ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 คืนนี้เขาจะค้างที่นี่
September 21, 2026
มารดาแซ่กู้ครุ่นคิดอยู่นาน คำพูดของลู่เจาหนิงเมื่อครู่ ล้วนมีเหตุผลทุกประโยค
“เช่นนั้น... ก็ย้ายเหิงเอ๋อร์ไปไว้ที่เรือนสดับพิรุณเถิด เพื่อชะลอการเน่าเปื่อยของร่างกาย ให้เพิ่มน้ำแข็งเข้าไปมากหน่อย...”
ลู่เจาหนิงเสนอขึ้น “การต้องเพิ่มน้ำแข็งทุกวัน เกรงว่าจะทำให้คนสงสัยได้ง่ายนะเจ้าคะ สู้ซื้อโลงหยกเย็นสักโลงเลยจะไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ”
หนึ่ง...คือนางไม่ต้องการให้ใครเข้าไปในห้องเก็บสุรา รบกวนเวลาที่นางถอนพิษให้รัฐทายาท
สอง...คือ พิษที่รัฐทายาทโดนนั้นเป็นพิษความร้อน โลงหยกเย็นจะช่วยในการสลายพิษได้
มารดาแซ่กู้ประหลาดใจอย่างยิ่ง “โลงหยกเย็น! ของสิ่งนั้นราคานับหมื่นตำลึงทองเชียวนะ”
ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ “นี่มิใช่ว่าต้องเห็นแก่ ‘ภาพรวม’ หรอกหรือเจ้าคะ ลูกยอม ‘เสียสละ’ เจ้าค่ะ”
มารดาแซ่กู้ถึงกับพูดไม่ออก... ช่างร่ำรวยเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดหว่านฉิงจะตั้งครรภ์ได้ การรักษาร่างกายไว้ย่อมสำคัญที่สุด
“ยากนักที่เจ้าจะคิดได้รอบคอบถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่าเถิด”
“เจ้าค่ะ”
หลังจากวางถ้วยชาลง มารดาแซ่กู้ก็หันมาสั่งการต่อ “เจ้าต้องดีต่อพี่สะใภ้ของเจ้าให้มาก ๆ เล่า นางคือผู้มีพระคุณอย่างสูงของตระกูลเรา การที่ฉางยวนสามารถเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้ในครั้งนี้ ก็ต้องพึ่งพาบิดาของหว่านฉิง ท่านเสนาบดีหลินทั้งสิ้น ทำให้ท่านเสนาบดีจดจำความดีของเจ้าไว้บ้าง ไม่แน่ว่าบิดาของเจ้าก็อาจจะรุ่งเรืองเฟื่องฟู ได้เป็นถึงพ่อค้าหลวงกับเขาบ้างก็ได้”
ท่าทีหยิ่งผยองนั้นของมารดาแซ่กู้ ทำเอาอาหมานโมโหจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
ลู่เจาหนิงยังคงยิ้มอย่างใจเย็น “ท่านแม่แน่ใจถึงเพียงนั้นเชียวหรือเจ้าคะ ว่าสามีของข้าจะได้เลื่อนบรรดาศักดิ์อย่างแน่นอน”
“แน่นอน หว่านฉิงบอกแล้วว่า เพื่อเรื่องนี้ เสนาบดีหลินช่วยทูลเสนอความดีความชอบต่อหน้าฝ่าบาทอยู่บ่อยครั้ง”
ลู่เจาหนิงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร... มิน่าเล่า กู้ฉางยวนถึงได้ยอมสละสิทธิ์ในการสืบทอดบรรดาศักดิ์ของจวนโหว ยอม ‘ยืมพันธุ์’ พี่สะใภ้ ยอมยกบรรดาศักดิ์ให้แก่สายของพี่ใหญ่ ที่แท้ก็เพราะคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า มั่นใจว่าจะสามารถสร้างเกียรติยศ ‘หนึ่งตระกูล สองบรรดาศักดิ์’ ได้
นางก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า หากปราศจากการวิ่งเต้นของตระกูลลู่ อาศัยเพียงลมปากของเสนาบดีหลิน กู้ฉางยวนจะยังได้เลื่อนบรรดาศักดิ์อีกหรือไม่
มารดาแซ่กู้เห็นลู่เจาหนิงเอาแต่นั่งนิ่ง ก็ขมวดคิ้ว “เรื่องแค่นี้ยังต้องให้ข้าสอนอีกหรือ ไปซื้อเครื่องบำรุงมาให้พี่สะใภ้ของเจ้าบำรุงร่างกายเสีย”
ลู่เจาหนิงทำหน้าลำบากใจ “ท่านแม่เจ้าคะ ลูกเพิ่งจะซื้อโลงหยกเย็นไป ในมือย่อมไม่มีเงินเหลือแล้วเจ้าค่ะ ในเมื่อต้องซื้อเครื่องบำรุงให้พี่สะใภ้... สินเดิมของลูกที่เคยฝากไว้กับท่านแม่ก่อนหน้านี้... จะพอ...”
ย้อนไปเมื่อวันที่สองหลังพิธีสมรสของนาง ท่านแม่สามีก็จัดการยึดสินเดิมของนางไปเก็บไว้ อ้างชื่ออย่างสวยหรูว่า ช่วยนางดูแล เกรงว่านางจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
สีหน้าของมารดาแซ่กู้เปลี่ยนไปเล็กน้อย “ฉางยวนก็มีเบี้ยหวัดมิใช่หรือ เขาไม่ได้ให้เจ้าหรือไร? ให้เขามาพบข้า ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง มีที่ไหนให้ภรรยาต้องเอาสินเดิมมาใช้จ่ายเลี้ยงดู”
ลู่เจาหนิงยิ้มบาง ๆ ...นี่คือคิดจะไม่คืนแล้วสินะ
...
เมื่อออกมาจากเรือนหรงเวย อาหมานก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “คุณหนูเจ้าคะ! สินเดิมของท่านก็อยู่ที่ท่านผู้เฒ่ามาตลอด สองปีมานี้ พอท่านเอ่ยถึงเรื่องนี้ทีไร เขาก็เปลี่ยนเรื่องทุกที บ่าวว่าเขาคิดจะฮุบไว้เป็นของตัวเองแน่ ๆ เจ้าค่ะ”
ลู่เจาหนิงรู้ดีอยู่แก่ใจ ขณะที่กำลังเดินอยู่ ก็ได้ยินเสียงสาวใช้สองสามคนกำลังคุยกัน