ตอนที่ 5
5. ไม่มีอารมณ์
September 18, 2026
"เป็นอะไรไหม?" เสี่ยภาคินทร์เอ่ยถามปาริฉัตรทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ
"มะ..ไม่ค่ะ ขอบคุณเสี่ยนะคะที่มาช่วยหนู" ปาริฉัตรยกมือที่กำลังสั่นระริกพนมมือไหว้ขอบคุณเสี่ยหนุ่ม ถึงจะออกมาพ้นจากสถานการณ์น่ากลัวนั้นแล้วแต่ใจดวงน้อยของเธอก็ยังไม่หายเต้นรัว พานทำให้เนื้อตัวสั่นเทิ้มตามไปด้วย
"ฉันดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" ร่างใหญ่ของเสี่ยหนุ่มขยับมาใกล้หญิงสาวพลางยื่นมือใหญ่มาจับแขนเล็กที่ยังมือร่องรอยสีแดงจากการคุกคามของผู้จัดการหื่นเมื่อครู่
"ไม่!" หญิงสาวที่กำลังตื่นกลัวจากเรื่องร้ายแผดเสียงดังใส่เสี่ยหนุ่มอย่างลืมตัวเธอสะบัดแขนออกให้พ้นจากมือใหญ่แล้วรีบขยับไปชิดประตูอีกฝั่งหนึ่งของรถอย่างคนหวาดระแวง มือเล็กกำชายกระโปรงที่สวมไว้แน่นเพื่อข่มสติของตัวเองไว้
"หนะ..หนูขอโทษค่ะ หนูไม่เป็นไรแล้ว หนูขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ" ปาริฉัตรเมื่อได้สติที่รู้ตัวว่าทำตัวเสียมารยาทกับผู้มีพระคุณ เธอรีบละล่ำละลักขอโทษเสี่ยหนุ่มพร้อมทั้งเอี้ยวตัวหันหลังกลับยื่นมือที่สั่นระริกเพื่อไปเปิดประตู แต่ไม่ทันได้เปิด ร่างสูงของหมอกก็เข้ามานั่งในรถฝั่งคนขับเสียก่อน
"เรียบร้อยแล้วครับเสี่ย" ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยหนุ่มหันหลังมารายงานเจ้านายหลังเขาขึ้นนั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้ว
"อือ" เสี่ยหนุ่มพยักหน้ารับรู้พลางขยับตัวมานั่งยังตำแหน่งเดิม
"นี่กระเป๋าคุณใช่ไหมครับ? ผมเห็นตกอยู่ที่พื้นเลยหยิบมาให้" หมอกเอ่ยถามขณะที่ยื่นกระเป๋าสะพายข้างสีดำใบย่อมให้หญิงสาวที่ยังคงนั่งชิดเบียดติดกับประตูรถ
"ขอบคุณมากค่ะ" หญิงสาวผงกศีรษะคำนับแล้วยื่นมือที่ยังสั่นอยู่ไปรับกระเป๋าจากลูกน้องของเสี่ยหนุ่ม
"งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ" ปาริฉัตรพูดกับเสี่ยภาคินทร์แล้วหันหลังกลับไปเพื่อจะเปิดประตูรถ
"เดี๋ยวฉันไปส่ง ออกรถ" เสี่ยหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงทุ้มเรียบขณะที่ใบหน้าหล่อไม่ได้หันมามองหน้าคู่สนทนาจากนั้นจึงบอกลูกน้องคนสนิททันทีโดยที่หญิงสาวไม่มีโอกาสได้โต้แย้งอะไร
"หนู..หนูกลับเองได้ค่ะ" ปาริฉัตรบอกเสี่ยหนุ่มเสียงสั่นแล้วหันมองออกข้างนอกเลิ่กลั่ก เธอจะไว้ใจเสี่ยได้อย่างไรถึงเขาจะมาช่วยเหลือเธอก็เถอะก็ในเมื่อตอนเช้าเสี่ยหนุ่มเพิ่งจะขโมยจูบแรกเธอไป เธอจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเสี่ยจะไม่ทำแบบผู้จัดการหื่นคนนั้น
"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก" เสี่ยภาคินทร์เอ่ยกับเธอ เขาเปลี่ยนใจในสิ่งที่ตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก ในเมื่อเธอหวาดกลัวจนสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ เขาก็ไม่อยากที่จะบังคับขืนใจ รอให้ถึงเส้นตายที่กำหนดไว้ก็ได้ เสี่ยหนุ่มคิดในใจแล้วถอนใจเฮือกใหญ่จนหมอกต้องเหลือบมองผ่านกระจกมองหลัง เขาแปลกใจในคำพูดของเสี่ย รู้ทั้งรู้ว่าเสี่ยมาเพราะเหตุผลอะไร
"จะให้ไปไหนครับเสี่ย?" หมอกผู้เป็นสารถีเอ่ยถามเจ้านายเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง
"ไปส่งเธอ" เสี่ยภาคินทร์ตอบลูกน้องกลับไปขณะที่ทิ้งศีรษะลงไปพิงกับพนักด้านหลังอย่างคนต้องการการพักผ่อน