ตอนที่ 219
ตอนที่ 219 สาวน้อยเผด็จการ
October 28, 2026
ตอนที่ 219 สาวน้อยเผด็จการ
จางยวี่โหร่วไม่มีทางนำเรื่องที่สงสัยในตัวเขาพูดออกมาอย่างแน่นอน ทำได้เพียงหาเหตุผลอื่นขึ้นมาแทน
“ก็เกี่ยวกับเรื่องการเจรจาสงบศึกของทั้งสี่แคว้นในคราวนี้แหละเพคะ หลายวันมานี้แม้ว่าจะคลื่นลมสงบ แต่กลับพูดได้ว่าเป็นความสงบก่อนที่ลมพายุจะโหมกระหน่ำก็เท่านั้นเอง หม่อมฉันเป็นห่วงว่าพวกเขาจะยังงัดแผนการร้ายอะไรมาลอบทำร้ายอีก ดังนั้นก็เลยคิดที่จะกลับไปเตือนท่านปู่สักหน่อยน่ะเพคะ”
นางก็ไม่ถือว่าพูดโกหก เพราะว่าตอนอยู่ในห้องหนังสือนางก็พูดคุยกับท่านปู่เกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ แม้ว่าจุดประสงค์ของนางจะไม่ได้มีเพียงเท่านี้
“เป็นเช่นนี้นี่เอง แต่ว่าเรื่องของราชสำนักนี้ เจ้าก็ไม่ต้องกังวลใจจนเกินไป ถึงแม้ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาเจ้าเองก็มีคนคอยค้ำไว้อยู่แล้ว มีข้าอยู่ พวกเขาไม่กล้าจะยังไงอย่างแน่นอน”
จางยวี่โหร่วยิ้มพลางพยักหน้า “อื้อ หม่อมฉันรู้เพคะ ทั้งแคว้นแย่แห่งนี้ ก็มีเพียงแต่พระองค์ที่สามารถตรัสวาจาแบบนี้ออกมาด้วยความมั่นใจเช่นนี้ได้กระมัง"
พระสวามีของนาง ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ มีความรู้สึกปลอดภัยมอบให้แก่นางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เขาสามารถค้ำฟ้าทั้งผืนขึ้นมาเพื่อนางได้ ไม่ใช่ใครที่ไหนจะสามารถมีกำลังในการพูดเช่นนี้ได้
“ส่วนเจ้าน่ะหรือ ไม่ต้องกังวลใจมากเกินไปจนเกิดไปสร้างความวุ่นวายขึ้นก็พอ เจ้าต้องทำเพียงแค่ทำเรื่องของตนเองให้ดี ก็ถือว่าช่วยข้าได้มากแล้ว”
จางยวี่โหร่วอึ้งไปสักพักถึงจะมีการตอบสนองกลับมา ความหมายที่เขาพูดก็คือให้นางดึงความสนใจไปไว้ที่เป่ยจื่อห้าวต่อไป นี่เขากำลังเตือน ต่อไปเป่ยจื่อห้าวจะมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอะไรอย่างนั้นหรือ?
เย่น เซียว ทั้งสองแคว้นได้ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย ยังมีแคว้นเหลียงที่ไม่รู้ว่ายืนอยู่ฝั่งไหนกันแน่
ตอนนี้หนานหชู่ก็ได้กำลังอยู่ท่ามกลางพายุฝนแล้ว ถ้าในตอนนี้เป่ยจื่อห้าวมีความกล้าดำเนินการทำอะไรขึ้นมา ด้านในด้านนอกตีขนาบประสานกันกับพวกเขา เช่นนั้นนางก็ไม่กล้าจินตนาการแล้วว่าพวกกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอันตรายแบบไหนกัน
เพียงแต่...ต่อให้เป่ยจื่อห้าวจะเลวร้ายอีกยังไง ก็คงไม่ถึงกับตกลงไปถึงขั้นร่วมมือกับศัตรู ทรยศชาติของตนเองหรอกกระมัง?
แม่ว่าเขาจะมีใจทะเยอทะยานต่อตำแหน่งฮ่องเต้ แต่ก็เพียงแค่ความคิดที่ออกมาจากในใจของตนเองก็เท่านั้น แคว้นเย่นกับแคว้นเซียวมีจุดมุ่งหมายอะไรแอบแฝงอยู่ เขาไม่มีทางที่จะไม่รู้ได้ ดังนั้นนางคิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่มีทางทำเรื่องที่เป็นอันตรายต่อหนานหชู่ออกมาได้
ทว่า เรื่องแบบนี้ ใครจะสามารถพูดได้อย่างชัดเจนกันล่ะ?
คราวนี้อยู่ๆเย่น เซียวสองแคว้นก็อ้างชื่อที่จะสงบศึกออกมา เดิมทีก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง ไม่แน่ว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาจริงๆ
จางยวี่โหร่วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่หนักแน่น “หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ พระองค์ทรงวางพระทัย หม่อมฉันจะคอยจับตามองแนวโน้มและทิศทางของเขาเองเพคะ”
ให้พวกเขาดูแลรับผิดชอบภารกิจของตนเองก็แล้วกัน!
หันยี่ฉีดูแลเรื่องของชายแดน รวมทั้งการวางแผนการรบในภายภาคหน้า ท่านปู่ของนางรวมถึงองค์ชายสองก็รับผิดชอบจับตามองมู่โหรงจิ๋วกับดวงมู่หย่า ป้องกันพวกเขาจงใจทำเรื่องอะไรที่เป็นมูลเหตุของภัยพิบัติในหนานหชู่ และนางก็ทำเรื่องของตนเองต่อไปให้ดี เป่ยจื่อห้าวเดิมทีก็เป็นเนื้องอกร้ายขนาดใหญ่ของหนานหชู่ นางไม่มีทางปล่อยนางไปโดยเด็ดขาด
ในเมื่อไป๋หลิงกวงยังสามารถสูงส่งถึงเพียงนั้น อุทิศกำลังของตนเองส่วนหนึ่งเพื่อประเทศเพื่อราษฎรได้ เช่นนั้นนางก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เสียหน่อย
คำพูดเหล่านั้นของท่านปู่เกิดผลกระทบที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อนาง สิ่งเหล่านั้นทำให้นางอดไม่ได้ที่ทำการแข่งขัน นางจะต้องทำให้ดีกว่าถึงจะถูก
“อื้ม วันนี้ทำไมอยู่ๆถึงได้เชื่อฟังขนาดนี้ เจ้าไม่ได้เป็นคนที่มีความคิดเป็นของตนเอง ไม่ยอมรับฟังความคิดของคนอื่นมาตลอดหรอกหรือ?”
จางยวี่โหร่วมองไปที่เขา แล้วตอบอย่างจริงจังเป็นอย่างยิ่งว่า “เห็นพระองค์กับพระอัยกาของพระองค์ ลำบากเพื่อประเทศเพื่อราษฎรถึงเพียงนี้อยู่ทุกวัน หม่อมฉันก็ไม่สามารถอยู่ว่างๆโดยที่ไม่ทำอะไรแบบนี้!หม่อมฉันก็ต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง กลายเป็นคนที่คู่ควรกับพระองค์อย่างแท้จริงไงล่ะเพคะ!”
นาง จางยวี่โหร่วแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเต็มใจที่จะตกอยู่ภายใต้คำสั่งของผู้อื่น ต่อให้ไม่เทียบกับผู้มีฐานะสูงกว่า ก็ต้องขอให้ตัวเองสบายใจขึ้น
บางทีนางอาจจะต้องขอบคุณการปรากฏตัวขององค์หญิงแคว้นเหลียงผู้นั้น ที่ทำให้นางสามารถเข้าใจหลักเหตุผลนี้ได้
“คำพูดนี้มีความหมายว่าอย่างไรอีก? ผู้หญิงบนโลกใบนี้ นอกจากเจ้าแล้วยังมีใครมีกำลังและความกล้าที่จะกล้าแต่งงานกับข้า ใครไม่รู้ว่าที่พวกเราอยู่ด้วยกันเป็นเพราะข้าเอื้อมมือไปคบค้ากับเจ้า เหตุใดตอนนี้กลับกลายเป็นเจ้าที่พูดคำแบบนี้ออกมา?”
“นั่นเป็นเพราะความคิดเห็นที่โง่เขลาที่คนทั่วไปมีต่อพระองค์ เพียงแค่หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ทรงดีแค่ไหนก็พอแล้ว”