ตอนที่ 193
ตอนที่ 193 หัวเตียงตีกัน ปลายเตียงดีกัน
October 28, 2026
ตอนที่ 193 หัวเตียงตีกัน ปลายเตียงดีกัน
วันต่อมาเมื่อจางยวี่โหร่วตื่นขึ้นมา ความเจ็บปวดที่ส่งมาบนร่างทำให้นางขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ สูดอากาศเย็นกลับเข้าไปคำ
เพิ่งตื่นขึ้นมา จิตสำนึกของนางยังไม่ชัดเจนนัก แต่ความเจ็บปวดทางกายภาพได้เรียกให้สติสัมปชัญญะกลับมากว่าครึ่ง
ร่างกายของนางเจ็บปวดเมื่อยล้าราวกับถูกรถม้าคันหนึ่งแล่นทับผ่านไป ทั่วร่างไร้เรี่ยวแรงไปหมด เอวแทบหักแล้ว ความเจ็บปวดของการฉีกขาดที่ร่างท่อนล่างทำให้นางอดไม่ได้ต้องกัดฟันมุกไว้แน่น น้ำตาคลอในดวงตา
เตียงข้าง ๆ ได้เย็นยะเยือกไปนานแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาได้จากไปแต่เช้าตรู่แล้ว
สภาพจิตใจจางยวี่โหร่วในเวลานี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขเหมือนวันอื่น ๆ แต่เต็มไปด้วยความคับข้องใจอย่างชัดเจน
ฝันร้ายที่กวาดผ่านไปเมื่อคืน นางไม่ได้ยินดีที่จะกลับไปจดจำแต่นั่นกลับมิอาจสามารถลืมได้อย่างสิ้นเชิง
แม้ว่าเขาจะมีความคับข้องใจอะไร หรือประสบเรื่องที่อารมณ์ไม่ดีจริง เขาสามารถบอกนางได้ นางเป็นภรรยาของเขาสามารถเป็นเพื่อนช่วยเขาแก้ไขปัญหาใดๆ ทำไมเขาสามารถใช้วิธีดูถูกเช่นนั้นกระทำต่อนาง
หรือว่านางไม่ใช่คน คนหนึ่งเหรอ ? ยังเป็น...เพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้น สามารถนวดขยี้บิดทุบแบนกลมตามอำเภอใจ ไม่มีศักดิ์ศรีทั้งสิ้น?
จางยวี่โหร่วห่อตัวในผ้าห่มไว้แน่น น้ำตาหลั่งลงแผะ ๆ
เขาเมื่อคืนทำให้นางกลัวสุดขีด แปลกหน้าถึงที่สุด ถึงกับหัวใจแตกสลายสุดขีดแล้ว
“เสี่ยวเฟิง...”นางเพิ่งเริ่มตะโกนแต่กลับพบว่าหลอดเสียงแหบแห้งอย่างรุนแรง
เพราะเมื่อคืนนางเอาแต่ตะโกนให้เขาหยุดตลอด และขอร้องวิงวอนมาตลอด เขาล้วนไม่อิงนังขังขอบทั้งสิ้น ดังนั้นในที่สุดหลอดเสียงของนางก็ร้องจนแหบแห้งไปแล้ว
ผ่านไปสักพัก ประตูจึงได้ถูกเปิดออก แต่คนที่เข้ามาไม่ใช่เสี่ยวเฟิงแต่เป็นคนที่จางยวี่โหร่วไม่คิดจะเห็นมากที่สุดในเวลานี้
เขาเห็นนางได้ลืมตาแล้ว ก็เดินมาที่ข้างเตียง ในมือถือขวดยาขวดหนึ่ง หลังจากนั้นพยายามที่จะดึงผ้าห่มบนร่างของนาง
“เจ้าทำอะไร?”จางยวี่โหร่วผลักมือของเขาออกไปทันที ดึงผ้าห่มกลับมาห่อรอบ ๆตัวไว้แน่นเขา แววตาที่มองดูเขาเต็มไปด้วยความห่างเหินและการแจ้งเตือน
“เมื่อวานนี้ทำให้เจ้าบาดเจ็บแล้วใช่ไหม ให้ข้าดู ใส่ยาเล็กน้อยให้เจ้า”
เมื่อคืนเขาเองทำเรื่องบ้าบออะไรไปแล้ว ในใจเขาน่ารู้ได้ชัดเจนมาก ลำพังเพียงเห็นร่องรอยเขียวอมม่วงที่ลำคอซึ่งเผยให้เห็นจากภายนอก ก็เพียงพอที่จะบ่งบอกพฤติกรรมเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานของเขาเมื่อคืนแล้ว
“ไปให้พ้นอย่ามาแตะต้องตัวข้า!” จางยวี่โหร่วปัดมือของเขาออกไปอีกครั้งแต่คราวนี้น้ำตาของนางกลับร่วงผล็อยลงมาแล้วอย่างมิอาจฝืนไว้ได้
เขาอาศัยอะไร? หลังจากทำอย่างนี้กับนาง แล้วทำทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาพูดจากับนาง
เขารู้ไหมว่าเมื่อคืนกล่าวไปแล้วสำหรับนางที่แท้ได้รับการทำร้ายอย่างสาหัสแบบไหน?
ไม่ได้เป็นเพียงความเจ็บปวดทางร่างกายแต่ยังบาดเจ็บและความอัปยศอดสูด้านจิตวิญญาณ นางทุกข์ใจมากจริงๆตอนนี้
“เป็นอะไรแล้ว หรือเปิ่นหวังทำร้ายเจ้าจริงๆแล้วไม่สบายตรงไหน? ต้องเชิญแพทย์มาตรวจดูไหม?”
ยิ่งเขาเป็นแบบนี้จางยวี่โหร่วก็ยิ่งทนไม่ได้
เชิญแพทย์ ถ้าแพทย์มาจริงๆแล้ว รู้ว่าบาดแผลทั่วร่างนางนี้ที่แท้มาจากไหน เขามั่นใจไหมว่าใบหน้าของตนจะแขวนไว้ได้?
จางยวี่โหร่วไม่รู้ว่าตนเองกำลังโกรธอะไร เพียงแต่หัวใจนางบาดเจ็บมาก ๆ จริงๆ
นางไม่พูดจา เขาก็ไม่คิดจะพูดเรื่องไร้สาระกับนาง เดินขึ้นมาฝืนบังคับดึงผ้าห่มออกจากร่างของนางโดยตรงให้ร่างซึ่งมีผิวขาวผ่องราวหิมะกระจ่างใสเปิดเผยในอากาศ
เพียงแต่บนผิวนุ่มขาวนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยของเขียวอมม่วง ดูไปแล้วสะดุดตาน่ากลัว สยดสยองทนดูไม่ได้ นั่นล้วนเป็น “ผลงานชิ้นเอก” ของเขาเมื่อคืน
เขาเพียงจำได้ว่าเมื่อคืนเขาได้สูญเสียสติสัมปชัญญะไปแล้วบ้าง แต่เขากลับไม่เคยคิดว่าจะร้ายแรงขนาดนี้