ตอนที่ 290
บทที่290 การเปลี่ยนแปลง
October 28, 2026
หมิงอี๋หานกะพริบตาถี่ๆ จากนั้นเธอก็ได้นึกคิดไปสักพัก ก่อนที่จะยิ้มพลางพูดว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นายไม่ควรรู้ มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของฉัน”
“พี่สี่ ถ้าพูดแบบนี้มันดูห่างเหินไปหน่อยนะ แล้วฉันกับพี่ไม่ใช่คนในครอบครัวเดียวกันเหรอ? ฉันเป็นพี่ชายของพี่นะ มีอะไรที่ฉันรู้ไม่ได้?”
หมิงอี๋หานยิ่งพูดแบบนี้เนี่ยเฟิงก็ยิ่งรู้สึกสงสัย
“ไอ้เด็กผีนี่ นายรักษาบาดแผลทั้งตัวของนายให้ดีก่อนเถอะ อย่ามาต่อล้อต่อเถียงกับฉันเลย”
ถึงแม้เนี่ยเฟิงจะตามถามแค่ไหน หมิงอี๋หานก็จะปิดปากเงียบเก็บไว้เป็นความลับ ไม่ได้บอกให้เนี่ยเฟิงว่าวันที่มีแค่ปีละหนนั่นคือวันอะไรกันแน่? ปล่อยให้เนี่ยเฟิงกลับไปบ้านชิวมู่เฉิงด้วยคำถามสงสัยในใจ
“ฉันได้ยินพี่หกของนายบอกนะว่าช่วงนี้นายไปท่องเที่ยวเหรอ?”
ตอนแรกเนี่ยเฟิงคิดว่าชิวมู่เฉิงไม่อยู่บ้าน แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่กลับบ้านไปก็เห็นชิวมู่เฉิงกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้องนั่งเล่นแล้ว
เนี่ยเฟิงคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเย่หรูเสว่กลัวว่าพี่สาวในบ้านจะรู้เรื่องที่เนี่ยเฟิงได้รับบาดเจ็บเพราะฉะนั้นเย่หรูเสว่ถึงไม่ได้พูดความจริงออกมา
อันที่จริงเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่เหมือนกัน เขาจะได้ไม่ต้องอธิบาย
“ใช่ไง ไปเที่ยวหาเพื่อนต่างเมืองมาน่ะ เนื่องจากเรื่องทุกอย่างกะทันหันมาก ทำให้ฉันไม่มีเวลาได้บอกให้พวกพี่รู้ แต่ว่าพวกพี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ!”
เนี่ยเฟิงยิ้มยิงฟัน ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยชิวมู่เฉิงจัดเรียงเอกสาร
“พี่ใหญ่ ช่วงนี้ทางบริษัทเป็นยังไงบ้าง? ทุกอย่างยังดีอยู่ใช่ไหม?”
เนี่ยเฟิงทำตัวน่ารักมาก ไม่เหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก่อนเลย กระตือรือร้นและมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก
หมิงอี๋หานพยักหน้า “ช่วงนี้ทางบริษัทดีมากๆเลย แต่ว่าช่วงนี้ฉันมีปัญหาในการเจรจาต่อรองกับตระกูลชิวหน่อยน่ะ” แววตาของชิวมู่เฉิงหม่นหมองลง
“ตระกูลชิว? พวกมันจะทำเรื่องแผลงๆอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย ก่อนหน้านี้ได้หลุดพ้นจากตระกูลของพวกมันแล้วไม่ใช่เหรอ? ตอนนั้นคุณย่าชิวยังได้ทิ้งคำพูดโหดๆเอาไว้ด้วย”
เนี่ยเฟิงก้มหน้าจัดเรียงเอกสาร และถามคำถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา
“ตอนนั้นฉันพูดทุกอย่างได้ชัดเจนมากแล้วนะ ฉันจะออกจากตระกูลของพวกเขา แต่ว่าช่วงนี้สุขภาพร่างกายของคุณย่าชิวไม่ค่อยแข็งแรง นอนป่วยอยู่บนเตียง พวกลุงๆโทรมาหาฉัน ให้ฉันกลับไปเยี่ยมคุณย่าชิวในฐานะที่เคยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันมาก่อน”
เหมือนชิวมู่เฉิงกำลังลังเลใจอยู่เล็กน้อย อันที่จริงเนี่ยเฟิงเข้าใจไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว พี่ใหญ่เป็นคนที่รู้จักไปนอกแล้วเหมือนเป็นคนที่เย็นชา แต่ว่าหัวใจของเธอกลับอ่อนไหวกว่าทุกคนเลย
อีกอย่างพี่ใหญ่เป็นคนที่รู้จักตอบแทนบุญคุณมากที่สุดแล้ว จะว่าไปถึงแล้วตอนนี้พี่ใหญ่จะออกมาจากตระกูลชิวของพวกเขาแล้ว แต่ว่าทะเบียนบ้านก็ยังคงเป็นของตระกูลพวกเขาอยู่ดี
ถ้าเกิดเนี่ยเฟิงเป็นคนออกโรง เขาต้องสามารถจัดการปัญหาต่างๆไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน แต่ตัวตนของเนี่ยเฟิงก็จะถูกเปิดเผยเช่นกัน ตอนนี้ชิวมู่เฉิงยังไม่รู้ว่าเนี่ยเฟิงคือใคร ถ้าเกิดชิวมู่เฉิงรู้ว่าเนี่ยเฟิงเป็นราชามังกรในสำนักมังกร ถึงตอนนั้นเธอต้องสอบปากคำชิวมู่เฉิงแน่นอน
“แล้วพี่จะไปไหม?”
ชิวมู่เฉิงพยักหน้า “ต้องไปอยู่แล้ว เพราะว่าทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของฉันถูกพวกมันยึดไว้ บัตรประจำตัวประชาชนสามารถออกใหม่ได้ แต่ต้องย้ายทะเบียนบ้านออก”
“ในเมื่อพี่ใหญ่ตัดสินใจได้แน่วแน่ขนาดนี้แล้ว งั้นก็ลุยให้เต็มที่เลย ฉันจะเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งให้พี่เอง พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันจะปกป้องพี่ดีๆเอง!”
เนี่ยเฟิงพูดพลางตบหน้าอกตัวเอง อันที่จริงยังมีผ้าพันแผลพันอยู่ตามตัวเขา โดยเฉพาะแผลไฟไหม้ที่อยู่บริเวณแผ่นหลัง ตอนนี้ยังต้องล้างแผลอยู่
“ฉันต่างหากที่ต้องปกป้องนาย จะว่าไปนี่ก็เข้ามาถึงบ้านแล้วนะ ทำไมนายถึงต้องใส่หมวกแก๊ปอยู่ตลอดเวลาด้วย?”
ชิวมู่เฉิงถามเนี่ยเฟิงอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เนี่ยเฟิงลูบศีรษะตัวเองอย่างอึดอัด บนหัวเขายังมีผ้าพันแผลพันไว้อยู่เลย ถ้าเกิดไม่สวมใส่หมวกแก๊ปก็จะไม่สามารถหลอกเธอได้
อีกอย่างเพื่อทำการรักษาให้เนี่ยเฟิง หมิงอี๋หานได้ทำการตัดผมทั้งหมดของเนี่ยเฟิงออกไปแล้วเนี่ยเฟิงในตอนนี้เป็นคนหัวเกรียน แต่ว่าคนหน้าตาดีก็จะพิเศษกว่าคนอื่นหน่อย ถึงแม้จะเป็นคนหัวเกรียนแต่ก็ยังคงหล่อเหลาอยู่เช่นเคย
“ฉันเพิ่งเปลี่ยนทรงผมใหม่น่ะ ทรงผมใหม่น่าเกลียดมาก ดังนั้นฉันได้ซื้อหมวกมาใส่เพื่อปกปิดหน่อย ใส่หมวกแล้วมันจะได้ดูไม่น่าเกลียดขนาดนั้น พี่ใหญ่พี่ไม่ต้องสนใจอะไรมากขนาดนั้นแล้ว ใช่สิ พี่จะกลับตระกูลชิวเมื่อไหร่เหรอ? ให้ฉันไปเป็นเพื่อนด้วยไหม?”