ตอนที่ 212
ตอนที่ 212 เกลียดเพราะรัก บ้าเพราะรัก
October 28, 2026
ตอนที่ 212 เกลียดเพราะรัก บ้าเพราะรัก
แม้ว่าหลังจากนั้นนางจะคิดมาตลอดว่า ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นเช่นไร อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ยังคงทำการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อนาง นางก็ไม่ควรจะไปจู้จี้จุกจิกเรื่องต่างๆมากมายขนาดนั้น
ทว่า มองเห็นสายตาที่โกรธแค้นของเย่นอิ่งในเวลานี้ ได้ยินนางพูดว่าพวกเขารู้จักกันมาสิบกว่าปี ถ้าเป็นเช่นนี้ อยู่ๆนางก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นผิวเผินมาก
จะว่าไป พรหมลิขิตระหว่างพวกเขา ก็เพียงแค่ไม่กี่เดือนเท่านั้นจริงๆ
ดูแล้วในความสัมพันธ์สิบกว่าปีของพวกเขา ก่อนหน้านี้เขาสามารถมองข้ามความผิดทั้งหมดที่เย่นอิ่งได้ทำไว้มาตลอด นี่แสดงให้เห็นว่า...เขาก็มีความใจอ่อนและทนไม่ได้ต่อเย่นอิ่งอยู่มากเหมือนกันจริงๆ
อารมณ์ของจางยวี่โหร่ว ก็ได้รับผลกระทบไปอย่างง่ายดายเช่นนี้เอง ทว่า นางจะไม่ยอมให้เย่นอิ่งมองเห็นอะไรออกโดยเด็ดขาด นางไม่อาจจะให้ใครก็ตามมองเห็นความอ่อนแอของนางได้
“ดี ในเมื่อเจ้าไม่ไป เช่นนั้นก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เตือน เจ้านึกว่า เจ้าพูดเรื่องเหล่านี้ก็จะสามารถส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราได้อย่างง่ายดายอย่างงั้นรึ? เจ้าผิดแล้ว ต่อให้เจ้าพูดเยอะกว่านี้ ในสายตาของข้าก็เป็นเพียงแค่ตัวตลกที่กระโดดไปมาสร้างความวุ่นวายก็เท่านั้น เจ้าริษยาที่ข้าได้ในสิ่งที่เจ้าไม่ได้รับ ดังนั้นเจ้าจึงได้เปลี่ยนเป็นหัวรุนแรง ขี้โมโหเช่นนี้ ข้าไม่มีทางที่จะเชื่อเจ้า และก็ยังรู้สึกสงสารเจ้ามากอีกด้วย เพื่อความสัมพันธ์ที่ตลอดชีวิตก็ไม่มีทางจะได้รับ ทำให้ตัวเองอนาถจนเหมือนคนก็ไม่ใช่คน ผีก็ไม่ใช่ผี เจ้าคิดว่าเจ้าคู่ควรที่จะกลายเป็นคู่แข่งของข้าอย่างนั้นรึ? ข้าไม่เคยที่จะเห็นคุณค่าในตัวของเจ้ามาก่อน”
ดูแล้วคำพูดของเสี่ยวเฟิงเมื่อสักครู่นี้ยังไม่สามารถทำให้เย่นอิ่งยอมรับถึงความดุเดือด จำเป็นจะต้องบังคับให้นางออกโรงด้วยตัวเอง
ตอนนี้ดีล่ะ นางเสียหน้า ความทะนงตนเอย ความหยิ่งในศักดิ์ศรีได้แตกละเอียดกระจายเต็มพื้นในที่สุด
เย่นอิ่งจะสามารถทนต่อการโจมตีนี้ได้อย่างไรกัน สายตาที่นางมองจางยวี่โหร่วได้เต็มไปด้วยจิตสังหาร มีดสั้นเล่มหนึ่งสะท้อนออกมาจากในแขนเสื้อในทันที นางจะฆ่านาง และยังจะตัดลิ้นของนาง ดูว่านางจะยังกล้าปากเก่งเช่นนี้อีกหรือไม่
ร่างกายได้ทำการเคลื่อนไหวไปก่อนหนึ่งก้าว นางพุ่งตรงไปทางจางยวี่โหร่วในทันที
จะว่าไปสุดท้าย นางก็เป็นเพียงแค่คนใช้คนหนึ่งก็เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะกล้าลงไม้ลงมือต่อหน้าพระชายาผู้น่าเกรงขาม นางช่างไม่อยากจะเอาชีวิตแล้วจริงๆ
เสี่ยวเฟิงรีบเข้าไปกันที่ด้านหน้าของจางยวี่โหร่ว ตะโกนด้วยความโมโหสุดขีดว่า “เจ้าคิดจะทำอะไร นี่เป็นถึงพระชายา หากเจ้าทำร้ายพระองค์ ท่านอ๋องไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ๆ”
“เจ้าหลีกไปเดี๋ยวนี้!” เย่นอิ่งผลักเสี่ยวเฟิงออกไปอีกทางหนึ่ง ต้องการที่จะลงมือกับจางยวี่โหร่ว
แต่นางลืมไปนานแล้วว่า นางได้ถูกถอนวรยุทธ์ออกแล้ว ตอนนี้ร่างกายไม่ต่างไปจากคนปกติ นางคิดว่าตัวเองยังสามารถเป็นเหมือนเมื่อก่อนคิดอยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้นหรือ?
ต่อให้นางจะยังมีพื้นฐานวรยุทธ์ ทว่าตอนนี้นางเพียงแค่คนเดียว แต่ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีสองคน จะให้พูดอย่างไรนางก็ใช้วิธีการเอาเปรียบอะไรไม่ได้
จางยวี่โหร่วก็ไม่อยากที่จะเกรงใจกับนาง เย่นอิ่งจู่โจมเข้ามา จางยวี่โหร่วก็จับข้อมือของนางอย่างแน่นหนาในทันที จากนั้นก็ผลักนางลงบนพื้น เสี่ยวเฟิงก็เข้ามาแย่งมีดสั้นที่ตกลงบนพื้นเล่มนั้นไปอย่างฉลาดเฉียบแหลม แล้วโยนทิ้งไปในทะเลสาบด้านล่างภูเขาจำลอง ทำให้นางไม่สามารถทำร้ายใครได้อีก
“พอแล้ว เจ้านี่มันคนบ้า ข้าปล่อยเจ้าไปเพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเจ้า แต่หากเจ้ายังหาเรื่องใส่ตัวอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอย่างแน่นอน”
เย่นอิ่งพุ่งเป้ามาที่นางหลายต่อหลายครั้ง ก่อนหน้านี้นางเห็นแก่หน้าของหันยี่ฉี ต่อมาก็ยังเห็นแก่เย่นหลินที่ยอมรับความผิดแทนนางเพราะความสัมพันธ์พี่น้องที่มีต่อนาง นางจะไม่รู้เลยเชียวหรือว่าคนที่คิดอยากจะทำร้ายนางจริงๆมาตลอดนั้นเป็นใคร?
“ฮ่าๆ...ฮ่าๆๆๆๆๆๆ คิดไม่ถึงว่าข้าเย่นอิ่งจะตกลงมาถึงจุดนี้ ผู้หญิงที่ข้าเกลียดมากที่สุดอยู่ต่อหน้าข้านี่เอง ข้ากลับแม้แต่จะสังหารนางก็ทำไม่ได้” นางแทบจะหัวเราะออกมาจนน้ำตาจะไหล สายตาที่มองจางยวี่โหร่วนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดจนเข้ากระดูกดำ
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นวิญญาณอาฆาตทั้งเจ็ดของวังแห่งนี้ที่ก่อนหน้านี้ได้ตายไปอย่างนั้นหรือ? เจ้าได้ฆ่าคนไปตั้งมากมายขนาดนั้น จะไม่มีความละอายใจเลยเชียวหรือ กลางคืนนอนฝันไม่ฝันถึงคนที่ถูกเจ้าฆ่าตายเหล่านั้นกลายเป็นวิญญาณอาฆาตมาหาเจ้าเพื่อเอาชีวิต? พวกนางต่างเป็นแค่เพียงหญิงสาวที่บริสุทธิ์ก็เท่านั้น ชีวิตที่เบ่งบานราวกับดอกไม้กลับถูกทำลายในมือของเจ้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรลิดรอนชีวิตของพวกนาง? หากเจ้าคิดว่าข้าจะจัดการได้ง่ายเหมือนพวกนางเหล่านั้น เจ้าก็ผิดมหันต์แล้ว! ”
เย่นอิ่งเบิกตาโพลงขึ้นในทันที มองนางอย่างไม่กล้าที่จะเชื่อ “อะไรกัน เจ้ารู้หมดแล้ว? เป็นใครที่บอกกับเจ้า ท่านอ๋อง? หรือพี่ชายข้า?”
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ว่าเป็นความลับหรอกหรือ จางยวี่โหร่วเจ้าหัวขโมยนี่รู้ได้ยังไงกัน?
“หากข้าไม่เข้าใจในจุดนี้ ข้าจะยังสามารถมายืนอยู่ที่นี่อย่างสบายอกสบายใจหรือ? ได้ถูกเจ้าฆ่าตายโดยไม่มีใครรับรู้ไปนานแล้ว!”
หลังจากที่นางเริ่มรับรู้เกี่ยวกับคำเล่าลือเรื่องดวงกินเมียของหันยี่ฉี ก็มั่นใจได้ว่าเรื่องนี้มีบางอย่างที่น่าสงสัย
ต่อมานางได้พบกับเย่นอิ่ง เห็นความเป็นปรปักษ์อย่างรุนแรงที่เย่นอิ่งแสดงออกต่อนาง ก็ได้สงสัยในตัวนางไว้แล้ว
สามารถพอเริ่มลงมือทำก็ทำจนถึงที่สุดกำจัดผู้หญิงเหล่านั้นด้วยวิธีการที่โหดร้ายทารุณ นอกจากนางแล้วแทบจะหาคนที่สองที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ไม่เจอ
ต่อหน้าหันยี่ฉี เย่นอิ่งยังกล้าถือดาบชี้มาทางนาง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวิธีการที่นางใช้ในที่ลับเลย
เย่นอิ่งคลานขึ้นมาจากพื้น ร่างกายที่โกรธจัดกำลังสั่นไม่ยอมหยุด
ไม่ได้ นางจะยอมปล่อยไปเช่นนี้ไม่ได้ นางไม่ยอมอัปยศอดสูตกระกำลำบากเช่นนี้ต่อหน้าศัตรูหัวใจของตัวเองโดยเด็ดขาด ทว่านางควรคิดวิธีการอะไรให้ชนะกลับมาล่ะ?
ตอนนี้นางได้โกรธจนสูญเสียสติไปหมดแล้ว ฉะนั้นนางไม่มีกำลังที่จะไปสนใจแผนการใหญ่ สนใจการแก้แค้นกอบกู้เอกราชคืนมาอะไร ตอนนี้สิ่งเดียวที่นางอยากทำมากที่สุดก็คือต้องทำให้จางยวี่โหร่วสิ้นหวัง ใจสลายก็เท่านั้น!
“หึ...เจ้าฉลาดจริงๆ แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เจ้ากลับได้ทำความผิดพลาดที่น่าตลกมากที่สุดในโลก พอวันหนึ่งเจ้าได้ค้นพบว่าคนที่เจ้ารักนั้นจากไปจากเจ้า ความรักความผูกพันทั้งหมดล้วนกลายเป็นเงาอันเลื่อนลอย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องโกหก ถึงเวลานั้นเจ้าก็คือเรื่องตลกที่น่าตลกมากที่สุดในโลก”