ตอนที่ 185
ตอนที่ 185 ในใจมีสิ่งกีดขวาง
October 28, 2026
ตอนที่ 185 ในใจมีสิ่งกีดขวาง
“เจ้าน่าจะรู้ว่า การเป็นผู้หญิงของข้า เป็นตำแหน่งที่คนมากมายต้องการแต่กลับไม่อาจได้ ถ้าหากไปกับข้า ความแค้นของเจ้า ข้าก็สามารถแก้แค้นแทนได้ และยังเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายดายดั่งเป่าฝุ่น เป็นอย่างไร?” เขาพูดเย้ายวนข้อดีต่อ
ถ้าหากเขาเป็นคนของตำหนักจิ๊วซาจริง เธอก็เชื่อว่าเขามีความสามารถเช่นนั้น
แต่ว่าความแค้นของเธอ เธอจะต้องเป็นคนไปแก้แค้นเอง เธอไม่อยากจะเป็นคนอ่อนแอที่ได้แต่อาศัยหลบอยู่ข้างหลังผู้ชาย
เธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นมาถึงจะสามารถปกป้องตัวเอง และครอบครัวของเธอได้
“ขอโทษท่านจริงๆ ข้าทำได้เพียงปฏิเสธความปรารถนาดีของท่าน หวังว่าท่านจะสามารถพาข้ากลับไปส่งที่เดิมได้ ข้าควรจะกลับบ้านแล้ว ไม่อย่างนั้นสามีของข้าจะต้องเป็นห่วงแน่”
ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ได้โมโหอะไร เขาเพียงพูดออกมาเรียบๆ “หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็หวังว่าเจ้าจะทำการเลือกของเจ้าในวันนี้เอาไว้ หวังว่าหลังจากนี้ ทางที่ดีเจ้าอย่าได้มาขอร้องข้า”
ขอร้องอะไรเขา เธอเพียงหวังว่าจะไม่ต้องพบเจอเขาอีกเลย เพียงเท่านั้นเธอก็ขอบคุณฟ้าดินมากแล้ว
.......
หลังจากกลับมาถึงตำหนักแล้ว ในที่สุดจิตใจของจางอวี่โหร่วก็สงบลง
เมื่อเทียบกับห่อเครื่องเทศซื่อแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอไม่สงบใจก็คือที่มาของชายผู้นั้น
เธอพยายามที่จะลืมเลือนเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ทำไมอยู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีก
และเขาก็ยังมีสถานะที่น่ากลัวเช่นนั้น ถ้าหากเขาจะทำอะไรเธอจริง เดิมทีเธอก็ไม่อาจจะขัดขืนได้เลย
ตอนนี้เธอเพียงหวังว่าเขาจะสูงส่งพอ และไม่ถือสากับเรื่องนี้ เข้ามารุกล้ำชีวิตของเธออีก ส่วนเรื่องอื่น ตอนนี้เธอก็ไม่ได้ร้องขออะไรแล้ว
เมื่อกลับมาถึงห้อง เธอตั้งใจจะเข้าไปสงบใจสักหน่อย แต่เมื่อหันหน้ากลับไปกลับชนเข้ามาอ้อมอกของผู้หนึ่งในทันที
เมื่อเงยหน้าขึ้น และได้พบกับหน้ากากเขี้ยวหมาป่าทองแดงอันดุร้ายนั่น จางอวี่โหร่วก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือลังเลขึ้นมาดี
“เจ้าไปที่ไหนมาอีกเล่า ทำไมถึงเหงื่อออกมากมายเช่นนี้?” เขาเห็นท่าทางวุ่นวายของเธอก็รีบขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“ข้า......เพิ่งออกไปข้างนอกมารอบหนึ่ง อากาศไม่เลวเลย จึงพาเสี่ยวเฟิงออกไปเล่น” เธอพยายามที่จะทำให้ตัวเองสงบใจลง หลังจากนั้นก็ตอบกลับไป
“ที่แท้เป็นเช่นนี้ อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ระวังร้อนจนเป็นลมไปด้วย!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงเช่นนี้ของเขา ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเธอจะต้องรู้สึกว่าอบอุ่นยินดีภายในใจมากแน่ แต่ว่าตอนนี้เมื่อได้ยินแล้ว ในใจของเธอกลับสับสนไปหมด
เธอถอยหลังไปอีกก้าว หลังจากนั้นก็จ้องมองไปที่เขา “เหตุใดวันนี้ท่านจึงกลับเร็วเพียงนี้ ไม่ใช่ว่ามีเรื่องมากมายต้องไปจัดการหรือ?”
“ยุ่งมาก แต่ข้าคิดว่าหลายวันมานี้ ข้าละเลยเจ้าไป ข้ารู้สึกว่าจะปล่อยต่อไปไม่ได้ เมื่อมีเวลาว่างจึงรีบกลับมาอยู่กับเจ้า”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้
เพียงแต่ตอนนี้ในใจของจางอวี่โหร่วกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก เมื่อคิดไปถึงห่อผงเครื่องเทศซื่อที่ตกลงมาจากเสื้อผ้าของเขา เธอก็ถึงรู้สึกเย็นสันหลังขึ้นมา ไม่รู้ว่าควรจะเผชิญหน้าเขาด้วยอารมณ์จิตใจแบบใด
“ใช่แล้ว วันนี้เช้าตรู่ ข้านำเสื้อผ้าของท่านออกไป บ้างก็พึ่งแดด บ้างก็เอาไปซัก วางเอาไว้ในตู้ตลอดจะเกิดเชื้อราได้ เมื่อสวมใส่ก็จะไม่สบายตัว” ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ออกมา เธอก็มองไปที่ดวงตาของเขา อยากจะหาเบาะแสจากสายตาของเขาเสียหน่อย
นั่นเป็นของของเขา เขาควรจะรู้
คนเรานั้นถ้าหากถูกพูดความลับอะไรออกมาโดยไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน ก็จะต้องแสดงความวุ่นวายใจออกมาเล็กๆ มันคือสัญชาตญาณหนึ่ง
แต่ว่าเมื่อมองไปยังดวงตาของเขากลับผมว่าสายตาของเขานั้นสงบปกติเกินกว่าอะไร เดิมทีก็ไม่เห็นร่องรอยใด
“ดูเหมือนว่าข้าจะแต่งกับชายาที่ขยันทำงานเสียจริง ลำบากชายาแล้ว”
“แล้วก็มีชุดขุนนางตัวนั้นของท่านด้วย ไม่ได้สวมใส่มานานหลายวันแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจวางทิ้งไว้ตามใจได้ ข้าจัดการเก็บมันให้ดีแทนท่านแล้ว” จางอวี่โหร่วหลุบใบหน้าลงราบเรียบ หลังจากนั้นก็พูดขึ้น
“รับทราบ ในฐานะสามี ข้าจะจำเอาไว้ มีภรรยาที่ดีเช่นเจ้า ข้าก็ไม่ต้องคอยกังวลอะไรอีกแล้ว”
ทำอย่างไรดี ดูเหมือนว่าจะถามอะไรไม่ได้เลย หรือว่า......เครื่องเทศซื่อนั่นจะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา?
หรือว่าเย่นหลิงจะกลัวเธอสงสัยเขา ดังนั้นก็เลยจงใจวางแผนนี้ขึ้นมา? หรือบางทีอาจจะเป็นแผนการของผู้อื่น
แต่ว่าวิชาของเขาสูงส่งเพียงนั้น อีกทั้งยังประสาทเฉียบคมว่องไว ถ้าหากมีคนทำอะไรจริง เขาจะไม่รู้หรือ?
ในตอนนั้นใจของจางอวี่โหร่วนิ่งชาไปอีกครั้ง
อยู่ๆ เขาก็เดินเข้ามาใกล้เธอ และรั้งตัวเธอเข้าไปในอ้อมอก
“หืม? ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้มอบปิ่นปักผมหงส์ให้เจ้า แล้วเจ้าก็ประดับมันไว้บนหัวตลอดหรือ เหตุใดวันนี้จึงไม่เห็นแล้วเล่า?”
เขามองไปยังเรือนผมของเธอ ก่อนจะพบว่าปิ่นปักผมทองที่เด่นสะดุดตานั้นหายไปแล้ว หลังจากนั้นจึงถามออกมา
ปิ่นปักผมหงส์? สีหน้าของจางอวี่โหร่วเปลี่ยนไป เธอคิดขึ้นมาได้แล้ว ปิ่นปักผมหงส์นั้น......
ในตอนนั้นเธอถูกชายสมควรตายผู้นั้นทำให้ตกใจ และต้องการจะเอาความตายมาขู่ไม่ให้เขาทำอะไรแปลกๆ แต่ใครจะคิดว่าวิชาความสามารถของเขาจะน่ากลัวเช่นนั้น ถึงได้ทำให้ปิ่นปักผมทองของเธอกลายเป็นผุยผงทั้งที่ยังเว้นระยะห่าง
เมื่อเขาพูดขึ้นมาเช่นนี้ เธอก็คิดขึ้นมาได้ ปิ่นปักผมหงส์นั้นเป็นสิ่งที่เขาให้เธอมา
“เรื่องนี้ ข้า......”เธอไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากอธิบายเรื่องนี้กับเขาอย่างไร
ในตอนแรกเธอถูกช่วงชิงความบริสุทธิ์ไป แต่เขากลับยอมรับเธอโดยไม่ได้ละทิ้ง มองดูเธอราวกับสมบัติล้ำค่า ถ้าหากตอนนี้ปล่อยให้เขารู้ว่า วันนี้ตัวเองไปพบกับชายผู้นั้น และยังเกิดการปะทะกันเกิดขึ้น เขาคงจะต้องโกรธมากแน่
ตอนนี้ปัญหาที่ตัวเองสงสัยเขายังไม่แก้กระจ่าง แต่กลับถูกเขาสงสัยขึ้นมาอีก อยู่ๆ จางอวี่โหร่วก็รู้สึกว่าการไปสงสัยผู้อื่นนั้นไม่ใช่เรื่องดีเลย
“เจ้าออกไปเล่นมากมายจนทำหายหรือ? ไม่เป็นไร เดี๋ยวครั้งหน้าข้ามอบให้เจ้าใหม่ก็พอแล้ว!” เขาลูบเรือนผมของเธอด้วยความรักใคร่เอ็นดู แม้ว่าจะมองไม่เห็นสีหน้าของเขา แต่ว่าภายในแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น