ตอนที่ 126
บทที่ 126 ฝึกอบรม
October 28, 2026
บทที่ 126 ฝึกอบรม
ความสวยงามของโจวลี่ซือก็เหมือนโคมไฟที่แสนอบอุ่น แสงที่สาดส่องมาชวนให้มึนเมาและน่าโหยหา
มือของเนี่ยเฟิงค่อยๆเลื่อนลงมาที่บริเวณช่วงเอวของโจวลี่ซือ
จู่ๆอากาศก็เริ่มหนาแน่นขึ้น แถมมีรสชาติหวานๆอย่างบอกไม่ถูกปนมาอีกด้วย บางทีนี่อาจจะเป็นความรู้สึกระหว่างพวกเขาสองคนก็ได้ คนข้างๆไม่สามารถที่จะสัมผัสได้
โจวลี่ซือในเวลานี้ก็รู้สึกแปลกๆเช่นเดียวกัน หลังจากที่เธอเลียๆริมฝีปากแล้วก็พูดขึ้น
“เอาล่ะ พอแล้วล่ะ นายนั่งรถมาทั้งวันแล้ว น่าจะเหนื่อยแล้วเหมือนกัน รีบพักผ่อนเถอะ อีกเดี๋ยวพวกเราจะไปเข้าร่วมการฝึกอบรมแล้วนะ”
เนี่ยเฟิงจึงดึงมือกลับมา เขาพยักหน้า บรรยากาศของทั้งสองคนดูเหมือนจะกลับไปเป็นเหมือนกับตอนก่อนหน้านี้ ผ่อนคลายลงไปเยอะ
โจวลี่ซือมองข้อความที่ส่งมาในมือถือ แต่เธอก็เหม่อลอยอยู่ไม่น้อย หันไปมองยังเนี่ยเฟิงที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาเป็นระยะๆ
หลังจากที่เนี่ยเฟิงโตแล้ว ทั้งสองก็ไม่เคยได้มาอยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสองแบบนี้อีกเลย มีแค่ตอนที่ทุกคนต่างดื่มกันจนเมาแล้วต่างคนต่างหลับไปเมื่อครั้งที่แล้ว แต่นั่นมันก็มีคนอื่นๆอยู่ด้วยอีกตั้งหลายคน ดังนั้นโจวลี่ซือก็เลยไม่รู้สึกอึดอัดมากนัก
แต่ตอนนี้ ทั้งสองคนมาอยู่กันตามลำพังในห้องเดียวกัน บวกเช้ากับการนวดเมื่อตะกี้อีก โจวลี่ซือจึงรู้สึกแปลกๆขึ้นมาในใจ
เนี่ยเฟิงความรู้สึกไว จึงสัมผัสได้ ว่ามีคนกำลังมองเขาอยู่ เขารีบเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะพูดถามขึ้นอย่างยิ้มๆ
“พี่ห้า หน้าของผมมีอะไรติดอยู่เหรอ? ทำไมพี่ถึงเอาแต่มองผมล่ะ?”
โจวลี่ซือตกใจขึ้นมา แต่เธอก็ยังพูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอยู่“หน้าของนายไม่มีอะไรติดอยู่หรอก มีแต่ความหล่อ คนที่หล่อขนาดนี้ มานั่งอยู่ข้างๆฉัน ฉันจะขอดูสักหน่อยไม่ได้เลยหรือไง?”
เนี่ยเฟิงยิ้มๆอย่างอดไม่ได้“เมื่อก่อนพวกพี่ก็ไม่ได้จะชมผมว่าหล่ออะไรเลยนี่นา จู่ๆตอนนี้มาชมผมว่าหล่อ ไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน”
“ใครบอกว่านายหน้าตาไม่ดีกัน นายหน้าตาดีจะตาย ไม่มีใครเทียบได้เลย ขนาดพวกนักแสดงชายกับพวกสจ๊วตพวกนั้นของบริษัทฉันยังเทียบนายไม่ติดเลย นายสามารถใช้หน้าตาหากินได้เลยนะ”
โจวลี่ซือมักจะพูดชมเนี่ยเฟิงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด ทุกครั้งที่เนี่ยเฟิงทำเรื่องอะไร โจวลี่ซือก็จะคอยสนับสนุนอยู่ข้างๆเขาเสมอ
พูดให้ถูกก็คือ พูดชมแบบไม่ลืมหูลืมตา
“แต่ก็ไม่รู้ว่าต่อไปน้องชายที่หล่อขนาดนี้จะต้องแต่งงานกับผู้หญิงแบบไหนเหมือนกันนะ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าผมควรแต่งงานกับสาวแบบไหนดี?”
โจวลี่ซือเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็ส่ายหัว“ฉันไม่มั่นใจว่านายชอบผู้หญิงแบบไหน แต่ไม่ว่านายชอบแบบไหน พอคิดถึงตอนนั้นฉันจะต้องรู้สึกเศร้าหงอยแน่ๆเลย”
เนี่ยเฟิงอึ้งไปสักพัก“พี่ห้าทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ?”
“ถึงยังไงนายก็นับว่าเป็นคนที่ฉันเห็นมาตั้งแต่เด็กจนโต แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่หายไปบ้าง แต่พวกเราก็ผ่านช่วงเวลาที่แสนนานนั่นมาแล้ว ถ้านายมีแฟนแต่งงานไปแล้ว จากนี้ไปพวกเราก็จะไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้วนะ ความรู้สึกเหมือนผักกาดที่ตัวเองปลูกไว้ถูกหมูแย่งไปกินอย่างไรอย่างนั้นเลย”
“ถ้าอย่างนั้นผมไม่มีความรัก ไม่หาแฟนเลยแล้วกัน ผมอยากจะอยู่กับพวกพี่ๆตลอดไป!”
“ดูสิ ความคิดความอ่านยังไม่โตเลย ยังคงต้องอยู่กับพวกพี่สาวอีก!”
โจวลี่ซือขำออกมาอย่างอดไม่ได้“เมื่อตะกี้นายยังบอกอยู่เลยว่านายโตแล้ว ฉันว่านายโตแต่ตัวแต่สมองยังไม่โตมากกว่า”
“ผมรู้สึกว่าที่พี่พูดมาเหมือนกำลังด่าผมยังไงไม่รู้”
“เปล่านี่ อย่าคิดไปเองสิ”
โจวลี่ซืออารมณ์ดีสุดๆ
หลังจากเวลาจวนจะถึงแล้ว โจวลี่ซือก็พาเนี่ยเฟิงลงไปข้างล่างด้วยกัน ไปถึงยังห้องประชุมที่อยู่ข้างๆ
ข้างๆโรงแรมก็คือบริษัทสายการบิน หลังจากที่โจวลี่ซือจัดแต่งเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็พาเนี่ยเฟิงเดินตรงเข้าไป
โจวลี่ซือสวมใส่ชุดผู้ช่วยนักบินที่สูงโปร่ง เสื้อผ้าชุดนี้อยู่บนตัวของโจวลี่ซือ ดูทะมัดทะแมงน่าเกรงขามมาก