ตอนที่ 215
ตอนที่ 215 ส่งมอบความเชื่อใจ
October 28, 2026
ตอนที่ 215 ส่งมอบความเชื่อใจ
เสี่ยวเฟิงปีนี้อายุสิบสี่แล้ว เป็นสาววัยแรกแย้มพอดี
อาศัยสถานะของคนที่เคยผ่านมา สัญชาตญาณของจางยวี่โหร่วไวต่อความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น
เสี่ยวเฟิงคงจะไม่ได้...ชอบเย่นหลินเข้าแล้วกระมัง?
ความคิดนี้ แม้ว่าจะทำให้นางตกใจจนทำอะไรไม่ถูกจริงๆ แต่กลับไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
แต่ไหนแต่ไรมาเสี่ยวเฟิงล้วนตั้งใจทำภาระหน้าที่ที่พึงกระทำมาตลอด ไม่เคยมีการตอบสนองที่แปลกไปจากปกติเช่นนี้มาก่อน หากเป็นเพราะเย่นหลินจึงทำให้เปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้จริงๆ เช่นนั้นก็คือไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแล้ว
เจ้าเด็กคนนี้อายุยังน้อย ในโลกของความรู้สึกว่างเปล่าไปหมด นางจะสามารถเห็นความรู้สึกของตัวเองได้อย่างชัดเจนหรือ?
บางที นางอาจจะไม่ค้นพบจุดนี้เลยแม้แต่น้อยกระมัง
เสี่ยงเฟิงโตมาด้วยกันกับนาง ในใจของนางก็ถือว่านางเป็นน้องสาวของตนเองตั้งนานแล้ว ความสุขชั่วชีวิตของเสี่ยวเฟิง ก็เป็นเรื่องที่นางเอาใจใส่เป็นอย่างยิ่ง
นึกถึงชาติก่อนที่เสี่ยวเฟิงได้รับความทรมานเพื่อนาง สุดท้ายยังตกสู่จุดจบอันน่าเวทนา ถูกโบยจนถึงแก่ความตาย นางก็สาบานว่า ชาตินี้นางจะต้องดูแลปกป้องเสี่ยวเฟิงให้ดี หาคนที่สามารถดูแลปกป้องนางให้ดีได้ให้กับนาง ใช้ชีวิตอย่างสงบและมีความสุขตลอดทั้งชีวิต
หากคนนี้คือเย่นหลินล่ะก็ นางกลับไม่รู้สึกว่าเป็นคนรักในอุดมคติ
ยังไม่พูดถึงบุญคุณความแค้นระหว่างเย่นหลินกับพวกนาง พูดถึงนิสัยส่วนตัวของเขาเพียงอย่างเดียว เขาเย็นชา โดดเดี่ยวและถือดีมากเกินไป ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย และยังไม่รู้อะไรเรียกว่าความอ่อนโยนและความรักใคร่เอ็นดู เสี่ยวเฟิงอยู่กับเขาจะไม่ได้รับความทุกข์ทรมานหรอกหรือ?
ทว่าหากเสี่ยวเฟิงชอบ เช่นนั้นก็เป็นสองสถานการณ์ที่นอกเหนือจากทฤษฎี นางก็ไม่ขัดขวางเช่นเดียวกัน
เพียงแต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเย่นหลินกับพวกนางนั้นตึงเครียดเป็นอย่างมาก กลัวเพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างนี้จะไม่ใช่เรื่องที่ราบรื่นถึงเพียงนั้นน่ะสิ!
แม้ว่านางจะดูความในใจของเสี่ยวเฟิงออก ทว่ากลับยังไม่รู้ว่าเย่นหลินคิดยังไงกันแน่
จางยวี่โหร่วเดินขึ้นไปข้างหน้า ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดหยาดน้ำตาบนใบหน้าของนางเบาๆ จากนั้นก็พูดปลอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“เสี่ยวเฟิง ตอนนี้เจ้าต่างก็เป็นสาวแล้ว เรื่องบางเรื่องบางที่เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจ ข้าเองก็ควรจะบอกเจ้าให้เร็วกว่านี้ ไม่ต้องไปเสียกำลังกายและใจ และความรู้สึกให้กับคนที่ไม่คู่ควร แต่หากเจ้าได้กำหนดชัดเจนแล้ว เช่นนั้นก็ควรเปิดใจไปตามหาความสุขของตัวเอง อย่างนี้ถึงจะไม่เหลือความเสียดายทิ้งเอาไว้”
เสี่ยวเฟิงมองไปที่นางด้วยดวงตาที่พร่าเลือนไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาแสดงถึงความสงสัยและไม่เข้าใจอย่างชัดเจน
ไม่ใช่ว่านางไม่อยากให้คุณหนูรับรู้ว่าเมื่อครู่นี้นางไปที่ไหน เกิดเรื่องอะไรขึ้น เพียงแต่นางรู้สึกว่าพฤติกรรมเมื่อครู่นี้ของตนเองน่าอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง หากพูดออกไปจะต้องทำให้คุณหนูกังวลพระทัยอย่างแน่นอน
ทว่าตอนนี้ สำหรับคำเตือนของนาง เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเฟิงกลับฟังไม่เข้าใจ
“คุณหนู พระองค์กำลังทรงพูดอะไรเพคะ?”
“ข้าถามเจ้า เมื่อครู่นี้เจ้า...ไปหาเย่นหลินมาใช่หรือไม่ เจ้าร้องไห้ขนาดนี้ก็เป็นเพราะเขาใช่หรือไม่?”
เสี่ยวเฟิงจ้องมองไปที่ดวงตาของนาง ใบหน้าถูกเขียนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ราวกับกำลังพูดว่า พระองค์ทรงรู้ได้อย่างไรเพคะ
ในใจของจางยวี่โหร่วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เจ้าเด็กคนนี้ อะไรก็เขียนไว้บนใบหน้าหมด นางจะยังไม่รู้ได้อีกหรือ?
“คุณหนู ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉัน...หม่อมฉันก็แค่รู้สึกว่าเย่นอิ่งนั่นช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน อยากไปหาพวกเขาก็เท่านั้นเอง พวกเขาสองพี่น้องเป็นคนน่ารังเกียจเหมือนกันทั้งคู่ ต่อไปหม่อมฉันจะไม่ไปอีกแล้วเพคะ”
นางนึกว่าจางยวี่โหร่วต้องการที่จะตำหนินาง จึงก้มศีรษะลงด้วยความรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง