ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 เขาต้องใจอ่อนทำผิดศีลอย่างนั้นหรือ
September 30, 2026
ไพเราะอย่างแปลกประหลาด
นี่คือความคิดแวบแรกของเสิ่นโย่วหนิง
เมื่อผลักประตูเปิดออก ภาพที่นางเห็นไม่ต่างไปจากเมื่อวาน หรงเชวียนั่งตัวตรงบนตั่งนุ่ม กำลังเคาะปลาไม้
เสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นสีทองให้ความรู้สึกเย็นเยียบ ระหว่างดวงตาที่ปิดสนิทแนบแน่นมีกลิ่นอายของความเคร่งครัด ราวกับจิตใจยังไม่นิ่งสงบ
สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเมื่อคืนก็คือ คราวนี้เขาหันหน้ามาเผชิญกับนาง
ไม่สิ ควรจะบอกว่า เขาหันหน้าไปทางพระพุทธรูปบนโต๊ะ
หากคนเช่นนี้ถูกลากลงไปสู่ดินแดนธุลีแดง เกรงว่าจะต้องบ้าคลั่งกว่านี้แน่
เมื่อเสิ่นโย่วหนิงคิดถึงดวงตาที่แดงฉานและลมหายใจหนักๆ ของหรงเชวียเมื่อคืนนี้ หูของนางก็ค่อยๆ รู้สึกจั๊กจี้
นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ แล้ววางอาหารเจลงบนโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ หรงเชวียอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น กลิ่นหอมของนมจางๆ ก็ปะทะเข้ามาในจมูก ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ทำให้คิ้วของหรงเชวียขมวดขึ้น “วางอาหาร แล้วก็ออกไปได้”
น้ำเสียงกดต่ำเยียบเย็น มิควรขัดเคือง
“แต่ท่านอ๋องยังไม่ได้ทานเลยนี่ บ่าวต้องปรนนิบัติท่าน”
น้ำเสียงนุ่มนวลที่ดังขึ้นเสมือนหนึ่งขนนกที่แกะเกาหัวใจของหรงเชวีย จนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุกไปทั่วร่างกาย เขากัดฟันและลืมตาขึ้นทันที
“ออกไป...”
ยังไม่ทันพูดจบ ใบหน้างดงามก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา ดวงตาดำขลับเป็นประกายวาววับปิดกั้นโทสะที่กำลังจะระเบิดออกมาในทันที
เสิ่นโย่วหนิงไม่คิดว่าเขาจะโมโหขนาดนี้ นางงงงันทำอะไรไม่ถูก รีบโค้งตัวลงทันที
“ท่านอ๋อง เรื่องเมื่อคืนนี้... บ่าวไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ หากไม่ทำเช่นนั้น เกรงว่าฤทธิ์ยาบนร่างกายของท่านอาจจะเลวร้ายลงไปอีก”
“หุบปาก!”
แค่คิดว่าเมื่อคืนเขาตกเป็นเหยื่อเล่ห์กลของคนชั่ว กระทั่งเกือบจะทำผิดศีลต่อหน้าพระพุทธ โทสะในใจของเขาก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“ออกไป!”
ไม่มีความสงสารใดๆ
เสิ่นโย่วหนิงตกใจจนตัวสั่น ขาของนางอ่อนแรงจนทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น สองมือวางลงบนขาของเขา
“ผู้คนในจวนต่างก็รู้ว่าบ่าวมาที่นี่ ถ้าท่านอ๋องไล่บ่าวออกไป บ่าวกับน้องสาวคงถูกโยนออกไปนอกจวนปล่อยให้ตายตามยถากรรมแน่ๆ ท่านอ๋อง ได้โปรดเห็นแก่เรื่องเมื่อคืนนี้ เมตตาหนทางรอดให้บ่าวด้วย”
“ท่านอ๋องถือศีลกินเจไม่ใช่หรือเจ้าคะ ท่านจะทนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งต้องจบชีวิตเพราะท่านได้หรือ”