ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
“ผี... ขยี้หัว... น่ากลัวนะ”
คำกระซิบแหบพร่าที่เจือไปด้วยความนัยลามกจกเปรตนั้น ทำให้อัญภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประมวลผลได้ว่า ‘ผีขยี้หัว’ ของเขามันหมายถึงอวัยวะส่วนไหนนะ..ใช่ส่วนที่หัวมันแดง ๆ และชอบขยี้!...หรือเปล่า
“ไอ้... ไอ้คนลามก!”
หญิงสาวหน้าแดงเรื่อจนร้อนไปถึงใบหู เมื่อลองผวนคำกลับไปกลับมา ก่อนรวบรวมแรงทั้งหมดผลักแผงอกกว้างของพ่อเลี้ยงหมอกครามออกเต็มแรง แล้วรีบขยับถอยไปตั้งหลักให้ห่างจากร่างใหญ่ นั่งเท้าเอวมองหน้าเขาด้วยสายตาขวาง ๆ
“ทะลึ่ง! ในสมองคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงคะ! นี่ฉันกำลังกลัวอยู่นะ มาหลอกผีบ้าบออะไรตอนนี้!” เมื่อคนตรงหน้าดูไม่น่าเคารพ เริ่มแรกใช้แทนตัวเองว่าหนูเพราะเขาผู้ใหญ่กว่า ตอนนี้ก็ใช้คุณกับฉันเพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเราห่างเหินกัน!
หมอกครามหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงผลักอันน้อยนิดนั่นเลยสักนิด เขายกมือขึ้นกอดอก พิงเสาเรือนด้วยท่าทางสบาย ๆ
“ผมก็แค่เตือน... ไม่ได้คิดลามกสักหน่อย คุณนั่นแหละคิดไปเองร้อนตัวไปเองหรือเปล่าคุณอัญญา?”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย! กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันจะกินข้าว!” เธอออกปากไล่อีกรอบ จะให้ทวนคำว่าผีขยี้หัวก็ดูจะน่าอายเกินไป เธอไม่หลงกลเขาหรอกนะ
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะได้ขยับตัว เสียงลมพัดกรรโชกแรงจากภายนอกก็ดังหวีดหวิวขึ้นมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว ต้นไม้ใหญ่รอบบ้านพักเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงเปรตขอส่วนบุญ
ปัง!
หน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดอ้าไว้ถูกแรงลมตีเข้ากับวงกบอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ว้าย!” อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว ยกมือปิดหู
พรึ่บ!
และวินาทีต่อมา หลอดไฟนีออนเพียงดวงเดียวกลางห้องก็กะพริบสองสามครั้ง ก่อนจะดับวูบลง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดทันที!
“กรี๊ดดด! ไฟดับ!”
ความมืดที่เข้าปกคลุมอย่างกะทันหันทำให้อัญภัทรสติแตก ความกลัวที่ถูกพ่อเลี้ยงบิลต์มาเมื่อครู่ระเบิดออกมาทันที เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นคนลามกหรือคนปากหมา สัญชาตญาณสั่งให้เธอกระโจนเข้าหา ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตอยู่ในห้องนี้
หมับ!
ร่างบางพุ่งเข้ากอดเอวสอบของพ่อเลี้ยงหมอกครามแน่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างต้องการหาเกาะกำบัง ร่างอรชรสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
หมอกครามเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่อยู่ ๆ โดนจู่โจม แต่พอตั้งสติได้ มือหนาก็เผลอยกขึ้นโอบไหล่บางไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอทำเอาเขาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด
“ใจเย็น ๆ คุณ... แค่ไฟดับ” เขาบอกเสียงทุ้ม พยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกับสัมผัสนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดเข้ามา
“ตะ... แต่มันน่ากลัว! ทำไมลมแรงขนาดนี้คะ นี่มันเดือนเมษานะ ทำไมมีพายุฝน!” อัญภัทรโวยวายเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขา คล้ายกับยังไม่เชื่อนั่นคือเรื่องดินฟ้าอากาศ แล้วคนที่กลัวทุกอย่างที่มองไม่เห็นและสัตว์เลื้อยคลานทำให้สมองจินตนาการไปไกล สองขาพยายามหดขึ้นไปนั่งบนตักคนตัวใหญ่ ราวกับเท้าแตะพื้นแล้วผีจะดึงเท้าเธอร่วงใต้ถุนบ้าน
“ไม่เคยได้ยินหรือไง... ‘พายุฤดูร้อน’ น่ะ”
หมอกครามตอบพลางลูบหัวเธอเบา ๆ เหมือนปลอบเด็กแม้ใจจริงอยากลูบหัวที่นุ่มฟูบนหน้าอกก็ตา
‘เดี๋ยวไก่ตื่น...ใจเย็นไอ้เสือ’ นั่นคือคำปลอบโยนในใจของเขากับไอ้ลูกชายที่มันพยายามโงหัวขึ้นมา
“อากาศร้อนจัด ๆ เจอความชื้น มันก็ตูมตามแบบนี้แหละ... ปกติของที่นี่”
“ฮือ... ปกติบ้านคุณน่ะสิ บ้านฉันไม่เห็นจะมี!” ใช่ก่อนจะฝนตกต้องเตือนด้วยฟ้าร้องหรือฟ้าผ่ามาก่อนสิ นี่ลมมาก่อน น่ากลัวชะมัด แล้วตอนฝนตกไฟดับทุกทีเลยหรือไง
“ชู่... เงียบก่อน!!!”
จู่ ๆ หมอกครามก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาปิดปากเธอไว้แน่น ร่างกายของเขาเกร็งเขม็งขึ้นมาทันที แต่หูของเขาได้ยินบางอย่างเคลื่อนไหว
“อะ... อื้อ! (อะไรคะ)” อัญภัทรพยายามถาม
“ฟัง...” เขากระซิบเสียงเครียด