ตอนที่ 216
ตอนที่ 216 หึงแล้วล่ะสิ
October 28, 2026
ตอนที่ 216 หึงแล้วล่ะสิ
สำหรับการมาของจางยวี่โหร่ว ทุกคนในบ้านตระกูลจางต่างก็ปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง
แม้จะบอกว่าลูกสาวที่แต่งออก ก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป ทว่าไม่ว่าอย่างไรตั้งแต่เล็กจนโตจางยวี่โหร่วก็ยังเป็นหัวแก้วหัวแหวานที่พวกเขาประคับประคองเอาไว้ในมือด้วยความรัก นางแต่งงานออกไป พวกเขารู้สึกทำใจไม่ได้จริงๆ
แต่รู้ว่าพระสวามีของนางดีต่อนางมาก และนางก็สามารถกลับมาเยี่ยมที่บ้านได้บ่อยๆ พวกเขาก็รู้สึกยินดีและสบายใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว
หลังจากที่จางยวี่โหร่วเข้าประตูไป ก็ไม่ได้สนใจที่จะทักทายพ่อแม่ญาติมิตรเลยแม้แต่น้อย ถามหาท่านปู่จางไท่ซือว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนในทันที หลังจากที่รู้ว่าท่านอยู่ในห้องหนังสือก็รีบไปที่นั่นในทันที
เห็นได้อย่างชัดเจนมากว่า นางกลับมาในครั้งนี้ ก็เพื่อมาหาท่านปู่ของนางโดยเฉพาะ
จางไท่ซือแม้ว่าจะอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่เรี่ยวแรงกลับยังดีมาก ยามว่างเขาก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ
บนชั้นหนังสือในห้องหนังสือของเขาวางเต็มไปด้วยหนังสือต่างๆมากมายหลายชนิด เป็นการรวบรวมขึ้นมาจากเลือดเนื้อและจิตใจของผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการสาขาต่างๆตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
ในนั้นยังมีหนังสืออันมีค่าและหายากอยู่หลายเล่ม ที่แม้แต่หอหนังสือในวังหลวงก็ยังไม่แน่ว่าจะเทียบกับที่นี่ได้เลยแม้แต่น้อย
ฉะนั้นเวลาที่ไม่มีเรื่องอะไร เขาก็ชอบไปอ่านหนังสือเหล่านั้น ก็ไม่แปลกที่เขาอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว หัวสมองยังสามารถรักษาความตื่นตัวเอาไว้ได้ตลอดเวลา
ตอนที่จางยวี่โหร่วเข้าไป ก็เห็นท่านกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ประวัติศาสตร์ทั่วไปเกี่ยวกับเก้าเขตการปกครองใหญ่” เห็นได้ชัดว่าท่านอ่านจนตกอยู่ในภวังค์ แม้แต่มีคนผลักประตูเข้ามาก็ยังไม่ได้รู้สึกตัว
“ท่านปู่!” จางยวี่โหร่วร้องเรียก ในที่สุดท่านปู่ถึงได้สติกลับคืนมา
“โหร่วเอ๋อ เจ้ากลับมาได้อย่างไรกัน?” พอเห็นจางยวี่โหร่ว จางไท่ซือก็ทั้งประหลาดใจและดีใจ แม้ว่านางจะกลับมาบ่อยๆ แต่ต่อให้หลานสาวของตนเองมาปรนนิบัติรับใช้อยู่ทุกวัน เขาเองก็ยังคงมองไม่พอ
“วันนี้กลับมากะทันหัน ช่างไม่เหมาะสมจริงๆ เพียงแต่อยู่ๆหลานคิดถึงเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมา อยากจะมาขอคำชี้แนะจากท่านปู่เจ้าค่ะ”
หากมีธุระจริงๆ เช่นนั้นก็หาคนมาส่งข่าวได้
นางตั้งใจกลับมาเช่นนี้ แสดงว่านางต้องการจะพูดเอง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว
ตอนนี้ทั้งสามแคว้นต่างก็ส่งคนมาเจรจาสงบศึก แม้ว่าตอนนี้ยังคลื่นลมสงบยังไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ทว่าใจของเขาไม่ว่าอย่างไรก็คงคิดถึงอยู่ตลอด มักจะรู้สึกว่าไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
ฉะนั้น สิ่งที่นางต้องการจะพูด คงจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?
“เจ้าคิดถึงเรื่องอะไรขึ้นมาได้ถามมาตรงๆก็พอแล้ว ขอเพียงแค่ปู่รู้ ปู่ก็จะบอกเจ้า” ปู่หลานกันแท้ๆ ไม่มีอะไรที่จะพูดออกมาไม่ได้
จางยวี่โหร่วพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “งานเลี้ยงต้อนรับในวันนั้น ท่านปู่ก็อยู่ที่นั่นด้วย สำหรับท่าทีของพวกเขาสามแคว้น ท่านปู่ได้พบความน่าสงสัยอะไรหรือไม่เจ้าคะ?”
นี่ก็เป็นปัญหาที่หนานหชู่กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ จางไท่ซือจะไม่ไปคิดถึงเรื่องนี้ได้อย่างไรกันล่ะ
“เย่น เซียว สองแคว้นมีสงครามกับหนานหชู่มานานหลายปี ต้องการจะยึดหนานหชู่มารวมเป็นของตนเอง ความทะเยอทะยานเปิดออกมาให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง เวลาแบบนี้พวกเขาจะมาขอเจรจาสงบศึกด้วยความบริสุทธิ์ใจได้อย่างไรกันล่ะ เป็นเพียงแค่แผนการลับก็เท่านั้นเอง ในวันนั้นต่อหน้าหมู่คนพวกเขาจงใจที่จะทำให้ผู้อื่นลำบากใจ ดีที่ได้ไหวพริบของเจ้ากับยี่ฉี บวกกับด้านนอกด้านในตีขนาบขององค์ชายสองจึงทำให้เรื่องนี้เพลาลงมาได้ ทว่าความตั้งใจของพวกเขาคือมาทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา ปู่ค่อนข้างจะเป็นกังวลจริงๆว่าต่อไปพวกเขายังจะทำเรื่องให้ลำบากใจอะไรขึ้นมาอีก”
เขามีชีวิตอยู่มาจนอายุปูนนี้แล้ว ไม่มีเรื่องอะไรที่เขาจะไม่สามารถมองเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง
เรื่องเหล่านี้ แน่นอนว่าจางยวี่โหร่วก็ได้คิดเอาไว้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่นางต้องการจะรู้จริงๆ กลับไม่ใช่เพียงแค่จุดนี้น่ะสิ