ตอนที่ 211
ตอนที่ 211 เลือกราชบุตรเขยให้องค์หญิง
October 28, 2026
ตอนที่ 211 เลือกราชบุตรเขยให้องค์หญิง
“ช่วยได้แค่ตอนนี้ ช่วยไม่ได้ตลอดทั้งชีวิต ในตอนนี้ที่นี่ก็มีแค่พวกเราสองคนนายบ่าว ข้าจะคาดหวังใครได้อีกล่ะ?”
จะว่าไปก็จริงอยู่ ก่อนที่พวกนางจะมา ก็ได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว
แคว้นเหลียงเป็นแคว้นที่พละกำลังอ่อนแอมากที่สุดในแคว้นทั้งสี่ แทบจะไม่มีความสามารถในการเจรจาอะไรเลยแม้แต่น้อย ฉะนั้นเสด็จพ่อส่งนางออกมา ก็ไม่ได้คาดหวังให้นางสามารถกลับไปได้ โดยพื้นฐานก็คือนางถูกสละทิ้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“องค์หญิง พระองค์อย่าทรงคิดเช่นนี้สิเพคะ! ฟ้าย่อมมีทางออกให้คนเราเสมอ พระองค์ทรงดูสิเพคะ หลังจากที่พวกเรามาแล้ว ไม่ใช่ว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากมายขึ้นหรอกหรือเพคะ?หม่อมฉันว่าอ๋องชิงผินกับพระชายาชิงผินของเขานั่นต่างก็ไม่ใช่คนธรรมดา หนานหชู่แต่เดิมก็มีปัญหากับพวกเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นถึงแม้ว่าจะทะเลาะกันขึ้นมา ก็เป็นสงครามระหว่างพวกเขา ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราเสียหน่อย พวกเราสามารถถอนตัวออกมาจากเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอนเพคะ” พูดมาถึงตรงนี้ จูเอ๋อหยุดไปสักพัก จากนั้นก็เอ่ยต่อว่า “องค์หญิงเพคะ ต่อไปอย่างไรเสียพวกเราทำอะไรสำเร็จแล้วก็อยู่เงียบๆไว้จะดีกว่า ในวันนั้นหากพระองค์ไม่ทรงช่วยพวกเขาเอ่ยปากแล้วล่ะก็ เช่นนั้นองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเย่นก็คงไม่ทรงพุ่งเป้ามาถึงพระองค์หรอกเพคะ”
ก่อนที่พวกนางใกล้จะออกเดินทาง ฮ่องเต้ทรงกำชับนักกำชับหนาว่าให้พวกนางเพียงแค่ดูแลตนเอง หากสามารถไม่ยุแหย่ให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ก็พยายามอย่าได้ไปยุแหย่
ดังนั้นการแสดงออกขององค์หญิงในวันนั้น ทำให้นางตกใจและไม่สามารถที่จะยอมรับได้เป็นอย่างยิ่ง
ทว่าในเมื่อตอนนี้เรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ ต่อไปพยายามหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุดก็พอแล้ว อีกหน่อยพวกนางพยายามอยู่ในตำหนักรับรองนี้ ไม่ออกไปข้างนอกได้ก็พยายามไม่ต้องออกไป คงจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นแล้วกระมัง
“ไม่ เจ้าไม่เข้าใจ เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเลยแม้แต่น้อย เจ้าลองคิดดู หลายปีมานี้ พวกเขาสามแคว้นสู้รบกันอย่างเอาเป็นเอาตายแต่ไหนแต่ไรไม่เคยพัวพันมาถึงแคว้นเหลียง คราวนี้อยู่ๆทำไมถึงดึงแคว้นเหลียงเข้ามาพัวพันด้วยล่ะ? จูเอ๋อ พวกเราไม่สามารถอะไรก็นั่งรอความตาย ไม่เช่นนั้นถึงเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เกิดขึ้น อะไรก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว”
จูเอ๋อเป็นเพียงแค่สาวรับใช้คนหนึ่งก็เท่านั้น นางจะไปรู้อะไรมากมายขนาดนั้นที่ไหนกันล่ะ?
นางเพียงแค่รู้ว่าตั้งแต่เล็กนางก็คอยรับใช้อยู่ข้างกายองค์หญิง องค์หญิงทรงฉลาดหลักแหลม ในเมื่อพระองค์ทรงตรัสถึงเพียงนี้ เช่นนั้นก็จะต้องมีเหตุมีผลอย่างแน่นอน
อีกอย่างพวกนางต่างก็รับรู้เป็นอย่างดีว่า กษัตริย์แคว้นเหลียงในตอนนี้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างไม่มีขอบเขต ขุนนางมากมายตักเตือนทัดทานด้วยความจริงใจกลับถูกลงโทษ แม้แต่องค์หญิงเองก็ไม่มีหนทางพูดโน้มน้าวใจเขาได้
องค์หญิงทรงคิดตลอดเวลาที่จะช่วยแคว้นเหลียงให้รอดพ้น ทำให้แคว้นเหลียงเปลี่ยนแปลงหนทางก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง เสียดายเพียงนางเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง แสดงบทบาทอะไรออกมามากไม่ไหว
เพียงแต่จูเอ๋ออยู่ๆก็เปลี่ยนมุมมองความคิด จากนั้นก็เกิดแผนการขึ้นมาในใจ
“ยังมีอีกวิธีหนึ่งเพคะ พวกเราไม่ใช่ว่ามาเจรจาสงบศึกหรอกหรือเพคะ? ถ้าเช่นนั้นการอภิเษกสมรสขององค์หญิงจะต้องทรงคิดใคร่ครวญให้ดีๆ หาราชบุตรเขยที่ฉลาดหลักแหลมมีความสามารถ ปัญหาทุกอย่างก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไปหมดได้อย่างง่ายดายแล้วหรือเพคะ? ถึงเวลานั้นองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเย่นก็ไม่สามารถมาตามตื๊อพระองค์ได้อีกต่อไป”
ไป๋หลิงกวงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายศีรษะ “อย่าไร้เดียงสานักเลย จะมีใครกล้าไปล่วงเกินคนของแคว้นเย่นเพื่อข้ากันล่ะ? นี่เป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้เลยสักนิด”
สาวน้อยดวงตาเปล่งประกายขึ้น จากนั้นก็พูดออกมาโดยไม่ได้ไตร่ตรองยั้งคิดว่า “มีสิเพคะ ก็อ๋องชิงผินไงล่ะเพคะ พระองค์ทรงดูสิเพคะว่าวันนั้นเขากล้าหาญมากแค่ไหน เขาช่วยชีวิตพระองค์ภายใต้สายตาจ้องมองของผู้คน องค์ชายใหญ่แห่งแคว้นเย่นนั่นก็ถูกเขาสยบ ตกใจจนไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาสักประโยค ไม่เสียกับฉายา “เทพสงคราม” สุดยอดมากจริงๆ”
อ๋องชิงผิน!
ได้ยินคำสามคำนี้ ไป๋หลิงกวงรู้สึกเพียงแค่ในใจของตนเองราวกับถูกอะไรหนักๆตีเข้ามาอย่างแรง
ใต้แขนเสื้อ นิ้วมือของนางกำเข้าหากันแน่น
นางใช้กำลังทั้งหมดในการปกปิดความวุ่นวายที่อยู่ในใจเอาไว้ ให้ตนเองสงบลงมา จากนั้นก็เอ่ยขึ้นอย่างนิ่งๆว่า “เขาได้แต่งภรรยาแล้ว หญิงชุดขาวที่ออกหน้ามาช่วยพวกเราในวันนั้นก็คือพระชายาของเขา เจ้าเอาความคิดนี้ไปลงที่เขาได้อย่างไรกัน?”
จูเอ๋อกลับค่อนข้างไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น “นี่จะทำไมกันเพคะ ผู้ชายมีภรรยามากมายไม่ใช่เรื่องที่แสนจะปกติหรอกหรือเพคะ? หรือจะมีชายคนไหนที่ตลอดทั้งชีวิตหลงรักผู้หญิงเพียงแค่คนเดียว นี่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอกเพคะ อีกทั้งตอนที่อ๋องชิงผินออกตัวช่วยองค์หญิงในวันนั้น เห็นได้ชัดว่ามีทีท่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน ไม่แน่ว่าเขาก็ทรงชอบองค์หญิงขึ้นมาแล้วเหมือนกันก็ได้นะเพคะ”
ในแคว้นเหลียง สถานะของเพศหญิงต้อยต่ำมาก จูเอ๋อติดตามไป๋หลิงกวงอยู่ในวังหลวงตั้งแต่เด็ก เห็นเรื่องแบบนี้จนชินตามาตั้งนานแล้ว ฉะนั้นไม่แปลกที่นางจะพูดคำพูดเช่นนี้ออกมาได้
“หยุดปาก ต่อไปห้ามเอ่ยคำพูดเช่นนี้อีก เขาและพระชายาของเขามีความรักหวานซึ้ง ทั้งสองฝ่ายต่างมีใจที่ตรงกัน อีกทั้งพวกเขาต่างก็ออกตัวมาช่วยพวกเรา หากข้าแทรกตัวเข้าไปในความสัมพันธ์ของพวกเขา เช่นนั้นข้าจะกลายเป็นคนประเภทไหนกัน?”
เพียงแต่ ตอนที่เอ่ยประโยคนี้ออกไป นางกลับรู้สึกว่าหัวใจของนางกำลังแอบรู้สึกเจ็บปวด
นึกถึงวันนั้นที่เขาลงมือช่วยชีวิตนาง ใจของนางก็เต้นผิดจังหวะแล้ว
ฝ่ามือของเขาอบอุ่นขนาดนั้น อ้อมอกของเขาให้ความรู้สึกปลอดภัยมากมายถึงเพียงนั้น นางปรารถนามากแค่ไหนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะสามารถหยุดลงเอาไว้เพียงแค่นี้ แต่เมื่อนางเห็นเขาที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้เพราะผู้หญิงอีกคนหนึ่ง นางก็รู้ตัวแล้วว่าทุกอย่างได้จบลงแล้ว
บนโลกใบนี้อะไรก็สามารถฝืนบังคับกันได้ แต่มีแค่ความรู้สึกเพียงอย่างเดียวก็เท่านั้น ทั้งๆที่นางต่างหากที่เป็นคนนั้นที่ได้รับโอกาสก่อน เหตุใดตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองแพ้ย่อยยับกันล่ะ?
จูเอ๋อยังคิดอยากจะพูดอะไรอีกหน่อย แต่เห็นสีหน้าของนางในตอนนี้ ก็ทำได้เพียงหยุดปากอย่างไม่เต็มใจ
นอกจากอ๋องชิงผิน ตอนนี้นางก็คิดไม่ออกแล้วว่ายังมีทางออกอะไรอื่นอีก หากพวกนางไปถึงสถานการณ์ที่จนตรอก จะไปร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้อีก?
……
ณ ศาลาที่พักขนาดเล็ก
อารมณ์ของจางยวี่โหร่วแทบจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรจาก “แขกที่ไม่ได้รับเชิญ” เหล่านั้น