่เห็นเหตุการณ์
“คนที่มีภูมิหลังต่ำต้อยแบบเธอเชื่อถือไม่ได้เลย”
“ความสัมพันธ์ทางสายเลือดไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าเป็นลูกสาวบุญธรรมคงเคารพแม่เธอมากกว่านี้”
“ตระกูลเบอร์เน็ตต์นี่มีแต่เรื่องบันเทิงให้เสพดีจริงๆ”
ความโกลาหลยังคงดำเนินต่อไป
มิลลี่ยังคงสงบนิ่งท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาและข้อครหาต่างๆ เธอสบตากับโอลิเวียอย่างแน่วแน่ขณะที่อธิบายว่า "แม่คะ หนูไม่ได้เอาปิ่นปักผมไปค่ะ สเตฟานีเป็นคนขอให้หนูไปเอากล่องมา หนูก็ทำตามที่เธอสั่ง ให้คนรับใช้เป็นพยานได้เรื่องนั้นได้เลยค่ะ"
เสียงของเธอราบเรียบแต่ก็เฉียบขาด แหวกความตึงเครียดในห้องโถง
“แต่ถ้าพี่นึกอยากขโมยไประหว่างทางกลับล่ะ แบบนั้นก็ไม่มีใครรู้หรอก” สเตฟานียืนกราน
การพูดเช่นนั้นแทงใจดำเต็มๆ จนทำให้โอลิเวียขมวดคิ้ว
แม้จะเป็นคนใหม่ในบ้านเบอร์เน็ตต์ แต่มิลลี่ก็ยังเป็นลูกสาวของเธอ คงเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับคนเป็นแม่ที่ต้องฟังข้อกล่าวหาเช่นนี้
โอลิเวียมองสเตฟานีด้วยสายตาตำหนิ แต่หญิงสาวกลับมุ่งความสนใจไปที่ชัยชนะที่กำลังจะเกิดขึ้นของเธอเกินไปจนไม่ทันสังเกตเห็น
ทันใดนั้น เสียงของคนมีอายุที่แผ่วเบาก็ทำลายความเงียบขึ้นมา “คุณเบอร์เน็ตต์ คุณกำลังจะบอกว่าผมขโมยของจากตระกูลของคุณงั้นเหรอ”
ฝูงชนแหวกจากกัน เผยให้เห็นชายชราผู้ทรงเกียรตินั่งอยู่รถเข็น โดยมีจ่าในชุดเครื่องแบบทหารเข็นเขาออกมาข้างหน้า
เขาคือแอนดรูว์ เทต จอมพลผู้ยิ่งใหญ่ เขามาจากตระกูลขุนนางอันทรงเกียรติที่อยู่เหนือตระกูลเบอร์เน็ตต์ การกล่าวหาว่าเขาขโมยของถือว่าเป็นข้อกล่าวหาร้ายแรง
สเตฟานีผงะกับการที่แอนดรูว์ออกมาปกป้องมิลลี่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอับอายขณะที่เธอพยายามอธิบาย “คุณแอนดรูว์คะ เราไม่ได้ตั้งใจจะดูหมิ่น…”
“ไม่ได้ตั้งใจจะดูหมิ่นงั้นเรอะ” เสียงเย็นชาของแอนดรูว์ดังก้องไปทั่วห้องโถง ไม้เท้าของเขากระทบพื้นด้วยความโกรธ
“ผมเอากล่องนั้นไปคืนเองโดยที่เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แตะต้องอะไรเลย กล้าดียังไงมากล่าวหาว่าผมขโมยของ”
เมื่อตระหนักถึงความหนักหน่วงของสถานการณ์ สเตฟานีจึงหน้าซีดเพราะรู้ว่าครอบครัวเธอไม่สามารถทำให้ตระกูลเทตขุ่นเคืองได้
มิลลี่ก้มหน้าอยู่ที่มุมเงียบๆ ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันแน่น
หลังจากตำหนิสเตฟานีแล้ว แอนดรูว์ก็หันไปหามิลลี่ เขารู้สึกเห็นใจเธอเมื่อเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้นในท่าทางที่ไม่ค่อยดี
ในตอนที่เขากำลังจะพูดนั่นเอง เขาก็สังเกตเห็นรอยแดงที่ปรากฏชัดบนแขนของเธอ และเสียงของเขาก็ดังขึ้นทันที "ใครทำแขนเธอ ตระกูลเบอร์เน็ตต์ทำแบบนี้กับเธองั้นเหรอ"
มิลลี่กระพริบตาปริบๆ และมองไปที่รอยแดงบนแขน แล้วเธอก็นึกขึ้นได้ว่าสเตฟานีเป็นคนบีบแขนเธอ
แอนดรูว์คุ้นเคยกับสถานะที่สูงส่งและมีภูมิหลังอยู่ในกองทัพ เขาจึงเป็นคนตรงไปตรงมาเสมอและไม่คิดที่จะไว้หน้าตระกูลเบอร์เน็ตต์เลยแม้แต่น้อย