ตอนที่ 143
บทที่ 143 ก็แค่ไม่กี่พันล้าน
October 28, 2026
บทที่ 143 ก็แค่ไม่กี่พันล้าน
จางเจิ้นกั๋วยิ้มโต้อย่างโกรธจัด เห็นเพียงเขาโบกมือพลางพูดพึมพำว่า
“ช่างเถอะ เห็นพวกนายก็น่าสงสารพออยู่แล้ว ให้พวกนายดิ้นรนกันต่อไปแล้วกัน ดูท่าทางพวกนายคงไม่รู้ เมื่อกี้เครื่องบินของที่นี่ถูกเศรษฐีมือเติบคนหนึ่งเหมาซื้อไปหมดแล้ว เห็นไหม นี่แหละคือคนมีเงินของจริง!”
โจวลี่ซือชอบตื่นตระหนก มิน่าพวกเขาถึงกลับมาทางเดิม ที่แท้เครื่องบินทั้งหมดนี่ก็ถูกซื้อไปหมดแล้ว เป็นใครกันที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมายขนาดนั้น จากที่รู้เครื่องบินเหล่านี้รวมกันเป็นราคาหลายพันล้านเชียวนะ
“เมื่อกี้พวกนายเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเป็นคนมีเงิน ในเมื่อเป็นคนมีเงิน ทำไมไม่ไปแย่งซื้อกับเศรษฐีคนนี้ล่ะ ให้เศรษฐีคนนี้เอาหน้าใหญ่โต ไม่เหมือนนิสัยของพวกนายเลยนะ”
ในดวงตาของเนี่ยเฟิงมีรอยยิ้มเยาะหยันวาบผ่าน จางเจิ้นกั๋วพลันกลอกตามองบนทันที
“พวกเราเป็นคนมีเงิน เป็นความเข้าใจระหว่างคนมีเงินกับคนมีเงิน อย่าเอาฉันไปเทียบกับนายสิ ในเมื่อมหาเศรษฐีคนนี้ต้องการเหมาเครื่องบินทั้งหมด งั้นฉันก็ต้องช่วยส่งเสริมเขาสิ!”
“เกรงว่าต่อให้นายไม่ส่งเสริมเขาก็คงไม่มีปัญญาซื้อเครื่องบินพวกนี้หรอก? เห็นท่าทางนายช่างน่าสงสารจริงๆ ขนาดเครื่องบินถูกๆ ราคาไม่กี่แสนยังซื้อไม่ได้ เครื่องบินหลายล้านล้านเหล่านั้นแค่คิดก็ยังไม่กล้าคิดเลยมั้ง?”
จางเจิ้นกั๋วอับอายจนเกิดโทสะ “อย่านึกว่าเมื่อกี้มหาเศรษฐีคนนั้นเหมาเครื่องบินไปหมดแล้วก็จะกู้หน้าให้พวกนายได้ ไม่หัดประเมินตัวเองบ้างว่าหนักกี่ชั่งกี่ตำลึง เพราะเงินของฉันไม่เกี่ยวกับนายแม้แต่ครึ่งขน!”
“งั้นหรือ?”
เนี่ยเฟิงยิ้มเย็น จากนั้นก็มองไปคนรับผิดชอบของฝ่ายจัดงานที่กำลังเดินมาทางพวกเขาอย่างรีบร้อน
ทุกคนต่างยืดคอมอง อยากรู้ว่ามหาเศรษฐีคนนี้เป็นใครกันแน่ เพราะอย่างไรคนแบบนี้ก็ต้องสุดยอดมากเป็นแน่
ใช้เงินหลายพันล้านเหมาเครื่องบินที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด คนรวยเช่นนี้อยู่ท่ามกลางพวกเขานับว่าโดดเด่นเหนือใคร
“ไม่ทราบว่า คุณคือคุณเนี่ยใช่ไหมครับ?”
เนี่ยเฟิงพยักหน้า จากนั้นก็ยื่นมือออกมาหาพวกเขา “สัญญาซื้อขายอยู่ที่ไหน?”
คนรับผิดชอบยิ้มทันที หยิบสัญญาซื้อขายอันหนาปึกกองหนึ่งมาจากมือเลขา พร้อมส่งไปให้อย่างเร่งร้อน จากนั้นก็ยิ้มแย้มกล่าวว่า
“คุณเนี่ยครับ นี่คือสัญญาซื้อขายเครื่องบินทั้งหมด เมื่อกี้มีบางส่วนขายออกไปบ้างแล้ว หากคุณยังต้องการอีก ผมสามารถจัดซื้อโมเดลแบบเดียวกันมาให้คุณได้”
ใบหน้าหนาๆ ของคนรับผิดชอบแย้มบานออกเป็นรอยยิ้ม เพราะอย่างไรนี่ก็คือลูกค้าคนสำคัญ ประเดี๋ยวเดียวก็เหมาเครื่องบินในงานของพวกเขาไปจนหมด นี่คือเรื่องที่ยอดเยี่ยมนัก
หลังจางเจิ้นกั๋วรวมถึงคนที่อยู่บนรถเมื่อกี้ ได้ยินก็ตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง นี่มันเกิดอะไรขึ้น? คนของฝ่ายจัดงานโง่ไปแล้วหรือเปล่า?
“พวกคุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า? ยาจกสองคนนี้ จะเหมาเครื่องบินทั้งหมดได้ยังไง?”
“นั่นสิ พวกเขาคือคนที่ถูกไล่ลงจากรถโดมเมื่อกี้ พวกเขาจะเหมาเครื่องบินทั้งหมดได้ยังไง!”
ทุกคนทำท่าไม่อยากจะเชื่อ สองตาเบิกกว้างไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่นักว่าเครื่องบินจะถูกเนี่ยเฟิงเหมาไปหมดแล้ว
ฝ่ายจัดงานทำหน้าดุร้ายทันที “เมื่อกี้เป็นใครกันที่ไม่เคารพต่อแขกอันสูงศักดิ์ของเรา? ขอโทษด้วย ต่อไปงานนิทรรศการของเราไม่ขอต้อนรับพวกคุณอีกแล้ว พวกคุณควรรีบออกไปจากที่นี่จะดีกว่า!”
เนี่ยเฟิงชอบฝ่ายจัดงานที่เป็นอย่างนี้มาก ด้วยเหตุนี้จึงลอบพยักหน้าให้
“งานนิทรรศการของพวกคุณทำได้ไม่เลวเลย แถมคุณเองก็ยังนับว่าตาถึง งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน ต่อไปหากพวกคุณจัดนิทรรศการ ผมจะออกทุนให้พวกคุณแล้วกัน”
พอฝ่ายจัดงานได้ยินเนี่ยเฟิงพูดเช่นนี้ ก็ยิ้มแย้มเบิกบานขึ้นมาทันที พวกคนรับผิดชอบพลันพยักหน้าราวกับทุบกระเทียม ดูมีความสุขเหนือคำบรรยาย
จางเจิ้นกั๋วอ้าปากหวอ ปากที่อ้าอยู่นั้นสามารถยัดไข่ไก่เข้าไปได้ฟองหนึ่ง เขาไม่ค่อยเข้าใจนักว่าทำไมเรื่องราวถึงคดีพลิกได้ เดิมพวกเขาสองคนก็คือยาจกนี่นา จะเอาเงินมากมายจากที่ไหนมาซื้อเครื่องบินทั้งหมดได้?
โจวลี่ซือเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน คำพูดเหล่านั้นที่เนี่ยเฟิงพูดออกมาอย่างหนักแน่นจริงจังเมื่อสักครู่ ราวกับคาดเดาได้แล้วว่าอีกเดี๋ยวจะเกิดอะไรขึ้น