ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 ทำไม เจ้ายังต้องการให้ข้าช่วยอีกหรือ
September 30, 2026
แม้จะพูดออกมาเพราะความตื่นตระหนก แต่ความรู้สึกวาบหวิวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทำให้น้ำเสียงของนางหยาดเยิ้ม ราวกับกำลังหยอกล้อกับอารมณ์ของอีกฝ่าย
หรงเชวียกำนิ้วแน่น เปิดประตูออกโดยไร้ซึ่งความเมตตา
ทันทีที่ลมหนาวหอบหนึ่งข้างนอกประตูพัดผ่านเข้ามา เสิ่นโย่วหนิงรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว ในสมองผุดภาพของหญิงสาวที่กระแทกกับขอบหน้าต่างคนนั้น
ดังนั้น ในวินาทีที่กำลังจะถูกโยนออกไป นางคว้าคอปกเสื้อของหรงเชวียเอาไว้ และในพริบตาที่เขากำลังจะปล่อยมือ มือและเท้าของนางเกี่ยวกระหวัดรัดรอบกายของอีกฝ่ายราวกับปลาไหล
ยามนี้ เสื้อคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายของนางไว้ได้คลายออกมากองอยู่ที่แขนของนางพอดี เผยให้เห็นไหล่กลมมนหอมกรุ่นและแผ่นหลังขาวเนียน
ส่วนกลมกลึงนุ่มนิ่มที่ไม่มองไม่เห็นในขณะนี้ ได้บดเบียดอยู่บนหน้าอกของหรงเชวีย
เพียงพริบตา สิ่งที่พยายามกดรั้งให้สงบลงก็ผงาดตื่นขึ้นอีกครั้งตามสัญชาตญาณ
สมองของหรงเชวียแทบจะระเบิด
เสิ่นโย่วหนิงเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเขา
สติสัมปชัญญะของนางที่เพิ่งถูกลมหนาวปลุกให้ตื่นขึ้น ก็ต้องพร่ามัวอีกครั้งเพราะแนบชิดกับร่างกายที่ร้อนผ่าว
แม้แต่กลิ่นที่ช่วยให้จิตใจสงบของไม้จันทน์หอมก็เหมือนเปลวไฟที่ลุกโชนแผดเผาให้นางลืมทุกสิ่งอย่าง
“ท่านอ๋อง ข้างนอกหนาว... ระวังเป็นหวัดนะเจ้าคะ...”
ปากพร่ำบอกว่ากลัวเขาจะเป็นหวัด แต่มือของนางกลับวุ่นวายอยู่บนเสื้อผ้าของเขา
หรงเชวียเพ่งจิต พยายามปลุกสติสัมปชัญญะให้ตื่นขึ้น
เขาเอื้อมมือมาดึงนางออกไปจากตัวเขา
แม้ว่าเสิ่นโย่วหนิงจะกอดเขาไว้แน่น แต่นางจะสู้แรงของหรงเชวียได้อย่างไร
เขาจับแขนนางผ่านเสื้อคลุม แล้วดึงนางออกจากตนราวกับนางเป็นซากไร้ชีวิต แล้วโยนลงบนพื้นอย่างแรงราวกับกำลังระบายความโกรธ
เขาให้โอกาสนางตั้งหลายครั้งหลายครา แต่นางเองกลับไม่รู้จักบังคับตัวเอง ทั้งยังฉวยโอกาสจากหัวใจที่ฝักใฝ่ในธรรมของตนอีก ความผิดนี้ไม่อาจให้อภัย!
หรงเชวียแววตาดุดัน เขายกขาขึ้นเพื่อเตะนางออกไป
ความเจ็บปวดที่แขนทำให้สติของเสิ่นโย่วหนิงกลับมาชัดเจนอีกครั้ง
นางยอมให้เขาเตะออกไปไม่ได้ จ้าวอวี่ถังใช้กระทั่งกลอุบายชั่วช้าอย่างการวางยา หากปล่อยให้หรงเชวียโยนออกไป เกรงว่านางคงคิดว่าตนไร้ประโยชน์ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ถูกโยนเข้าไปในห้องของหรงเชวียก่อนหน้านี้ หากเป็นเช่นนั้นแล้ว...โย่วอี๋จะเป็นอย่างไร
“ท่าน... ท่านอ๋อง โปรดระงับโทสะด้วย... บ่าว... บ่าวไม่ได้ตั้งใจจะทำผิดต่อท่านอ๋อง บ่าวเองก็ต้องกลอุบายของผู้อื่นเช่นกัน ขนาดท่านอ๋องเองก็ยังทนความทุกข์ทรมานจากการถูกวางยาไม่ไหว แล้วบ่าว...ยิ่งยากจะควบคุมตัวเองได้”
เขาควรจะชิงชังคนวางยาถึงจะถูก
ตามคาด เมื่อได้ยินดังนี้ หรงเชวียก็ไม่ได้เตะนางออกไป แต่เขาก็ไม่ปล่อยให้นางเข้ามาด้านในเช่นกัน
สติของเสิ่นโย่วหนิงก็เริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อเห็นเขาไม่เคลื่อนไหว ร่างกายของนางก็ขยับเข้าหาเขาโดยไม่รู้ตัว
ยังดีที่ยามนี้นางหมอบอยู่บนพื้น ร่างกายก็ถูกปกปิดอย่างแน่นหนา ทำให้หรงเชวียพอมีโอกาสได้หายใจ
เพราะเหตุใด?
หลังจากนั้นไม่นาน หรงเชวียก็พูดอย่างเย็นชา “ต้องการให้ข้าหาองครักษ์ให้เจ้าสักคนหรือไม่”
คำพูดเหล่านี้ปลุกสติของเสิ่นโย่วหนิงให้ตื่นขึ้นแทบจะในทันที
นางยิ่งกว่าไร้เดียงสาเสียอีก แต่ไหนแต่ไรมา หรงเชวียก็รู้สึกรังเกียจหญิงรับใช้ที่ถูกส่งมายังห้องของเขาอยู่แล้ว นางจึงควรจะล่องลวงเขาทีละขั้นถึงจะถูก
แต่นึกไม่ถึงว่ายาปลุกกําหนัดจะทำให้นางเสียสติไปก่อน นางที่เป็นเช่นนี้จะต่างอะไรกับหญิงรับใช้คนอื่นๆ
หรงเชวียรับรู้ได้ถึงการปฏิเสธของนาง เขาก้มหัวมองนางอย่างเสียมิได้ “ทำไม เจ้ายังจะให้ข้าช่วยเจ้าอยู่อีกหรือ”
เสิ่นโย่วหนิงลดศีรษะลงและไม่พูดอะไร
หรงเชวียถือว่านางยอมรับโดยดุษณี “ข้าจะเลือกให้เจ้าเอง”
แต่ทันทีที่เขาพูดจบ เสิ่นโย่วหนิงก็เอื้อมมือออกไปคว้าแขนเสื้อของเขา “ไม่เอา...”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาและไฟปรารถนา