ตอนที่ 341
บทที่341 อย่าพูดจาเหลวไหล
October 28, 2026
หลังพวกเขากินข้าวเสร็จ เหลยจ้านก็พาเนี่ยเฟิงมาที่สมาคมการต่อสู้แห่งเมืองหนานหูอย่างแทบอดทนรอไม่ไหว
สมาคมการต่อสู้นี้ใหญ่โตอย่างมาก ดูไปแล้วผู้มีฝีมือคงจะมาลงกันเป็นจำนวนไม่น้อยจริงๆ จึงให้ความรู้สึกเคร่งขรึมจริงจังรูปแบบหนึ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิงโตหินที่หน้าประตู ก็ดูราวกับกำลังทำท่าทางข่มขวัญเช่นเดียวกัน
เหลยจ้านเดินนำทางอยู่ด้านหน้าอย่างกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ตอนนี้เขามองเนี่ยเฟิงเหมือนกับมองลูกพี่ของตัวเอง
หลังเนี่ยเฟิงเข้าไป ก็ได้ยินเสียงตะโกนฮึกเหิมดังมาจากข้างในเป็นพักๆ ฟังแล้วก็รู้สึกดูเป็นระเบียบอย่างยิ่ง
“พวกสมาชิกของสมาคมการต่อสู้กำลังฝึกกันอยู่น่ะ พ่อผมมีค่ายมวยไทยอยู่แห่งหนึ่ง ที่นั่นรับลูกศิษย์มากมาย พอถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็จะสอนเหล่าสมาชิกของสมาคมการต่อสู้ซ้อมมวย ส่วนเวลาอื่นๆ พวกศิษย์พี่ศิษย์น้องในค่ายมวยไทยของเราก็จะฝึกกันเอง”
เหลยจ้านเดินนำทางอยู่ด้านหน้าไปพลาง กล่าวอธิบายเรื่องเหล่านี้ไปพลาง
“ฟังดูท่าทางไม่เลวเลยทีเดียว”
เนี่ยเฟิงมองดูสถานที่แห่งนี้ใหญ่โตโอฬารจริงๆ แถมบรรยากาศยังไม่เลวอีกด้วย
“พี่เฟิง ทางนี้!”
เหลยจ้านพาเนี่ยเฟิงเดินติดตามคนกลุ่มหนึ่งเข้าไป พอผ่านหัวโค้งไปก็เป็นลานฝึกซ้อม เสียงตะโกนฮึกเหิมเหล่านี้ดังออกมาจากที่นี่นั่นเอง
“พี่ดูสิ! พวกเขากำลังฝึกกันอยู่!”
เหลยจ้านชี้ไปทางคนกลุ่มนั้นที่ยืนแน่นขนัดกันไปหมด ช่างดูอลังการจริงๆ แทบจะพูดได้ว่ามีราวๆ ห้าร้อยกว่าคน มิน่าสถานที่ถึงต้องใหญ่เช่นนี้
“หากมีกิจกรรมอะไรล่ะก็ คนจะมารวมตัวกันที่นี่มากกว่านี้อีก! เพียงแต่ระยะนี้ไม่ได้มีกิจกรรมอะไร”
เหลยจ้านแย้มยิ้ม เวลานี้กำลังอยู่กลางลานพักผ่อนพอดี มีผู้ฝึกมวยเหล่านั้นอยู่ประปรายกำลังสนทนากัน
“พ่อ!”
เหลยจ้านโบกมือให้ชายคนหนึ่งที่สวมชุดธรรมดาอย่างยิ่ง แม้ชายคนนี้จะแต่งตัวธรรมดามาก แต่ดูจากมัดกล้ามบนตัวเขา ก็มองออกไม่ยากว่าคนผู้นี้เป็นผู้ฝึกมวยคนหนึ่ง
“นี่คือพ่อผมเอง! เหลยเทียน! พ่อ นี่ก็คือพี่เฟิงผู้เก่งกาจที่ผมพูดให้พ่อฟังเมื่อวาน เนี่ยเฟิง!”
เหลยเทียนมองสำรวจเนี่ยเฟิงขึ้นลงไปมา ก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างสงสัยเล็กน้อยว่า “ลูกชายผมบอกว่าคุณต่อสู้เก่งมาก ไม่ถึงกระบวนท่าเดียวเขาก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับคุณ นี่คือเรื่องจริงเหรอ?”
เนี่ยเฟิงแย้มยิ้ม “ไม่มีเรื่องอย่างนั้นหรอกครับ”
“ทำไมจะไม่มี? พี่เฟิง! ที่ค่ายของเราไม่ชอบการถ่อมตัวแบบนี้หรอกนะ! พี่เก่งก็คือเก่ง! พี่ไม่เก่งก็คือไม่เก่ง แค่นี้เอง! พี่บอกพ่อผมไปได้เลย! เดี๋ยวพ่อจะไม่เชื่อผม!”
เหลยจ้านร้อนใจไปชั่วขณะ พลันขวางอยู่ตรงหน้าเนี่ยเฟิงทันที พลางอธิบายอย่างลนลาน
เนี่ยเฟิงกับฝูยานหรงเห็นท่าทางเช่นนี้ของเหลยจ้าน ก็อดอยากจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ช่างน่าขบขันเกินไปแล้ว แต่ทำแบบนี้ก็เกินไปอยู่บ้างจริงๆ
“แต่ว่าอยู่ที่นี่แค่พูดปากเปล่าคงไม่ได้ ผมเองก็ไม่เคยเห็นฝีไม้ลายมือของคุณ ผมได้ยินว่าคุณฝึกศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก อยากจะลองแลกเปลี่ยนความรู้กับคนของสมาคมการต่อสู้ของเราดูไหม?”
เหลยเทียนไม่ได้ดูถูกเนี่ยเฟิง เพียงแต่คนที่อยู่ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ โดยพื้นฐานต่างมีความสามารถที่แข็งแกร่ง ทั้งยังฝึกฝนมาเป็นเวลานานแล้วอีกด้วย
เนี่ยเฟิงผู้นี้ ดูยังหนุ่มอยู่มาก อายุน้อยขนาดนั้น จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีระดับฝีมือถึงขั้นนั้น?
แบบนี้พูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อหรอก
และด้วยเหตุนี้เอง เหลยเทียนจึงไม่เชื่อว่าเนี่ยเฟิงจะเก่งกาจอย่างที่ลูกชายตัวเองบอก
“พี่เฟิง! พี่ก็โชว์สักสองสามกระบวนท่าให้พ่อผมยอมรับจากใจจริงหน่อยเถอะ!”
เหลยจ้านสองตาเป็นประกาย เมื่อวานตอนเขาถูกคนผู้นั้นชกบนเวทีมวย น่าเสียดายที่ในเวลานั้นไม่มีใครถ่ายรูปไว้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความเร็วของเนี่ยเฟิงท้ายที่สุดแล้วจะเร็วได้ถึงขนาดไหน
เขาเคยเห็นความสามารถของอาจารย์ลุงอาจารย์อาของตนเอง พวกเขาเองก็คล่องแคล่วว่องไวมากเช่นกัน แต่ที่นี่ไม่มีใครมีความเร็วเทียบเท่าเนี่ยเฟิงได้สักคน
นี่ไม่ใช่แค่ระดับขั้นใดขั้นหนึ่งอย่างแน่นอน
เหลยจ้านก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแท้จริงแล้วเนี่ยเฟิงทำได้อย่างไรกัน บางทีนี่อาจจะเป็นพรสวรรค์ล่ะมั้ง!
“คุณอายุยังน้อย ผมไม่อยากรังแกคุณ ที่สมาคมของเรามีคนหนุ่มสาวที่ฝึกฝนจนมีพื้นฐานดีอยู่มากมาย ทำไมคุณไม่ลองประมือกับพวกเขาดูล่ะ?”
เหลยเทียนรู้สึกว่าตนเองฝึกฝนมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพลังทำลายหรือความว่องไว ก็ล้วนแตกต่างจากคนธรรมดาทั้งสิ้น