ตอนที่ 4
บทที่ 4
September 18, 2026
หลังจากแผ่นหลังบอบบางของ ‘ยัยตัวภาระ’ วิ่งหายลับลงบันไดเรือนไป พ่อเลี้ยงหมอกคราม ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์วูบวาบและความปวดหนึบที่กลางลำตัว
เขาหันกลับมามองเพื่อนสนิทที่ยังยืนผิวปากอย่างอารมณ์ดีด้วยสายตาขวาง ๆ
“มึงจะยืนยิ้มหาพระแสงอะไรไอ้ธีร์? ว่างงานนักหรือไงถึงโผล่หัวมาได้?” หมอกครามถามเสียงห้วน เดินกระแทกเท้ากลับไปหยิบเสื้อเชิ้ตที่พาดไว้บนพนักเก้าอี้มาสวมลวก ๆ เพื่อปกปิดร่องรอยความตื่นตัว
‘สารวัตรธีร์’ หัวเราะร่า เดินอาด ๆ เข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวที่เพื่อนรักเพิ่งจะนัวเนียกับสาวไปเมื่อครู่
“เอ้าไอ้นี่... ก็กูแวะมาดูลาดเลา เผื่อมีอะไรให้ช่วย...คู่อริมึงก็ออกจะเยอะ หน้าก็เรียกตีน ปากก็ขยันหาเสี้ยนมาตำ แล้วอีกอย่าง กูมาหามึงที่นี่ออกจะบ่อย ปกติไม่เห็นมึงจะด่าจะไล่เหมือนหมูเหมือนหมาแบบวันนี้เลยนี่หว่า”
ธีร์หยิบแก้วกาแฟของหมอกครามที่เย็นชืดแล้วขึ้นมาดมเล่นสูดกลิ่นคาเฟอีนให้เต็มปอด พลางส่งสายตาล้อเลียน
“วันนี้เกิดผีเข้าอะไรขึ้นมา ถึงได้หวงบ้านนักหนาวะ?” คำว่าหวงบ้านธีรดาเน้นคำหนักพลางยิ้มอย่างรู้ไส้รู้พุงเพื่อนรัก
“กูไม่ได้หวงบ้าน” หมอกครามสวนทันควัน นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วคว้าบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบเพื่อดับอารมณ์ “กูแค่รำคาญ... มึงมาขัดจังหวะการทำงาน”
“ทำงาน?” ธีร์เลิกคิ้วสูง “งานประเภทไหนวะที่ต้องลงไปนอนทับกันบนพื้นราบแบบนั้น? งานวิจัยแรงเสียดทานเหรอ? หรืองานที่ต้องใช้แรงดันสูง เพลา ๆ หน่อยเอาก็เลือกที่เลือกทาง เดี๋ยวเข่าจะพังหมด”
ถ้อยคำสองแง่สองง่ามแบบนี้ออกจากปากคนที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนชั่วอย่างสารวัตรธีรดาเป็นปกติ เพราะกว่าจะมีวันนี้พวกเขาก็แทบจะกินนอนด้วยกันมา จากกระเจี๊ยวเท่านิ้วก้อยจนบัดนี้เท่าแขนเด็กสองเดือน
“สัส!” หมอกครามพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเพื่อน “ปากมึงนี่นะ... ถ้าไม่ติดว่าเป็นตำรวจ กูจับฝังทำปุ๋ยหมักไปนานละ”
สารวัตรหนุ่มโบกมือไล่ควัน ขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อนแล้วลดเสียงลงเป็นเชิงกระซิบกระซาบแบบอยากเผือกเต็มที
“ถามจริงเถอะไอ้เสือ... กับน้องคนเมื่อกี้พิเศษใส่ไข่หรือไงวะ? ทีเมื่อก่อน ตอนมึงเรียกเด็กอ่าง เด็กชงเหล้า หรือนางแบบทรงโตมาผ่อนคลายที่ระเบียงนี่... กูนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ มึงยังเคยควักออกมาเอาโชว์ไม่อายฟ้าดินเลยไม่ใช่เหรอ?”
หมอกครามชะงักไปเล็กน้อย ภาพอดีตสมัยวัยรุ่นเลือดร้อนย้อนกลับมา ใช่... เขาเคยดิบ เคยเถื่อน และไม่แคร์โลกเรื่องผู้หญิง สำหรับเขา ผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ทางผ่าน เป็นคู่นอนที่จบแล้วก็แยกย้าย ไม่มีความรู้สึกผูกพันหรือต้องให้เกียรติอะไร
แต่กับ... ยัยเด็กหน้ามึนนั่น...
“คนนี้ไม่เหมือนคนอื่น” หมอกครามตอบเสียงเรียบ หลบตาเพื่อนมองออกไปนอกระเบียง
“ไม่เหมือนยังไงวะ? นมใหญ่กว่า? หรือลีลาเด็ด?”
“ไม่ใช่เว้ย!” หมอกครามตวาดแว้ด “นั่นหลานป้าดวง...ลูกสาวเพื่อนสนิทกลุ่มแก๊ง ส.ว.แม่กู”
“อ๋อ...” ธีร์ลากเสียงยาว พยักหน้าหงึกหงัก “ลูกท่านหลานเธอนี่เอง... มิน่าล่ะ มึงถึงดูเกร็งแปลก ๆ เหมือนอยากจะกินแต่ก็ไม่กล้าเคี้ยว”
“กูไม่ได้อยากกิน!” หมอกครามปฏิเสธเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจยังนึกถึงสัมผัสนุ่มนิ่มเมื่อครู่อยู่
“ยัยนั่นมันตัวภาระ... แม่ส่งมาดัดนิสัย กูแค่ต้องสั่งสอนให้รู้จักความลำบากเฉย ๆ”
“เหรอออ...” ธีร์ทำเสียงสูงกวนประสาท “สั่งสอนท่าไหนวะ เป้าตุงจนซิปแทบแตกขนาดนั้น... ระวังเถอะมึง ปากบอกภาระ ๆ ระวังจะกลายเป็น ‘ภรรยา’ โดยไม่รู้ตัว”
“เพ้อเจ้อ! มึงมีธุระอะไรก็รีบว่ามา จะได้รีบไสหัวกลับไป กูจะไปอาบน้ำ!” หมอกครามตัดบทด้วยความรำคาญและเขินที่เพื่อนรู้ทัน
ธีร์หัวเราะหึ ๆ ก่อนจะเริ่มคุยเรื่องธุระสัพเพเหระ แต่สายตายังคงมองเพื่อนด้วยความขบขัน
‘หึ... พ่อเลี้ยงหมอกครามผู้ไม่เคยแคร์ใคร... งานนี้ท่าทางจะเจอของแข็งแล้วล่ะ’
...บรรยากาศยามพลบค่ำที่ท้ายไร่ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายบนเรือนใหญ่ลิบลับ ความเงียบสงัดเริ่มเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มบรรเลงเพลงออร์เคสตราแห่งพงไพร และ... เสียงท้องร้องของอัญภัทรเคล้าคลอกับเสียงนั้นไปด้วย
“โครก... คราก...”
อัญภัทรนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงไม้แข็ง ๆ ที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนเก่า ๆ ที่เธอรื้อค้นมาจากตู้ มือบางกุมท้องตัวเองด้วยความทรมาน ความหิวระดับวิกฤตเล่นงานจนตาลาย แต่จะให้แบกหน้ากลับไปที่เรือนใหญ่ตอนนี้... บอกเลยว่า ‘ไม่มีทาง!’
“ฮือ... ยอมอดตายดีกว่าต้องกลับไปเจอหน้าไอ้พ่อเลี้ยงลามกนั่นกับเพื่อนปากเสียของเขา!”
เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนบ่ายแล้วก็หน้าร้อนผ่าว ภาพซองถุงยางไซส์ 58... ภาพแผงอกขาว ๆ... และภาพเป้ากางเกงที่นูนเด่นขึ้นมาตอนเขาล้มทับเธอ... มันติดตาตรึงใจจนสลัดยังไงก็ไม่ออก!
“ไอ้คนบ้ากาม! พกถุงยางไซส์ยักษ์ไปทั่ว แล้วยังจะมา... มาตุงใส่คนอื่นอีก! นี่มันคุกคามทางเพศชัด ๆ!”
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาอัญภัทรสะดุ้งสุดตัว เด้งตัวลุกขึ้นนั่งกอดเข่า
“คะ... ใครน่ะ!?” เธอตะโกนถามเสียงสั่น พลางคว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือมาถือไว้ต่างอาวุธ
“ผีมั้ง...” เสียงทุ้มคุ้นหูดังลอดเข้ามา “เปิดประตู... เอาข้าวมาให้”
อัญภัทรชะงัก... เสียงนี้มัน... พ่อเลี้ยงหมอกคราม? ใจหนึ่งก็อยากจะหยิ่ง ไม่เปิดให้แต่กระเพาะเจ้ากรรมดันทรยศ ส่งเสียงร้องดังลั่นกว่าเดิม
เธอค่อย ๆ ย่องไปเปิดประตูแง้มดูนิดนึง ก็เห็นร่างสูงใหญ่ของหมอกครามยืนหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ที่น่ากลัวคือเขาดูขาวสว่างคาตามากแม้ในแสงสลัว ในมือถือ ปิ่นโตเถาใหญ่ ส่งกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย
“จะกินไหม? หรือจะให้ผมเอาไปเทให้หมากิน?” เขาถามกวน ๆ พร้อมกับเสียงที่ติดห้วนนิด ๆ ซ่อนมุมปากที่เกือบจะยกยิ้มกับท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของแม่ตัวภาระ