ตอนที่ 12
ตอนที่ 12 ได้ยินว่าเมื่อคืนเจ้าต้องทนทรมานไม่น้อยเลยหรือ
September 30, 2026
แม่นมชุยก็ไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาเลย
เพียงแต่นางเป็นคนพาเสิ่นโย่วหนิงออกมา ในเวลานั้น ร่างกายของเด็กสาวเปลือยเปล่า หนำซ้ำยังถูกมัดด้วยเชือก ร่างกายส่วนล่างยังชุ่มฉ่ำไปด้วยคราบน้ำที่น่าสงสัย
มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
ไม่คิดเลยว่าเสิ่นโย่วหนิงที่ดูใสซื่อว่าง่าย เนื้อแท้แล้วจะดุเดือดเยี่ยงนี้ ฉะนั้น ความดูแคลนจึงเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อได้เจอหน้ากันอีกครั้ง
เสิ่นโย่วหนิงลดสายตาลงมองนิ้วเท้าของตน ท่าทีของแม่นมชุย นางรู้เช่นเห็นชาติมานานแล้ว
การที่นางถูกดูแคลน ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เมื่อนางเค้นน้ำจนเต็มแล้ว ก็กระชับเสื้อผ้าขึ้น แล้วยื่นชามคืนให้อีกฝ่าย
“เอาล่ะ ไปยกน้ำชาให้พระชายาได้แล้ว”
ชีวิตในจวนอ๋องติ้งหนานนั้นก็เงียบสงบไร้คลื่นลมพอๆ กับหน้าตาของหรงเชวียนั่นแหละ
วันแล้ววันเล่าก็ผ่านไปอย่างเงียบสงบ
อย่างเช่นแม่นมชุย อย่างเช่น...การยกน้ำชาหลังจากปรนนิบัติอุ่นเตียงแล้ว
ยังคงเป็นกลิ่นยาฉุนๆ ที่คุ้นเคย และได้พบเจอกับจ้าวอวี่ถังที่ซีดเซียวไร้เรี่ยวแรง
หญิงสูงศักดิ์บนที่นั่งหลักมองนางด้วยสีหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา “ได้ยินว่าเมื่อคืนเจ้าต้องทนทรมานไม่น้อยเลย”
หากไม่ได้เจอกับความเหี้ยมโหดเมื่อวานนี้ เสิ่นโย่วหนิงเกือบจะเชื่อแล้วว่านางเป็นนายหญิงแห่งตระกูลสูงศักดิ์ผู้มีจิตใจดีงาม
น่าเสียดายที่จ้าวอวี่ถังใช้โย่วอี๋มาข่มขู่นาง
เสิ่นโย่วหนิงรีบคุกเข่าลง แล้วยกน้ำชาให้ “ได้แบ่งเบาภาระให้กับพระชายา ถือเป็นเกียรติของบ่าวแล้ว”
เมื่อเห็นว่านางฉลาดเฉลียวเช่นนี้ จ้าวอวี่ถังก็พยักหน้าพึงพอใจ ทว่า ชานี้ นางไม่อยากดื่มจริงๆ
ก็แค่อนุคนหนึ่ง...
“ลุกขึ้นเถอะ” นางรับน้ำชามาวางไว้ข้างๆ
เสิ่นโย่วหนิงเหลือบมอง แล้วรีบก้มศีรษะลง
จ้าวอวี่ถังชอบท่าทางอ่อนน้อมของนางแบบนี้ “เชื่อฟังดีจริงๆ ขอแค่เจ้ารีบตั้งครรภ์สายเลือดของท่านอ๋อง น้องสาวของเจ้าคนนั้น ข้าย่อมปกป้องนาง”
มาไม้นี้อีกแล้ว