ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 เจ้าจะเข้าใจเองเมื่อโตขึ้น
September 30, 2026
เสิ่นโย่วหนิงได้สูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
นางครวญครางเรียกหรงเชวียออกมาอย่างคลุมเครือ “ท่านอ๋อง...”
โทนเสียงในการสวดมนต์ก็เหมือนกับลมหายใจที่จรดรดใส่นาง ชวนให้รู้สึกจั๊กจี้อย่างบ้าคลั่ง
ลมหายใจของนางเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่นับลูกประคำของคนที่นั่งอยู่บนตั่งก็เคลื่อนไหวเร็วขึ้น ไม่รู้ว่านี่เป็นการปกปิดหรือกระตุ้น
ร่างกายภายใต้เสื้อคลุมบิดเร่าไปตามการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ
เพียงแค่อึดใจเดียว หญิงสาวที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมก็ผ่อนลมหายใจยาวออกมา ร่างกายก็เงียบไปในบัดดล
หลังจากได้ปลดปล่อยจนหมดแล้ว เสิ่นโย่วหนิงก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มบนตั่งที่กำลังท่องพระสูตรก็ถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ราวกับเขาได้ผ่านมหาสงครามอันยิ่งใหญ่ เสื้อผ้าของเขาก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
ไม่นานนัก หรงเชวียก็ลืมตาขึ้น เขาปรายตามองคนบนพื้นแล้ว ก็ทำสมาธิและเริ่มท่องพระคัมภีร์อีกครั้ง
แต่คราวนี้ ความเร็วในการอ่านเป็นปกติขึ้นมาก
เมื่อเสิ่นโย่วหนิงตื่นขึ้น นางก็นอนอยู่บนเตียงของตัวเองแล้ว
เสิ่นโย่วอี๋ดวงตาบวมแดงนั่งอยู่ที่หัวเตียง
นางพยายามลุกขึ้นปลอบโยนน้องสาว แต่ทั่วทั้งร่างกายของนางเจ็บปวดมากราวกับเพิ่งถูกก้อนหินทุ่มใส่
นางถอนลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด
เมื่อเห็นดังนี้ เสิ่นโย่วอี๋ก็ควบคุมน้ำตาของนางไม่ได้อีกต่อไป น้ำตาหลั่งรินออกมาทันที
“ท่านพี่ ทำไมทั้งเนื้อทั้งตัวถึงมีแต่บาดแผลล่ะ ท่าน...ท่านอ๋องทำร้ายพี่หรือ”
หรงเชวียได้รับการขนานนามว่าเป็นเทพสงครามมาเนิ่นนานแล้ว เวลานี้ เขามักจะทำท่าราวกับไม่ต้องการให้ใครเข้าใกล้ แล้วเสิ่นโย่วอี๋จะไม่กังวลได้อย่างไร
เสิ่นโย่วหนิงทนเห็นนางเศร้าโศกเช่นนี้ไม่ไหว จึงอดกลั้นต่อความเจ็บปวดที่แสนสาหัสหยัดกายลุกขึ้นนั่ง และปาดน้ำตาให้นาง
“พี่ไม่เป็นไร ท่านอ๋อง...ไม่ได้ทำร้ายพี่ เรื่องพวกนี้...เจ้าจะเข้าใจเองเมื่อโตขึ้น”
ใบหน้าของเสิ่นโย่วอี๋เต็มไปด้วยความกังวล “แต่เทียบกับเมื่อวานแล้ว วันนี้พี่...”
คงไม่สามารถอ้างว่าไม่มีประสบการณ์ได้อีกหรอก