ตอนที่ 3
บทที่ 3
September 18, 2026
“หิวข้าว... หรือหิว ‘อย่างอื่น’ กันแน่คุณอัญญา?”
คำถามสองแง่สองง่ามที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยของพ่อเลี้ยงหน้ายักษ์ ทำให้อัญภัทรหน้าเหวอไปสามวินาที ก่อนสติจะกลับคืนเข้าร่างพร้อมความหมั่นไส้ระดับสิบ
“หิวข้าวสิคะ! ใครจะไปหิว... หิวอย่างอื่นของคุณ!” เธอเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามบังคับสายตาไม่ให้โฟกัสไปที่ยอดอกสีชมพูที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า เพราะสายตาไม่รักดีคอยจะมองต่ำกว่าสะดืออยู่เรื่อย
“แล้วก็กรุณาใส่เสื้อด้วยค่ะ มันอุจาดตา!”
“อุจาดตรงไหน?” หมอกครามเลิกคิ้ว ก้มมองแผงอกตัวเองแล้วยักไหล่ “ก็ธรรมชาติ... หรือคุณเห็นแล้วเกิดอารมณ์?”
“หลงตัวเอง! ใครจะไปเกิดอารมณ์กับ... กับคนอย่างคุณได้!”
“ปากเก่ง” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า “ปากเก่ง ๆ แบบนี้ หวังว่าจะทำงานเก่งเหมือนปากนะ”
“หมายความว่าไงคะ?”
“ที่ไร่ผมไม่มีนโยบายเลี้ยงคนว่างงาน ถ้าอยากกินข้าวเย็น... ก็ต้องทำงานแลก”
ทำงาน...หึ๋ย...คนบอกว่าหิวยังบังคับให้ทำงานอีก ให้ตายเถอะ!
หมอกครามไม่สนใจท่าทีกระฟัดกระเฟียดเดินไปหยิบตะกร้าหวายใบใหญ่ที่วางอยู่มุมระเบียง แล้วโยนโครมลงตรงหน้าเธอ ในนั้นเต็มไปด้วยเสื้อผ้ากองโต ทั้งเสื้อเชิ้ตเปื้อนโคลน กางเกงเล และ... กางเกงยีนส์ตัวหนาเตอะ
“ซักกองนี้ให้หมด ซักมือนะ เครื่องซักผ้าเสีย... เสร็จเมื่อไหร่ค่อยไปกินข้าว”
“หา!? ซักมือ! กองเท่าภูเขานี่นะ!” อัญภัทรกรีดร้อง “นี่คุณจะบ้าเหรอ ฉันเป็นแขกนะ ไม่ใช่แจ๋ว!”
“งั้นก็เชิญหิวต่อไป... หรือจะกินตุ๊กแกที่บ้านพักแทนไก่ย่างก็ตามใจ” เขาพูดจบก็เดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ตัวเดิม ยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์
“ไอ้... ไอ้พ่อเลี้ยงใจมาร!”
อัญภัทรกัดฟันกรอด ท้องเจ้ากรรมก็ร้องประท้วงโครกครากจนไม่มีทางเลือก เธอจำใจลากตะกร้าผ้าไปที่ก๊อกน้ำข้างระเบียงอย่างกระฟัดกระเฟียด โดยที่พ่อเลี้ยงโหดนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์
...
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง
อัญภัทรนั่งยอง ๆ ขยี้ผ้าด้วยแรงแค้น ฟองผงซักฟอกกระเด็นเต็มหน้า แต่สิ่งที่ทำให้เธอหงุดหงิดยิ่งกว่างานหนัก คือ ‘ภาพวิว’ ตรงหน้า
พ่อเลี้ยงหมอกครามไม่ได้ไปไหน เขานั่งอ่านเอกสารอยู่ใกล้ ๆ แถมยังจงใจขยับตัวไปมาอวดกล้ามเนื้ออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวก็บิดขี้เกียจจนกล้ามท้องขึ้นเป็นลอนสวย เดี๋ยวก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วปล่อยให้น้ำหยดไหลลงมาตามลำคอขาว ๆ ผ่านลูกกระเดือกเซ็กซี่ ลงมาที่แผงอก
‘โอ๊ย... จะอ่อยไปถึงไหนพ่อคุณ! ขาวกระแทกตาจนจะตาบอดแล้วเนี่ย! สาธุ... ขอให้เป็นกลากเกลื้อน!’
เธอแช่งในใจ แต่ตาก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองไรขนอ่อน ๆ ที่หน้าท้องเขา
“มองขนาดนั้น มาเช็ดตัวให้ผมเลยไหมล่ะ?” อยู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากแท็บเล็ตที่เหมือนกับทำงานนั้น
“ใครมอง! ฉันมอง... มองนกมองไม้ต่างหาก!”
อัญภัทรหน้าแดงแปร๊ด รีบก้มหน้าก้มตาคว้ากางเกงยีนส์ตัวใหญ่ของเขามาขยี้แก้เขิน
“หนักชะมัด... ตัวก็ใหญ่ ขาก็ยาว ใส่เข้าไปได้ยังไงเนี่ย” เธอบ่นพึมพำขณะล้วงกระเป๋ากางเกงตามความเคยชินเพื่อเช็คของก่อนเอาผ้าลงน้ำ
กริ๊ก...
เสียงวัตถุบางอย่างร่วงลงมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ กระทบพื้นปูนข้างกะละมัง
อัญภัทรชะงัก หันไปมองวัตถุชิ้นนั้น มันคือกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ สีดำวาววับที่ยังไม่ได้แกะซีล... กล่องถุงยางอนามัยยี่ห้อดังนำเข้าจากต่างประเทศ
“ว้าย! ตาเถร!” เธออุทานลั่น รีบตะครุบมันขึ้นมาด้วยความตกใจ
‘พกของแบบนี้ติดตัวตลอดเวลาเลยเหรอ! ร้ายกาจที่สุด!’
หรือว่าเขาเป็นพวกขาดเซ็กส์ไม่ได้หรือเปล่านะ?
แต่สิ่งที่ทำให้อัญภัทรช็อกยิ่งกว่าการเจอถุงยาง คือตัวเลขที่พิมพ์หราอยู่หน้ากล่อง
[ Size 58 mm. ]
ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน มือไม้สั่นระริก เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากโดยไม่รู้ตัว สมองเริ่มประมวลผลทางคณิตศาสตร์อย่างรวดเร็ว
‘ห้าสิบแปด... ห้าสิบแปดมิล! นี่มันไซส์ยุโรป! ไม่ใช่ไซส์มาตรฐานชายไทยแล้ว!’
สายตาซุกซนแอบเหลือบไปมองเป้ากางเกงเลสีน้ำเงินของพ่อเลี้ยงที่นั่งอยู่ไม่ไกล ผ้าฝ้ายเนื้อบางพริ้วไหวแนบไปกับสรีระช่วงล่าง ทำให้นูนเด่นเห็นเป็นรูปทรงชัดเจน ยิ่งเขานั่งไขว่ห้าง มันยิ่งดู... อื้ม ‘คับแน่น’ จนน่าหวาดเสียว
‘คุณพระช่วย... มิน่าล่ะซินแสถึงบอกให้มาหาของดี... นี่มันไม่ใช่แค่ดอกกระเจียวแล้ว นี่มันท่อนซุงเลี่ยมทอง! ถ้าโดนเข้าไปทีเดียวมีหวัง... มดลูกสะเทือนยันชาติหน้า!’
ความคิดลามกสกปรกแบบเสียว ๆ ผุดขึ้นมาในหัวเป็นดอกเห็ด พร้อมกับภาพที่จินตนาการถึงท่าทางร่วมรักท่าต่าง ๆ พลันหน้าของอัญภัทรแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
“เป็นอะไร? หน้าแดงเหมือนตูดลิง” เสียงเข้มทักขึ้น
อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว รีบกำกล่องความลับนั้นไว้แน่นแล้วซ่อนไว้ข้างหลัง
“ปะ... เปล่าค่ะ! แดดมันร้อน! ร้อนมากกก!”