ตอนที่ 3
ตอนที่ 3 ก็แค่หมาตัวหนึ่งที่ยังมีลมหายใจอยู่
September 29, 2026
ฉู่รั่วหลันหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที
ฉู่รั่วเหยียนหันไปมองฝูงชนอีกครั้ง สีหน้ายิ้มอย่างมีเลศนัยมองไปยังกลุ่มชาวบ้าน “ยังมีทุกท่านผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความโกรธแค้นทั้งหลาย...รั่วเหยียนกำลังกลัดกลุ้มอยู่พอดีว่าหากแต่งออกไปแล้วจะไม่มีใครคอยปรนนิบัติสามี ไม่สู้พวกท่านส่งบุตรสาวสุดที่รักหรือน้องสาวที่บ้านมาให้ข้าเล่า รั่วเหยียนรับรองว่าจะต้อนรับพวกนางในฐานะอนุภรรยาระดับสูงอย่างเท่าเทียมกันทุกคน พวกท่านเห็นว่าเป็นอย่างไร?”
เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์เงียบลงทันที
พูดอะไรเล่น บุรุษตระกูลเยี่ยนตายไปเกือบหมดแล้ว ที่เหลือก็มีแต่คนแก่กับเด็ก ใครจะยอมส่งลูกสาวในบ้านไปลำบากด้วยกัน?
ในดวงตาฉู่รั่วเหยียนมีแววเย้ยหยันวูบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขามว่า “อีกอย่าง รั่วเหยียนไม่เคยพูดเรื่องถอนหมั้น น้องหญิงสามไปได้ยินข่าวลือมาจากไหนก็ไม่รู้ หากเรื่องลามปามไปจนชื่อเสียงของรั่วเหยียนเสียหายยังถือเป็นเรื่องเล็ก แต่หากทำให้ฮ่องเต้ทรงเข้าใจผิดว่าตระกูลฉู่ของเรามีเจตนาแอบแฝงเป็นอื่น... ถึงตอนนั้น ต่อให้มีร้อยปากก็ยากจะแก้ตัว!'”
การแต่งงานระหว่างตระกูลเยี่ยนกับตระกูลฉู่ เป็นพระราชทานจากฮ่องเต้
ถ้าตระกูลฉู่คิดจะถอนหมั้นก่อนที่ฮ่องเต้จะมีรับสั่ง เท่ากับขัดพระราชประสงค์!
สีหน้าเสี่ยวเจียงซื่อซีดเผือด พอเห็นฉู่รั่วหลันยังทำท่าจะเถียง ก็ตบหน้านางไปหนึ่งฉาด “เจ้าหุบปาก! ห้ามพูดเรื่องหมั้นของพี่หญิงใหญ่อีก!”
ฉู่รั่วหลันน้ำตาคลอเบ้า มองท่านแม่ด้วยความไม่อยากเชื่อ
เสี่ยวเจียงซื่อกัดฟันไม่มองลูกสาว หันมายิ้มให้ฉู่รั่วเหยียนและชาวบ้าน “วันนี้จวนฉู่กั๋วกงดูแลบ้านไม่ดี ทำให้ทุกท่านได้เห็นเรื่องน่าอาย ขอเชิญแยกย้ายกันเถิดเจ้าค่ะ”
ชาวบ้านรอบข้างจึงแยกย้ายกันไปทีละคน
ฉู่รั่วเหยียนเองก็ไม่มีแรงจะต่อปากต่อคำกับสองแม่ลูกอีก ให้อวี้ลู่ประคองเข้าไปข้างใน
พอเข้าถึงเรือนผูถี เลือดก็ซึมออกมุมปาก
“คุณหนู!”
อวี้ลู่ตกใจ ฉู่รั่วเหยียนส่ายหน้า “ไม่เป็นไร โรคเดิม...”
ร่างกายของนางนั้นอ่อนแอมาแต่เล็ก มีภาวะร่างกายพร่องและธาตุความเย็นสะสมหนาแน่น ในสิบเดือนจะมีเสียเก้าเดือนที่ต้องใช้ชีวิตจมอยู่กับหม้อยา
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็พบหมอเก่ง ๆ มามาก ทุกคนก็พูดเหมือนกันหมดว่าโรคเรื้อรังนี้รักษายาก
อวี้ลู่ประคองนางไปนั่งบนเตียง “ทั้งฮูหยินกับคุณหนูสามก็รู้ว่าคุณหนูเพิ่งหายป่วย ยังจะให้ไปที่ประตูวัง แล้วยังมาดักรอที่หน้าประตูจวนอีก นี่มันเกินไปจริง ๆ!”
ฉู่รั่วเหยียนยิ้มบาง ๆ
เมื่อก่อนเสี่ยวเจียงซื่อก็อยากได้หมั้นนี้นัก หลายครั้งขอร้องให้ท่านพ่อยกลูกสาวตัวเองคือฉู่รั่วหลันไปแต่งแทน แต่ท่านพ่อไม่ยอม
ตอนนี้จะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร?
“ทางตระกูลเยี่ยนเป็นอย่างไรบ้าง?”
มือที่อวี้ลู่กำลังยกถ้วยน้ำชาอยู่ชะงักไป ก่อนจะถอนหายใจยาว “จะเป็นอย่างไรได้อีก เหล่าสตรีในจวนต่างก็ร้องไห้จนเป็นลมไปหลายคน ส่วนสะใภ้ห้าก็ถึงกับจะฆ่าตัวตายตาม ท้ายที่สุดทางบ้านเดิมก็พาตัวกลับไปก่อนแล้วเจ้าค่ะ”
ตระกูลเยี่ยนมีบุตรชายห้าคนบุตรีหนึ่งคน นอกจากเยี่ยนเจิงกับเยี่ยนเจาที่เหลือล้วนแต่งงานหมดแล้ว
สะใภ้ห้าเหยาซื่อ เป็นบุตรสาวสายตรงคนรองของแม่ทัพหู่เวย เพิ่งแต่งกับเยี่ยนอู่หลางได้แค่สองเดือน ก็มีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ฉู่รั่วเหยียนกดความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ถามต่อ “แล้วเหล่าไท่จวินเยี่ยนล่ะ? เนางเป็นอย่างไรบ้าง”
อวี้ลู่ขมวดคิ้วแน่น “วันที่ข่าวมาถึง เหล่าไท่จวินก็ล้มป่วยทันที หมอหลวงจากวังหลวงผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล ได้ยินว่าถึงกับเชิญอดีตหัวหน้าหมอหลวงมาด้วย... ข้างนอกลือกันว่าเหล่าไท่จวินอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้วเจ้าค่ะ”
หัวใจฉู่รั่วเหยียนจมดิ่งลงเรื่อย ๆ
ในฝัน ไม่นานหลังจากนั้น เหล่าไท่จวินเยี่ยนก็ป่วยหนัก ต้องการโสมป่าพันปีเพื่อรักษาชีวิต
แต่โสมป่ารากสุดท้ายของหุยชุนถังกลับถูกจวนหย่งติ้งป๋อซื้อไป และฮูหยินหย่งติ้งป๋อก็อ้างว่าซื่อจื่อป่วยหนัก ปฏิเสธไม่ยอมขายให้ตระกูลเยี่ยน
สุดท้ายเหล่าไท่จวินเยี่ยนก็เสียชีวิต ตระกูลเยี่ยนก็แตกสลาย...
นางอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น “อวี้ลู่ เจ้าไปเบิกเงินจากห้องบัญชีสองร้อยตำลึง ไปซื้อยาที่หุยชุนถังให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
พอได้ยินว่าจะซื้อยา อวี้ลู่ก็รีบถามด้วยความกังวล “คุณหนูไม่สบายอีกแล้วหรือเจ้าคะ?”
ฉู่รั่วเหยียนลูบมือนางปลอบ “ไม่ใช่ ข้ามีเหตุผลอื่น เจ้าซื้อมาเก็บไว้ก่อน”