ตอนที่ 480
บทที่ 480 ผู้คนก่อจลาจล
October 28, 2026
เนื่องจากความวุ่นวายในช่วงเวลานั้น พ่อแม่ของเนี่ยเฟิงจึงรีบส่งเขาไปอยู่ที่บ้านคุณตาในชนบท ขอให้คุณตาช่วยคุ้มครองเขา
ในเวลานั้นเนี่ยเฟิงยังเด็กเกินไปที่จะรับรู้เรื่องเหล่านี้ และพ่อแม่ก็ปกป้องเขาเป็นอย่างดี
ต่อมาหลังจากที่เนี่ยเจิ้งและคนอื่นๆ ถอนตัวจากหอการค้าใหญ่ ทุกคนก็เฝ้ารอดูการล่มสลายของตระกูลเนี่ย
แต่ชื่อเสียงของตระกูลเนี่ยนั้นดีมากเสมอมา แม้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหอการค้าใหญ่ แต่พวกเขาก็ยังพลิกฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ แม้ว่าจะมีหลายคนใส่ร้ายพวกเขา แต่เสียงของคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของคนส่วนใหญ่
ดวงตาของทุกคนเป็นประกาย แน่นอนว่าพวกเขารู้ดีว่าอะไรคือข่าวลือ อะไรที่เห็นได้ด้วยตาของตัวเอง
แม้ว่าเนี่ยเฟิงจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเวลานั้น แต่เมื่อเติบโตขึ้นมาเขาก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ รู้ว่าเหตุใดพ่อแม่จึงถอนตัวออกจากหอการค้าใหญ่ในเวลานั้น เพราะหอการค้าใหญ่ไม่ใช่สถานที่ที่ควรไป
แต่เนี่ยเฟิงก็ไม่ต้องการเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของชิวมู่เฉิง ในเมื่อชิวมู่เฉิงต้องการเข้าร่วมหอการค้าใหญ่ เขาก็ย่อมไม่พูดอะไร แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเทียนหลงอินเตอร์เนชั่นแนลเพิ่งเข้าร่วมหอการค้าใหญ่ได้ไม่นาน ก็ต้องมาพบกับเรื่องราวแบบเดียวกันกับในตอนนั้น
ในเวลานั้นเรื่องแบ่งแยกหอการค้าใหญ่ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ และในตอนนี้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็ยังทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดผวาอยู่
เมื่อตระกูลเนี่ยออกจากหอการค้าใหญ่ ผู้คนมากมายต่างรู้สึกยินดีบนความโชคร้ายของคนอื่น คิดว่าพวกเขาจะอยู่ได้อีกไม่นานแน่ แต่หลังจากที่ตระกูลเนี่ยออกจากหอการค้าใหญ่แล้วก็มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีข้อมูลด้านลบมากมายเพียงใด ก็ไม่สามารถสั่นคลอนสถานะของพวกเขาได้
ต่อมาผู้คนดูเหมือนจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ยังแอบร่วมมือกับตระกูลเนี่ยอย่างลับๆ เพื่อให้ได้เงินมากขึ้น เพราะช่องทางของตระกูลเนี่ยนั้นสุดยอดจริงๆ
เพียงแต่ว่าคดีร้ายแรงบนทะเลในเวลาต่อมา ทำให้ผู้คนต่างทอดถอนใจ
หลันเฟิงหลิงมองดูผู้คนที่อยู่ข้างล่างด้วยรอยยิ้มและไม่พูดอะไร ทุกคนรู้สึกว่าการคาดเดาของพวกเขาได้รับการยืนยันแล้ว ส่วนเนี่ยเฟิงได้หรี่ตาลง ดูท่าทางคนผู้นี้จะเคียดแค้นตระกูลเนี่ยมาก
ชิวมู่เฉิงตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของผู้คน ทุกคนต้องการไล่เธอออกจากหอการค้าใหญ่
แม้ว่าชิวมู่เฉิงจะไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของคนเหล่านี้ แต่เธอก็รู้สึกผิดหวังเมื่อเห็นพวกเขาฟังคำพูดของคนอื่นอย่างไม่แยกแยะถูกผิด
“เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งแก่สายตาของทุกคนแล้วว่า ตอนแรกเทียนหลงอินเตอร์เนชั่นแนลเป็นเพียงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นผู้นำของเมืองจินไห่ ไม่เพียงแต่ผูกขาดธุรกิจของเมืองจินไห่ แต่ยังได้ครอบครองโครงการอ่าวนกยูงที่แม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ยังทำไม่ได้ กระทั่งขับไล่นักลงทุนเดิมในอ่าวนกยูงออกไป การกระทำเช่นนี้มิได้คิดวางแผนจะกินรวบแต่เพียงผู้เดียวหรือ?”
สิ่งที่หลันเฟิงหลิงพูดมีความปลุกปั่นอย่างมาก บวกกับทุกคนที่อยู่ในที่นี้ล้วนเป็นนักธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เป็นหลัก
นอกจากนี้หลายคนยังเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เรื่องนี้มีผลกระทบกับผลประโยชน์ของพวกเขาอย่างแน่นอน พวกเขาย่อมไม่สามารถนั่งดูเฉยๆ ได้
คนคนหนึ่งลุกพรวดขึ้นมา ชี้ไปที่ชิวมู่เฉิงแล้วพูดอย่างโกรธจัด “คุณไม่มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในหอการค้าใหญ่!”
“ใช่แล้ว!“
“พฤติกรรมเช่นนี้มันเลวร้ายเกินไป! คนอย่างคุณมันน่ารังเกียจจริงๆ!”
หลายปีที่ผ่านมาชิวมู่เฉิงได้ล้มลุกคลุกคลานอยู่ในวงการธุรกิจ และได้เห็นใบหน้าที่น่าเกลียดเช่นนี้มามากมาย ถ้าไม่เช่นนั้นหากเป็นคนทั่วไปถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ อาจจะรู้สึกกลัวและหวาดผวา จนถึงขั้นถูกแรงกดดันอย่างท่วมท้น
เพียงแต่ว่าชิวมู่เฉิงต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาของผู้คนมากมาย เธอถูกตัดขาดให้โดดเดี่ยวจริงๆ
เนี่ยเฟิงรู้ว่าพวกเขาคิดจะทำตามสูตรสำเร็จรูป เพื่อทำให้กิจการของชิวมู่เฉิงล่มสลายเหมือนตระกูลเนี่ยในตอนแรก
ในเวลานี้หลันเฟิงหลิงได้มองไปทางเนี่ยเฟิง รอยยิ้มอ่อนๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ
ในเวลานี้เนี่ยเฟิงได้เดินเข้าไปอยู่ข้างกายชิวมู่เฉิง “การเข้าร่วมหอการค้าใหญ่ มันทำให้พวกคุณเสียสติไปแล้วเหรอ? ทำไมพวกคุณถึงดูเหมือนพวกคนโง่ไอคิวต่ำ?“
ทันทีที่เนี่ยเฟิงพูดออกมาเช่นนี้ ทุกคนก็โมโห
“คุณเป็นใคร? กล้าดียังไงมาพูดแบบนี้กับพวกเรา?”
“ใช่แล้ว! หรือว่าคุณจะอยู่กลุ่มเดียวกับพวกที่แบ่งแยก?”