ตอนที่ 229
บทที่ 229 เรื่องราวพลิกแพลง
October 28, 2026
บทที่ 229 เรื่องราวพลิกแพลง
เย่ฉงหยางกับจางลี่ถิงทั้งสองคนเข้าไปดูใกล้ๆ พอเห็นใบเสร็จที่ยาวเหยียด พวกเขาก็ตกใจไม่น้อย
บนใบเสร็จมีบรรดาอาหารที่พวกเขากินไปเมื่อตะกี้ อย่างเช่น พระกระโดดกำแพงที่ราคาแสนแพง แล้วยังจะมีกุ้งมังกรที่นำเข้าจากต่างประเทศอีก ที่ถึงชีวิตที่สุดก็คือพวกเขาเอาไวน์ที่ราคาแพงมากๆมาดื่มซะเป็นเบียร์ อาหารมื้อนี้กินไปเกือบห้าล้าน!
“คุณบ้าไปหรือเปล่า ข้าวมื้อเดียวจะถึงห้าล้านได้ยังไง!ร้านอาหารของพวกคุณหลอกลวงผู้บริโภคใช่ไหม!”
“ใช่น่ะสิ ของพวกนี้รวมกันแล้วยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นเลยด้วยซ้ำ แล้วพวกคุณมาบอกว่าห้าล้านเนี่ยนะ!ระวังพวกเราจะไปแจ้งความเอาเรื่องคุณที่สำนักอุตสาหกรรมและการพาณิชย์นะ!”
พวกเขาพอเห็นใบเสร็จค่าอาหารก็รู้สึกหนังหัวชาไปหมด ส่วนสีหน้าของผู้จัดการก็เริ่มบึ้งตึงแล้ว“พวกคุณสั่งมาแต่เครื่องดื่มที่ราคามันก็บอกชัดเจนอยู่แล้ว ราคานี้มันไม่ใช่ถูกๆ เมื่อตะกี้ตอนที่เสิร์ฟพวกเราก็ตรวจสอบเพื่อความมั่นใจกับพวกคุณไปแล้ว พวกคุณบอกแค่ว่าให้เปิดไปเลย ไม่ต้องมาบอกราคา พวกเราใช้แต่ของที่นำเข้า วัตถุดิบก็ล้วนแต่นำเข้ามาจากต่างประเทศ นอกจากนี้แล้ว พวกคุณยังสั่งคาเวียร์ด้วย แถมยังกินฟัวกราอีก ของพวกนี้มันแสดงให้เห็นอยู่ทนโท่”
พวกเขาหันมองหน้ากัน คิดในใจเงินก้อนนี้ไม่ว่ายังไงก็จ่ายไม่ได้ นี่มันเงินจำนวนไม่น้อยเลยนะ พวกเขาเพิ่งจะได้สินสอดสิบล้านมา ตอนนี้กินข้าวแค่มื้อเดียวก็ต้องจ่ายไปครึ่งหนึ่งแล้ว จะให้พวกเขาคิดยังไง?
เย่ฉงหยางรีบโทรศัพท์ไปหาเย่หรูเสว่ แต่ครั้งนี้สายของเย่หรูเสว่โทรไม่ติดแล้ว
จางลี่ถิงแทบจะไม่อยากจ่ายเงินนี้เลย จึงพูดด่าทอก่อความวุ่นวายขึ้น สร้างเรื่องจนตำรวจมา หลังจากตรวจสอบไปหนึ่งรอบ
ก็ยืนยันได้ว่าอาหารที่พวกเขาทานไปมันตรงกับที่ทางโรงแรมบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด และราคามันก็ไม่ได้สูงเกินไปด้วย
พวกเขาจึงหมดหนทาง ทำได้แค่ควักเงินก้อนนี้ออกมาจ่าย
เงินสิบล้านละลายไปเหมือนกับน้ำ ตอนที่ทั้งสี่คนเดินออกมานั้นต่างก็สีหน้าดำมืดกันทุกคน
“ไอ้ตัวแสบเพราะแกคนเดียว ถ้าไม่ใช่แก พวกเราไม่มีทางสั่งไวน์มามากขนาดนั้นแน่ๆ”
หลังจากที่เย่ฉงหยางออกไปแล้ว ก็เตะเย่เล่อไปด้วยความโมโห เย่เล่อเกือบจะกลิ้งตกบันได
“พ่อ!พ่อช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม? คนที่กินข้าวดื่มเหล้าเมื่อตะกี้ก็เป็นพ่อเองไม่ใช่เหรอ? ตัวพ่อเองก็กินอย่างสุขสบายใจด้วยไม่ใช่เหรอ? แถมเห็นๆอยู่ว่าพ่อสั่งเยอะที่สุด!แล้วตอนนี้มาโทษผมเนี่ยนะ?”
เย่เล่อจ้องเขม็งเย่ฉงหยางด้วยความโกรธ สองพ่อลูกเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกันตรงทางเข้าแล้ว
“พอกันทั้งคู่นั่นแหละ เงินก้อนนี้จ่ายไปแล้วจะทำไรได้อีก? มีแค่พวกเราที่จ่ายได้เท่านั้น ว่าแล้วทำไมพวกมันถึงไปเร็วซะขนาดนั้น ที่แท้ต้องจ่ายค่าอาหารราคาแพงขนาดนี้นี่เอง!ไม่เป็นไร แม้ว่าไอ้เด็กเย่หรูเสว่จะย้ายทะเบียนบ้านไปแล้ว แต่อำนาจในการครอบงำยังอยู่ในมือของพวกเรา ถึงยังไงมันก็สกุลเย่ ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยไปเอาจากมันก็ได้”
จางลี่ถิงไม่เชื่อว่าตัวเองจะไม่สามารถบังคับบงการเด็กผู้หญิงคนเดียวได้!
“หนูว่าแม่พูดถูก ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะแบ่งเงินกันตอนนี้เลยไหมล่ะ?”
เย่เหม่ยย่ามองพวกเขาด้วยความหวัง
“ต้องกลับไปดูก่อนว่าเงินก้อนนี้เหลือเท่าไรแล้วถึงจะแบ่งได้ อีกอย่างนี่เป็นสินสอดที่ให้กับพี่สองของลูก มันเป็นเงินที่แสดงถึงความเคารพแก่คนอาวุโสแบบพวกเรา พวกลูกจะเข้ามายุ่งให้วุ่นวายอะไรอีก?”
ตอนนี้เหลือเงินอยู่แค่นี้ เย่ฉงหยางกับจางลี่ถิงก็รู้สึกไม่อยากแบ่งเงินให้กับลูกชายและลูกสาวของตัวเอง พวกเขาเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“พ่อแม่พูดอะไร? เห็นๆอยู่ว่าให้พวกเราแบ่งกันนะ!หรือว่าพ่อแม่จะฮุบไว้เองคนเดียวอย่างนั้นเหรอ?”
เย่เล่อนิสัยค่อนข้างละโมบ เหมือนกับพ่อแม่ของเขา คิดอะไรก็ไม่เก็บไว้ในใจ พูดออกมาจนหมด คิดอะไรอยู่ในหัวก็พูดออกมาแบบนั้นตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
“ฮุบไว้คนเดียวอะไรกันล่ะ? พวกเราก็แค่เป็นห่วงว่าพวกลูกสองคนพี่น้องจะเอาไปใช้จ่ายมั่วซั่ว พวกเราก็เลยเก็บเอาไว้ให้ก่อนต่างหากล่ะ!”
เย่ฉงหยางจ้องพวกเขาสองคนตาเขม็ง แต่พวกเขาสองคนแทบจะไม่ต้องการให้พ่อแม่เก็บเงินก้อนนี้ให้เลยสักนิด ตอนนี้พวกเขาแค่ต้องการเอาเงินนี้มาให้เร็วที่สุด พวกเขาก็จะได้ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้สักที