ตอนที่ 192
ตอนที่ 192 ยอมรับความจริงไม่ได้
October 28, 2026
ตอนที่ 192 ยอมรับความจริงไม่ได้
“เจ้าพูดอะไร แรกเริ่มคนที่ช่วยชีวิตเจ้าคือจางไท่ซือ? เขาไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นคนที่พยายามจะฆ่าเจ้า ทำไมเขาถึงช่วยเจ้า?” ถึงแม้ว่าเขาจะเคยคิดเดาแบบนี้มาก่อนเขายังรู้สึกว่ารับไม่ค่อยได้บ้างเมื่อได้ยินเขาพูดแบบนี้ออกมา
จางไท่ซือเป็นคนดี แรกเริ่มแม้ว่าเขาได้รับคำสั่งให้ทำตาม แต่เขาก็กลับไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น กระทั่งยังพยายามแนะนำสั่งสอนสุดกำลัง หลังจากแนะนำไม่เป็นผลแล้ว เขาก็ได้แต่ทำในสิ่งที่เขาสามารถทำได้บางอย่างสุดความสามารถเท่านั้น ดังนั้น...”
ก่อนที่เขาจะจบคำพูดของเขา ก็ถูกเสียงเย็นชาเสียงหนึ่งขัดจังหวะขึ้นแล้ว
“หุบปาก แท้จริงเขาเป็นคนถ่อยต่ำต้อยที่น่ารังเกียจคนหนึ่ง เขาคิดว่าเขาทำแบบนี้ ก็จะสามารถชดเชยบาปกรรมความผิดที่เขาเคยก่อไว้ได้หรือ? ต่อให้ตายแล้วทิ้งเข้าไปในนรกชั้นที่สิบแปดก็ไม่มีวันได้ชดใช้หมดสิ้น”
ชายชราเห็นสภาพอารมณ์เขาจู่ ๆ เปลี่ยนเป็นพลุกพล่านแบบนี้ จึงตกใจมากอย่างเห็นได้ชัด
เดิมเขาถามเขาเรื่องเหล่านี้ ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สามารถเข้าใจได้ ตอนนี้เขายังจู่ ๆ กลายเป็นพลุกพล่านมากเช่นนี้ หรือว่าเขายังมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือ?
“ข้า...ก็แค่พูดความจริงออกมาเท่านั้น ในเมื่อเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครและรู้ตัวตนของข้า ตอนนี้ข้าบอกความจริงแก่เจ้า แต่เจ้ากลับไม่ยอมเชื่อ ข้าหลอกลวงเจ้ามีประโยชน์อันใดอีก? ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะความเมตตาของจางไท่ซือและความช่วยเหลือที่ได้รับจากเขามาหลายปีนี้ ข้าคงได้ตายไปนานแล้ว”
ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจจางไท่ซือผิดไปแล้วน่ะ
คาดว่าผู้ชายในชุดสีขาว ได้พบว่าอารมณ์ของตนดูเหมือนได้เผยออกมาชัดเจนมากเกินไปบ้าง ซึ่งก็ไม่ควรยิ่งแล้วจริง ๆ
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ไปคำ หลังจากนั้นกล่าวว่า “เจ้ายังรู้อะไรบอกทุกอย่างที่เจ้ารู้ทุกอย่างออกมาให้หมด”
แต่ตามปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเมื่อครู่ ชายชรามีการตัดสินใจคร่าวๆในจิตใจของเขาแล้ว
ดูเหมือนว่าเกี่ยวกับตำหนักจิ๊วซาเป็นพรรคกบฏในอดีตราชสำนัก กลับไม่ใช่เรื่องข่าวลือที่แพร่ออกมาโดยไม่มีมูลความจริง มิฉะนั้นจู่ ๆ เขาก็ถามเขาเรื่องเหล่านี้ทำไม?
“จางไท่ซือไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตข้าแล้ว แต่ยังช่วยขุนนางที่ใจดีมีความสุขกับการช่วยเกื้อกูลในเวลานั้นบ้าง คิดว่าคนเหล่านั้นก็ต้องเป็นเหมือนข้าปิดบังชื่อแซ่หายไปในโลกนี้แต่ยังใช้วิธีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันในอีกรูปแบบหนึ่งน่ะ”
ผู้ชายในชุดขาวไม่ฟังอีกต่อไปแล้ว เขาลุกขึ้นยืนทันที เค้าหน้าที่สวยงามที่สุดในเวลานี้เต็มไปด้วยชี่พิฆาตอันหนาวเหน็บ แววตาก็เย็นยะเยือกน่ากลัว
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดต่อไปแล้วต่อให้สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงเขาทำแบบนี้ ก็เพราะเขารู้สึกผิดละอายแก่ใจ คิดอยากได้ความปลอบประโลมใจเท่านั้น สถานภาพที่เขาอยู่ในตอนนี้ มาจากการเหยียบย่ำโลหิตของชาวแคว้นแย่มากมายเท่าไรที่ได้สั่งสมกองขึ้นมา คนแบบเขานี้ไม่สมควรที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ถ้าเจ้าเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์คนหนึ่ง ก็ต้องรู้ว่าตนเองไม่ควรเข้าร่วมกับโจรกบฏ”
ใช่ซิ สำหรับแคว้นแย่จางไท่ซือเป็นโจรกบฏจริงๆ
ครั้งแรกก็เป็นเขาร่วมมือกับฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์หนานหชู่ จึงได้นำไปสู่การล่มสลายของแคว้นแย่ ในใจเขาไหนเลยไม่โกรธแค้น?
เดิมคิดว่าเขามาวันนี้ ก็จะรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์บางอย่างแต่ไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขาได้รู้ในวันนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถยอมรับได้จริง ๆ อย่างสิ้นเชิง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาได้ตั้งข้อกล่าวหาแก่จางโม่เย้นแล้ว
เขาไม่เคยคิดว่าเขายังมีความเป็นมนุษย์อะไรอีกต่อไปเมื่อเขาเป็นโจรกบฏ คนทรยศร่วมมือกับศัตรูเป็นไส้ศึกหักหลังประเทศชาติ โทษสมควรตายหมื่นครั้ง
แต่คาดไม่ถึง เขาได้ช่วยชีวิตแพทย์หลวงหลี่ ยังได้รู้จากปากของเขาว่าเขาได้ช่วยชีวิตขุนนางที่สำคัญคนอื่น ๆ อีกหลายคน ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่เขาได้กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเขาถึงยอมรับไม่ได้
“เรื่องวันนี้ถ้าเจ้ากล้าแพร่งพรายต่อผู้อื่นแม้สักครึ่งคำไม่ว่าจะเป็นเจ้าหรือตระกูลจาง ข้าผู้เปี่ยมบารมีต้องให้เจ้าตายโดยไร้ที่ฝังศพ”
ทิ้งคำเตือนหนึ่งประโยคเช่นนี้ไว้ เงาร่างชุดขาวสง่างามก็ได้หายไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
ท่าทีสายตาของเขาเมื่อครู่นั้น ทำให้คนรู้สึกหนาวเหน็บเข้าไปถึงไขกระดูก ในเวลานี้เขาเป็นเหมือน “เทพสังหาร”ที่กุมความเป็นความตายของมนุษย์ทุกคนจริง ๆ
มองดูเงาหลังที่เขาจากไป ผู้เฒ่าได้แต่เพียงทอดถอนหายใจคราหนึ่ง
ตอนนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศหรือความโกรธแค้นของตระกูล นั่นล้วนเป็นสิ่งที่ผ่านไปนานแล้ว
บางทีเวลาสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้จริง ๆ แม้แต่สภาวะจิตใจอารมณ์ของมนุษย์