ตอนที่ 406
บทที่406 รู้ว่าทำไม่ได้ก็ยังจะทำ
October 28, 2026
แต่ว่านไห่เทาก็ปฏิเสธไม่ได้ในเวลานี้ ถ้าเขาปฏิเสธ จะไม่ถูกทวงถามจากผู้รับผิดชอบหรือ?
ถึงตอนนั้นต่อให้เขามีเป็นร้อยปาก ก็ไม่สามารถอธิบายได้
เนี่ยเฟิงเห็นว่านไห่เทาลังเลไม่ยอมตอบ เขาจึงรู้ว่าตอนนี้ว่านไห่เทาต้องโกรธมากแน่ๆ เมื่อนึกถึงหน้าตาของเจ้าหมอนั่น เนี่ยเฟิงก็รู้สึกขบขันมาก
“เสี่ยวเฟิง นายหัวเราะอะไรอยู่?”
เมื่อชิวมู่เฉิงมากินข้าวกับเนี่ยเฟิง เธอพบว่าเนี่ยเฟิงนั่งอยู่บนโซฟายิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
“ผมนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนมาสัมภาษณ์ผม ตอนนี้การตอบรับจากสังคมนั้นไม่เลว ผมคิดว่าเมื่อมีการนำของคุณว่าน หน่วยงานการกุศลของเราคงจะรวมกันเป็นหนึ่งในไม่ช้า ขอเพียงเป็นหนึ่งเดียวกัน มีการตรวจสอบประเมินทุกไตรมาส เช่นนั้นก็จะไม่มีใครถูกกล่าวหาว่าทุจริตและติดสินบน พอผมนึกถึงเรื่องดีๆ เช่นนั้น ผมก็รู้สึกดีใจมาก”
แม้ว่าเนี่ยเฟิงจะพูดเช่นนี้ แต่ในใจของเขาก็รู้สึกยินดียินร้ายไปกับความโชคร้ายของคนอื่น ชิวมู่เฉิงมองดูใบหน้าที่ไร้เดียงสาไม่มีพิษมีภัยของเขา เธออดบอกเนี่ยเฟิงไม่ได้ว่า ว่านไห่เทาผู้นั้นอาจจะไม่ยอมควักเงินจ่าย แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณชนก็ตาม
ชิวมู่เฉิงได้ทำการตรวจสอบครอบครัวของว่านไห่เทามาเป็นพิเศษแล้ว
ในระหว่างการตรวจสอบ เธอพบว่ามีคนในครอบครัวของว่านไห่เทาเป็นจำนวนมากก่อร่างสร้างตัวด้วยการกุศล ตอนนี้ธุรกิจของพวกเขาดีขึ้นเรื่อยๆ สื่อหลายแห่งรายงานว่าพวกเขาเป็นคนใจบุญสุนทาน และพวกเขาก็ทำอะไรคล้อยตามกันไป
แต่สิ่งนี้ทำให้ชิวมู่เฉิงรู้สึกแปลกมาก ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดจำนวนเงินบริจาคของพวกเขาในทุกปีจึงต่ำมาก? ไม่สมกับที่เป็นบริษัทใหญ่โตเช่นนี้เลย
แต่อย่างไรก็เป็นการบริจาคเพื่อการกุศล ถ้าวัดกันที่จำนวนเงิน คงจะเป็นการดูถูกหัวใจของผู้บริจาคเกินไป แต่ชิวมู่เฉิงมักจะรู้สึกว่าว่านไห่เทาผู้นี้ไม่น่าผูกสัมพันธ์ด้วย คนอย่างเขาดูมีเจตนาไม่ดี
“ความจริงการทำบุญเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องทำให้เหมาะสมกับกำลังตนด้วย ส่วนว่านไห่เทานั้น นายไม่ควรเข้าไปใกล้นัก”
ชิวมู่เฉิงพูดจาตรงไปตรงมากับครอบครัวของตัวเองเสมอ
“ในเมื่อพี่ใหญ่พูดมาแบบนี้ ผมก็จะอยู่ห่างจากเขาหน่อย! เออใช่พี่ใหญ่ พี่มีเอกสารอะไรที่ต้องจัดการไหม? ผมช่วยพี่จัดการได้!”
“ไม่เป็นไร แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นายไปสนุกเถอะ”
ชิวมู่เฉิงมีงานและเอกสารมากมายที่ต้องจัดการทุกวัน สำหรับเธอแล้วมันเป็นเรื่องที่คุ้นชิน
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่ชิวมู่เฉิงจะปล่อยให้เนี่ยเฟิงไปหางานทำก่อนจะเริ่มทำงาน บรรดาพี่ๆ ได้ตัดสินใจแล้วว่า จะหางานที่สบายและทำเงินได้มากให้กับน้องชายของพวกเธอ เพราะในสายตาของพวกเธอ น้องชายสุดที่รักของพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงาน
ในขณะนี้ว่านไห่เทาถูกต่อว่าจนยับเยินแล้ว เมื่อว่านไห่เทาได้รับโทรศัพท์จากพ่อ พ่อของเขาว่านฟาฉายโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “พ่อกำชับนายเป็นหมื่นครั้งแล้วใช่ไหมว่า อย่าโอ้อวดต่อหน้าสื่อเด็ดขาด ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว คำพูดของนายจะถูกจับตามองจากทุกคน!”
“พ่อ มันไม่ใช่ความผิดของผมเลย ผมนึกไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนั่นจะวางกับดักผม ตอนนี้ผมตกกระไดพลอยโจนหนีไม่พ้นจริงๆ...”
ว่านไห่เทาขมวดคิ้วอย่างขมขื่น แต่ว่านฟาฉายไม่ยอมปล่อยเขาไป ว่านฟาฉายทุบโต๊ะด้วยความโมโห แล้วพูดอย่างโกรธเคือง “นั่นเป็นเงินสิบล้านเลยนะ!”
ว่านไห่เทาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าสิบล้าน? เงินจำนวนนี้เขาไม่เต็มใจจะจ่ายด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้มีแฟนๆ มากมายที่ถามถึงเรื่องนี้ ถ้าเขาหลบเลี่ยงไม่ตอบ งานสร้างภาพที่เขาทำไว้ก่อนหน้านี้ไม่ต้องพังทลายลงหรอกหรือ?
“ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว นายก็ต้องหาวิธีแก้ไข ยังไงพ่อก็ไม่ให้เงินนาย นายคิดหาทางออกเอาเอง!”