ตอนที่ 8
ตอนที่ 8 เป็นเพียงขนวัวหนึ่งเส้นสำหรับนาง
September 21, 2026
ลู่เจาหนิงคลี่ยิ้มอ่อนโยน
“ขอพี่สะใภ้โปรดรับไว้เถิดเจ้าค่ะ ถึงอย่างไร…”
นางชะงักไปครู่หนึ่ง “สิ่งเหล่านี้สำหรับตระกูลลู่ของเราแล้ว ก็เป็นเพียงขนวัวหนึ่งเส้น”
แม่กู้ทำสีหน้าเย็นชา
ช่างเป็นถ้อยคำที่น่าฉุนเฉียวเสียจริง!
เงินทองมากมายมหาศาลในสายตาของตัวเอง กลับถูกมองว่าเป็นเพียงขนวัวเส้นเดียวเท่านั้นรึ?
“พอได้แล้ว เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาจัดการ…”
“ท่านแม่! เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตและความก้าวหน้าของสามี ขอให้ลูกได้ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือบ้างเถอะ!” อารมณ์ของลู่เจาหนิงแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว
คำว่า “อนาคต” เปรียบเสมือนค้อนใหญ่ที่ทุบลงกลางใจแม่กู้ ทำเอาอกของนางรู้สึกแน่นขึ้นทันที
หลังจากความเงียบผ่านไปครู่หนึ่ง แม่กู้จึงหันไปสบตากับหลินหว่านฉิง
“ช่างเถิด… เจ้าเก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน”
หลินหว่านฉิงช้อนสายตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจ ทว่าก็จำต้องฝืนทนตอบรับว่า “เจ้าค่ะ ท่านแม่”
…
เมื่อกลับมาถึงเรือนหลาน อาหมานยังคงไม่เข้าใจ
“คุณหนูเจ้าคะ ท่านเอาสินเดิมไปให้หลินหว่านฉิงทำไมหรือ?”
ลู่เจาหนิงกลับยิ้ม หัวเราะจนคิ้วตาคลี่คลายออกแลดูงดงามยิ่ง
“ขืนไม่ทำแบบนี้ แล้วเรือนหรงเวยจะยอมคายสินเดิมให้ข้าได้อย่างไรเล่า?”
ครั้นพูดถึงเรื่องนี้ อาหมานก็รู้สึกขุ่นเคืองนัก
แม่กู้หาข้ออ้างกักเก็บสินเดิมของคุณหนูไว้ โดยใช้คำพูดสวยหรูว่าเพื่อเป็นการปฏิบัติตามวิถีความมัธยัสถ์ของตระกูล แต่กลับไม่เคยพูดถึงวันที่จะคืน
นี่มันต่างอะไรกับการยึดครองไว้ตามอำเภอใจ?
ทว่าถึงอย่างนั้น อาหมานก็ยังคงมีข้อกังขาอยู่ดี
“คุณหนูเจ้าคะ ถ้าสินเดิมของท่านตกไปอยู่ในมือหลินหว่านฉิง ท่านไม่หวั่นว่านางจะใช้จ่ายจนหมดไปหรอกหรือไร?”
ลู่เจาหนิงตอบด้วยความเชื่อมั่น “นางไม่กล้าหรอก”
เพราะนั่นคือธรรมชาตินิสัยมนุษย์
ฟังจากน้ำเสียงของหลินหว่านฉิงในวันนี้ นางเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่ากู้ฉางยวนจะต้องได้รับการเลื่อนยศ แล้วนางจะยอมให้คนอื่นร่วมยินดีและแบ่งปันความดีความชอบได้อย่างไร?
อาหมานถามต่อไปว่า “แล้วเราจะทวงคืนเมื่อใดเจ้าคะ?”
ลู่เจาหนิงคลี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน
“รอจังหวะที่เหมาะสม”
อาหมานตั้งใจปรนนิบัติลู่เจาหนิงในการถอดเครื่องประดับผม
“คุณหนูเจ้าคะ คืนนี้ยังต้องไปฝังเข็มให้รัฐทายาทอีกไหม?”
“อือ”
“บ่าวใคร่รู้ว่า ยามนี้รัฐทายาทเริ่มได้ยินแล้วหรือไม่?”
ลู่เจาหนิงก็ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดได้
นางเพ่งมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกสำริด พลางเอ่ยด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม
“หากเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ แค่ฝังเข็มหนึ่งถึงสามครั้ง ก็สามารถฟื้นฟูการได้ยินได้
แต่หากเป็นเช่นรัฐทายาทที่ร่างกายอ่อนแอและมิได้ฝึกฝนวิทยายุทธ์ ต้องฝังเข็มถึงสามคราเป็นอย่างต่ำ”
อาหมานรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
“หวังว่ารัฐทายาทจะกลับมาได้ยินและฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน! จะได้จับสองคนนั้นคาเตียงนอนเสียที!”
…
ช่วงบ่าย
กู้ฉางยวนกลับจากค่ายทหาร และแวะไปที่เรือนหลาน ทว่าก็ไม่เจอลู่เจาหนิง