ตอนที่ 472
บทที่ 472 จุดจบของผู้กีดขวาง
October 28, 2026
ความเคลื่อนไหวที่นี่ดูเหมือนจะดึงดูดความสนใจของลูกพี่คนนำ ชายในชุดรัดรูปสีม่วงฉูดฉาด สวมรองเท้าหนังเป็นมันเงา ค่อยๆ เดินเข้ามาหาเนี่ยเฟิง
เขามองพิจารณาเนี่ยเฟิงด้วยสายตาจับผิด จากนั้นก็ถูกดึงดูดด้วยความงามของชิวมู่เฉิง
เขามองเธอด้วยความลุ่มหลง ราวกับจะสำรวจชิวมู่เฉิงจนหมดจดด้วยสายตาของเขา
“ไอ้หนูที่ไหนเนี่ย ถึงไม่รู้จักพี่ชุนแห่งเมืองซานเจียงของพวกเรา แต่คนตัวเล็กๆ อย่างพวกแก ไม่เคยได้ยินชื่อพี่ชุนก็ถือเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสแกออกไปจากที่นี่ทันที แกไปได้แล้ว ผู้หญิงคนนี้ต้องอยู่เป็นการไถ่โทษ” ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างไม่เกรงใจ
คิ้วของชิวมู่เฉิงได้ขมวดแน่นแล้ว บ่งบอกได้ว่าเธอไม่พอใจมาก
เมื่อฝูหม่านโหลวเกิดเรื่อง ชิวมู่เฉิงก็วางแผนจะออกไปกับเนี่ยเฟิง แต่ตอนนี้ชิวมู่เฉิงเปลี่ยนใจอีกแล้ว เมื่อพบเจอกับการยั่วยุและรังควานที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ เธอจะนั่งดูเฉยๆ อยู่ได้อย่างไร?
“ตอนนี้คุณกำลังรังควานฉันอยู่หรือเปล่า?” ชิวมู่เฉิงเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดสีม่วงด้วยดวงตาทั้งสองอันงดงาม
ชายชุดม่วงแสยะยิ้ม “สาวสวย ถ้าคุณพอใจ จะเรียกว่าจีบก็ได้”
“รบกวนเวลากินข้าวของเราสองคน แล้วยังมาพูดจาแทะโลมผู้หญิงของผมต่อหน้าต่อตาอีก ดูท่าทางคุณช่างห้าวหาญนัก”
เนี่ยเฟิงยิ้มเยาะ
“ไอ้เด็กเวร กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีต่อหน้าพี่ปอโล๋ของเรา? ดูท่าทางแกจะไม่รู้จักคำว่าตายซะแล้ว!”
อาจเป็นเพราะมีลูกพี่ออกมาหนุนหลัง ดังนั้นเจ้าเด็กเวรนี่จึงลืมความเจ็บปวดเมื่อแผลหาย เกิดกำแหงขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับว่าลืมความอับอายเมื่อครู่ที่เขาพยายามยกโต๊ะหลายครั้งก็ยังยกไม่ขึ้นไปหมดแล้ว
“ผมไม่ไป พวกคุณต้องการสั่งสอนผมเหรอ?”
ดวงตาอันคมกริบของเนี่ยเฟิงหรี่ลงเป็นเส้น ส่องประกายอันตราย
ในเวลานี้เถ้าแก่ของฝูหม่านโหลวก็มาถึง เป็นผู้ชายที่ยังหนุ่มมาก ดูจากสายตาอายุแค่ราวๆ สามสิบ
แม้ว่าจะยังหนุ่มมาก แต่ก็เป็นคนอ้วนเตี้ย เมื่อเห็นสถานการณ์ทางนี้ ไอ้อ้วนเตี้ยก็วิ่งลนลานเข้ามาหา พยักหน้าโค้งคำนับแล้วพูดว่า “ขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้รับข่าวล่วงหน้าว่าพี่ชุนจะมาเหมาที่นั่ง... แต่พวกคุณมาที่นี่กะทันหันเกินไป ถ้าอย่างนั้นก็รอสักครู่
“หลังจากที่แขกชุดนี้รับประทานอาหารเย็นเสร็จ ผมจะให้คนไปทำความสะอาดทันที ไม่ทำให้พวกคุณเสียเวลาหรอก”
ไอ้อ้วนเตี้ยพูดกับพี่ปอโล๋ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ใครจะรู้ว่าพี่ปอโล๋จะยิ้มเยาะแล้วถีบไอ้อ้วนเตี้ยกระเด็นออกไป ไอ้อ้วนเตี้ยล้มลงกับพื้นทันที กลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นสองรอบ หน้าตายู่ยี่
“นี่นายกำลังต่อรองอยู่กับใคร? หรือว่านายจะเป็นเหมือนคนนอกคนนี้ ที่ไม่รู้ว่าพี่ชุนมีอำนาจแค่ไหน?”
พี่ปอโล๋มองลงไปที่ไอ้อ้วนเตี้ย แล้วยิ้มอย่างเย็นชา
ไอ้อ้วนเตี้ยพยายามลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบาก แล้วเดินเข้าไปกระซิบข้างๆ เนี่ยเฟิงว่า “คุณผู้ชายท่านนี้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ คุณก็ได้เห็นสถานการณ์ทางนี้แล้ว ไม่ต้องกังวล มื้ออาหารวันนี้ทางเราจะไม่เรียกเก็บ แล้วยังจะมอบคูปองเงินสดจำนวน 5,000 หยวนให้แก่พวกคุณด้วย พวกคุณสามารถนำคูปองเงินสดนี้มาใช้รับประทานอาหารได้ทุกเวลา”
ไอ้อ้วนเตี้ยก็โชคร้ายเช่นกัน เมื่อต้องพบเจอกับเรื่องแบบนี้เขาก็ไม่มีทางเลือก
แต่เนี่ยเฟิงไม่มีทีท่าว่าจะไป “ต้องขอโทษจริงๆ มื้อนี้ผมยังรับประทานไม่เสร็จ ไม่มีทางทิ้งโต๊ะไปกลางคันเด็ดขาด” เนี่ยเฟิงเหลือบมองไอ้อ้วนเตี้ย แล้วมองพี่ปอโล๋อย่างยั่วยุ เขาพูดประโยคนี้ออกมาช้าๆ
พี่ปอโล๋คงไม่คิดว่าเนี่ยเฟิงจะงี่เง่าแบบนี้ ทั้งๆ ที่รู้สถานะของพวกเขาที่นี่ก็ยังจะอยู่ต่ออีก?